เลขาฯนายกฯ เปิดแผนเร่งเครื่องยนต์เศรษฐกิจไทย ปี’68 ดันจีดีพี ทะลุ 3%
หมอมิ้ง สรุปแผนปั้น ศก.ไทย ดันจีดีพีทะลุ 3% กระตุ้น 5 ธุรกิจแห่งอนาคต
เลขาธิการนายกฯ สรุปนโยบาย รบ.ปี’68 เพื่อให้เศรษฐกิจไทยฟื้นตัว-ดันจีดีพี สูงขึ้นกว่า 3% ชี้กดคันเร่งเครื่องยนต์กระตุ้นลงทุน 5 อุตฯแห่งอนาคต มั่นใจไทยเป็นศูนย์กลางลงทุนแน่
นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า นพ.พรหมินทร์ เลิศสุริย์เดช เลขาธิการนายกรัฐมนตรี ได้กล่าวสรุปถึงนโยบายในปีใหม่นี้ ที่รัฐบาลตั้งใจดำเนินการให้เป็นรูปธรรม เพื่อทำให้เศรษฐกิจไทยกลับมาฟื้นตัว และเดินหน้าเพิ่มจีดีพี ให้สูงขึ้นกว่า 3%
โดยเฉพาะแผนดึงดูดการลงทุนจากต่างประเทศของในปีใหม่นี้ ที่วางเป้าหมายที่กดคันเร่งเครื่องยนต์เศรษฐกิจ เดินหน้าเต็มที่ในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศไทย โดยตั้งเป้า 5 กลุ่มธุรกิจการลงทุนที่สำคัญคือ อุตสาหกรรมแห่งอนาคต (Future Industries) ได้แก่ การลงทุนด้านศูนย์ธุรกิจดาต้าเซ็นเตอร์เอไอขนาดใหญ่ (Data Center) ยานยนต์ไฟฟ้า (EV) ระบบเกษตรแม่นยำ และอุตสาหกรรมอาหารที่ใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่ หรือ Food Technology
เลขาธิการนายกรัฐมนตรี ยืนยันว่า การลงทุนของภาครัฐในปีนี้ จะมีมูลค่าสูงกว่า 7-8 แสนล้านบาท โดยมี 3 กระทรวงหลักที่เกี่ยวข้อง และต้องให้การสนับสนุนนักลงทุน คือ กระทรวงคมนาคม กระทรวงมหาดไทย กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และอีกหลายกระทรวงที่พร้อมเดินหน้าตามนโยบายของรัฐบาลในการปรับปรุง แก้ไขกฎระเบียบเพื่ออำนวยความสะดวกในการลงทุนของนักลงทุนทั้งในประเทศและต่างประเทศอีกด้วย
สำหรับการลงทุนของกลุ่ม Future Industries นั้น นอกจากนโยบายที่รัฐบาลจะตั้งเป้าดึงดูดการลงทุนในห่วงโซ่อุปทาน หรือการลงทุนในธุรกิจที่เกี่ยวเนื่อง (supply chain) ไม่ว่าจะเป็นการลงทุนในด้าน Data Center จากบริษัทยักษ์ใหญ่ที่มาลงทุนในไทยแล้ว เช่น AWS, Google, Microsoft, Huawei ไปจนถึงการพัฒนาระบบนิเวศ ซึ่งจะทำให้ไทยเป็นฐานการผลิต AI และจะเป็นอนาคตของโลก ยังจะกระตุ้นการลงทุนจากกลุ่มอุตสาหกรรม Semiconductor ควบคู่ไปกับการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ และการวิจัยและพัฒนา (R&D) อีกด้วย
“รัฐบาลจะปรับปรุง แก้ไข และออกกฎระเบียบ เพื่ออำนวยความสะดวก รองรับการลงทุนทั้งจากต่างประเทศและภายในประเทศ โดยนายกรัฐมนตรี นางสาวแพทองธาร ให้ความสำคัญกับอุปสรรคที่จะต้องเร่งขจัดปัญหา ไม่ว่าจะเป็นกฎระเบียบหรือกฎหมายที่เก่าล้าสมัยไม่ทันต่อสถานการณ์ในโลกปัจจุบันของการลงทุน หรือประกอบธุรกิจ (Ease of doing Business)
ซึ่งนโยบายของรัฐบาล มีเป้าหมายที่จะอำนวยความสะดวก และสร้างแรงขับเคลื่อนการลงทุนและเพิ่มการเติบโตทางเศรษฐกิจ อาทิ การดำเนินการออกใบอนุญาตต่าง ๆ ที่มีขั้นตอนน้อยลงและง่ายขึ้น รวมถึงการลดระยะเวลาในการขอรับการส่งเสริมการลงทุน ให้รวดเร็วและมีสิทธิประโยชน์ที่ดึงดูดนักลงทุนให้มากขึ้น เป็นต้น”
เลขาธิการนายกรัฐมนตรี กล่าวต่อไปว่า ประเทศไทยมีภูมิศาสตร์ที่ตั้งอยู่ใจกลางภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งเหมาะที่จะเป็นศูนย์กลางทางด้านโลจิสติกส์ การค้าและการแลกเปลี่ยน และการเชื่อมโยงในทุก ๆ ด้านของภูมิภาค
ทั้งนี้ รัฐบาลได้ดำเนินนโยบายในการรักษาจุดยืนของการไม่เป็นส่วนหนึ่งของความขัดแย้งระหว่างประเทศ และมุ่งมั่นที่จะเป็น “ผู้ส่งเสริมสันติภาพและความมั่งคั่งร่วมกัน” (Active Promoter of Peace and Common Prosperity) ซึ่งจะทำให้ไทยเป็นพื้นที่ของโอกาส ที่ดึงดูดแรงงานทักษะสูง ผู้ประกอบการและนักลงทุนกลุ่มเป้าหมายเข้ามาเพื่อส่งเสริมการเจริญเติบโตของเศรษฐกิจไทย”
ขณะที่ นายจิรายุ กล่าวว่า ปีใหม่นี้รัฐบาลจะเดินหน้ากระตุ้นเศรษฐกิจ สร้างรายได้ สร้างโอกาสให้กับประชาชนในประเทศ พร้อมกำหนดนโยบายต่าง ๆ ในการเตรียมรับมือกับความท้าทายและความเสี่ยงที่อาจจะเกิดขึ้นในอนาคต โดยหนึ่งในเครื่องยนต์สำคัญทางเศรษฐกิจของไทยอย่างการท่องเที่ยว คาดการณ์ว่าจะกลับมาฟื้นตัว สร้างรายได้ให้กับประเทศด้วยมาตรการกระตุ้นการท่องเที่ยวในรูปแบบต่าง ๆ ของรัฐบาล
นับจากนี้ในทุกมิติที่จะเป็นแรงกระตุ้นทั้งการท่องเที่ยวภายในประเทศ และจากนักท่องเที่ยวจากต่างประเทศ โดยรัฐบาลมั่นใจว่าจะมีตัวเลขทั้งยอดนักท่องเที่ยวไทย และนักท่องเที่ยวจากต่างประเทศ รวมทั้งกิจกรรมใหม่ ๆ ที่รัฐบาลจะส่งเสริมให้การท่องเที่ยวไทยเที่ยวได้ทั้งปี ไม่มีโลว์ซีซั่น โดยมั่นใจว่ามูลค่าจะสูงขึ้นกว่าปีที่ผ่านมาอย่างแน่นอน