เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ดูทั้งหมด

เทียบรายได้ 3 แฟรนไชส์ร้านสเต๊กชื่อดัง Sizzler โกยสองพันล้าน 2 ปีซ้อน

06 ม.ค. 2568 | 18:06น.
รายได้ ซิซซ์เล่อร์ (Sizzler)

รายได้ ซิซซ์เล่อร์ (Sizzler)

เทียบรายได้-กำไร 3 ร้านแฟรนไชส์ร้านสเต๊กที่ได้รับความนิยมในไทย ไม่ว่าจะเป็น Santa Fe’, Sizzler และน้องใหม่มาแรง Eat Am Are ด้าน Sizzler กวาดรายได้ 2,000 ล้านบาทถึง 2 ปีซ้อนกันอย่างต่อเนื่อง พร้อมกำไรสุทธิ 90 กว่าล้าน

จากการปิดตัวสาขาสยามเซ็นเตอร์ของ Sizzler หนึ่งในแฟรนไชส์ร้านสเต๊กชื่อดัง สร้างความฮือฮาให้สาวกที่ชอบกินสเต๊กเป็นอย่างมาก ซึ่งนอกจากซิซซ์เล่อร์แล้ว ยังมีแฟรนไชส์ร้านสเต๊กร้านอื่นที่ได้รับความนิยมในไทยเช่นเดียวกัน

รวม 3 แฟรนไชส์ร้านสเต๊กชื่อดังที่ได้รับความนิยมในประเทศไทย พร้อมส่องผลประกอบการ 5 ปีย้อนหลัง ใครจะครองตลาดร้านสเต๊ก และร้านไหนมีแนวโน้มรายได้ดีอย่างต่อเนื่อง

ซานตาเฟ่ (Santa Fe’)

ซานตาเฟ่ หรือ Santa Fe’ ร้านสเต๊กสัญชาติไทย ก่อตั้งเมื่อปี 2546 มีที่มาจากการมองเห็นช่องว่างในตลาดร้านอาหารตะวันตกในประเทศไทย โดยเฉพาะเมนูสเต๊ก เจ้าของอย่างสมบัติ หงส์ไพฑูรย์ จึงเริ่มพัฒนาเมนู รูปแบบของร้านให้แตกต่างจากที่มีอยู่ในตลาด

ประกอบกับไอเดียที่ได้มาจากเมืองซานตาเฟ่ ตั้งอยู่รัฐนิวเม็กซิโก สหรัฐอเมริกา อดีตเคยเป็นชุมทางรถไฟสายสำคัญของอเมริกา วัตถุดิบชั้นนี้ทั่วอเมริกาจึงต้องลำเลียงผ่าน หรือแวะพักที่เมืองนี้ ซานตาเฟ่จึงเป็นเมืองที่มีอาหารดี และหลากหลาย

ทางร้านจึงเปรียบตัวเองเป็นชุมทางรถไฟในเมืองซานตาเฟ่ ซึ่งจะลำเลียงวัตถุดิบที่คัดสรรอย่างดีจากทั่วทุกมุมโลก เป็นที่มาของชื่อร้านและโลโก้รถไฟที่กลายมาเป็นภาพจำของร้านนั่นเอง โดยสาขาแรกเปิดที่แฟชั่นไอส์แลนด์ และประสบความสำเร็จจนขยายออกมากว่า 140 สาขาทั่วประเทศไทย และต่างประเทศอีก 4 สาขาทั่วโลก

ซานตาเฟ่อยู่ภายใต้การดูแลของบริษัท เคที เรสทัวรองท์ จำกัด ประกอบธุรกิจประเภทร้านอาหาร มีทุนจดทะเบียนปัจจุบันอยู่ที่ 108,108,000 บาท โดยมีผลประกอบการย้อนหลัง 5 ปี ดังนี้

  • ปี 2562 รายได้รวม 1,225,189,781 บาท กำไรสุทธิ 20,202,783 บาท
  • ปี 2563 รายได้รวม 879,459,134 บาท กำไรสุทธิ -60,281,306 บาท
  • ปี 2564 รายได้รวม 718,531,319 บาท กำไรสุทธิ -92,053,625 บาท
  • ปี 2565 รายได้รวม 1,107,927,030 บาท กำไรสุทธิ 332,230 บาท
  • ปี 2566 รายได้รวม 1,061,470,309 บาท กำไรสุทธิ -36,641,033 บาท

ซิซซ์เล่อร์ (Sizzler)

ซิซซ์เล่อร์ หรือ Sizzler ร้านอาหารประเภทสเต๊ก ซีฟู้ด และสลัด สไตล์ตะวันตก ก่อตั้งขึ้นในปี 2501 ที่เมืองคูลเวอร์ รัฐแคลิฟอร์เนีย สหรัฐอเมริกา โดยนายเดล จอห์นสัน และภรรยา โดยชื่อร้านมีที่มาจากเสียง “ฉ่า” ของเนื้อสเต๊กเวลาที่ถูกเสิร์ฟบนกระทะร้อน

ต่อมาปี 2509 นายจอห์นสันได้เสนอขายกิจการร้านซิซซ์เล่อร์ให้กับนายจิม คอลลินส์ ซึ่งภายหลังกลายเป็นเจ้าของกิจการแฟรนไชส์ที่ใหญ่ที่สุดของธุรกิจฟาสต์ฟู้ดในฝั่งตะวันตกของสหรัฐอเมริกา

และตั้งแต่ปี 2528 เป็นต้นมา ซิซซ์เล่อร์ได้ขยายธุรกิจไปถึงประเทศออสเตรเลีย โดยการดำเนินงานของบริษัท คอลลินส์ ฟู้ด สาขาแรกตั้งอยู่ที่เมืองแอนเนอร์เลย์ รัฐควีนส์แลนด์ ก่อนที่จะขยายสาขากระจายไปทั่วรัฐควีนส์แลนด์ นิวเซาท์เวลส์ ออสเตรเลียเหนือ และออสเตรเลียตะวันตก

สําหรับประเทศไทย ซิซซ์เล่อร์ถูกนำเข้ามาและบริหารโดยบริษัท เอส แอล อาร์ ที จํากัด ในเครือบริษัท เดอะ ไมเนอร์ ฟู้ด กรุ๊ป จํากัด (มหาชน) และเปิดสาขาแรกที่อาคารฟิฟตี้ฟิฟท์ พลาซ่า (Fifty Fifth Plaza) สุขุมวิท 55 (ปิดบริการแล้ว) ใน พ.ศ. 2535

ภาพลักษณ์ซิซซ์เล่อร์ในไทย เป็นร้านอาหารที่นำเสนอวัตถุดิบสดใหม่ มีคุณภาพ ประกอบกับกรรมวิธีการย่างเนื้อสเต๊ก พร้อมกับบริการสลัดบาร์ที่ลูกค้าเลือกตักได้ด้วยตัวเอง ประกอบด้วยผักหลากชนิด, ซุป, พาสต้า, ผลไม้ และของหวาน ที่ได้รับความนิยมในประเทศไทย ทำให้การปิดตัวลงของสาขาใจกลางเมืองอย่างสาขาสยามเซ็นเตอร์ เป็นที่ฮือฮาของลูกค้าขาประจำ

อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันซิซซ์เล่อร์มีสาขากว่า 58 สาขาทั่วประเทศไทย รวมถึงผลประกอบการ 2 ปีล่าสุดที่มีรายได้รวมแตะ 2,000 ล้านบาทติดกัน 2 ปี รวมถึงกำไรสุทธิกว่า 90 ล้านบาท

  • ปี 2562 รายได้รวม 2,690,866,403 บาท กำไรสุทธิ 124,193,357 บาท
  • ปี 2563 รายได้รวม 1,757,225,056 บาท กำไรสุทธิ -53,059,184 บาท
  • ปี 2564 รายได้รวม 1,455,674,167 บาท กำไรสุทธิ -38,892,731 บาท
  • ปี 2565 รายได้รวม 2,359,360,783 บาท กำไรสุทธิ 95,022,339 บาท
  • ปี 2566 รายได้รวม 2,461,853,291 บาท กำไรสุทธิ 98,621,088 บาท

Eat Am Are

Eat Am Are ร้านอาหารสไตล์อเมริกันน้องใหม่ที่ก่อตั้งเมื่อปี 2557 ภายใต้การดูแลของบริษัท อีท แอม อา กรุ๊ป จำกัด มีทุนจดทะเบียนปัจจุบันอยู่ที่ 66,550,000 บาท ดำเนินงานโดยธัช เกษมสิทธิโชค เป็นกรรมการและผู้บริหาร หนึ่งในแฟรนไชส์ร้านสเต๊กที่ได้รับความนิยมในประเทศไทยในเรื่องของราคาที่เข้าถึงได้ รสชาติ และทำเลที่ตั้งใกล้กับผู้คน

อีท แอม อา ได้รับการพูดถึงเมื่อปี 2567 ที่ผ่านมาสำหรับรสชาติของเมนูส้มตำที่แซ่บเกินคาดสำหรับลูกค้าที่เดินเข้าร้านเพื่อกินสเต๊ก ถึงอย่างนั้นส้มตำก็ไม่ใช่เมนูหลักของร้าน แต่เป็นเพียงเมนู Side Dish เคียงข้างสเต๊กที่ได้รับความนิยมอย่างไก่สไปซี่, ซี่โครงหมูบาร์บีคิว, สเต๊กปลาย่าง, สเต๊กหมูพริกไทยดำ, พอร์กช็อป, ฟิชแอนด์ชิป, ไส้กรอกหมูรมควัน เป็นต้น

เอกลักษณ์ของอีท แอม อา คือ อาหารจานใหญ่ มีเมนูหลากหลาย สามารถเลือกสั่งได้ทั้งเมนูแบบ Combination ซึ่งเป็นเมนูแบบจับคู่อาหาร มีให้เลือกหลายระดับราคา นอกจากนั้นยังมีเมนูสลัด สปาเกตตี และเบอร์เกอร์อีกด้วย ปัจจุบันอีท แอม อา มีทั้งหมด 18 สาขาทั่วประเทศ และมีผลประกอบการที่เพิ่มขึ้นในทุกปี ดังนี้

  • ปี 2562 รายได้รวม 279,596,127 บาท กำไรสุทธิ 2,493,042 บาท
  • ปี 2563 รายได้รวม 226,901,796 บาท กำไรสุทธิ 1,909,138 บาท
  • ปี 2564 รายได้รวม 270,775,451 บาท กำไรสุทธิ 2,212,520 บาท
  • ปี 2565 รายได้รวม 494,543,224 บาท กำไรสุทธิ 4,222,269 บาท
  • ปี 2566 รายได้รวม 772,056,954 บาท กำไรสุทธิ 4,151,806 บาท