Nvidia ยกทัพ 3 เรือธง “Cosmos-RTX 50-DIGITS” มาเปิดตัวในงาน CES 2025 พร้อมประกาศความร่วมมือ “Toyota” นำชิป Orin พัฒนาระบบช่วยเหลือการขับขี่ขั้นสูง
สำนักข่าวรอยเตอร์ (Reuters) รายงานว่า “เจนเซ่น หวง” (Jensen Huang) ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร “เอ็นวีเดีย” (Nvidia) ยักษ์ผู้ผลิตการ์ดจอและชิป AI อัพเดตมูฟเมนต์ใหญ่ ๆ ของบริษัทในงาน CES 2025 (Consumer Electronics Show 2025) เมื่อวันที่ 6 ม.ค. 2024 (เวลาสหรัฐ) ซึ่งมี 3 ประเด็นที่น่าสนใจ ดังนี้
เปิดตัวโมเดล “Cosmos”
Cosmos เป็นโมเดลพื้นฐาน (Foundation Model) ที่ทำการสังเคราะห์ข้อมูลและจำลองวิดีโอเสมือน เพื่อใช้ในการฝึกหุ่นยนต์และรถยนต์ขับเคลื่อนอัตโนมัติด้วยต้นทุนที่ถูกกว่าการเทรนจากชุดข้อมูลจำนวนมหาศาลแบบเดิม
การทำงานของโมเดล Cosmos คล้ายกับโมเดลภาษาขนาดใหญ่ที่ช่วยให้ผู้ใช้สามารถสนทนากับแชตบ็อตได้ด้วยภาษาธรรมชาติ ซึ่งผู้ใช้สามารถสร้างวิดีโอได้จากข้อความที่ป้อนเข้าไป จากนั้นก็นำไปเทรนอุปกรณ์ต่าง ๆ ต่อ
ด้วยความสามารถในการประมวลผลที่ซับซ้อน และมีการใช้งานเฉพาะเจาะจงในภาคอุตสาหกรรม ทำให้ต้องรวบรวมข้อมูลมาเทรนโมเดล Cosmos มากกว่าปกติ
ทั้งนี้ โมเดล Cosmos จะเปิดให้ใช้งานแบบ “Open License” คล้ายกับโมเดล Llama3 ของ “เมตา” (Meta) ที่ใช้กันอย่างแพร่หลายในอุตสาหกรรมเทคโนโลยี
“เราหวังว่า Cosmos จะช่วยเติมเต็มการทำงานของอุตสาหกรรมหุ่นยนต์ และ AI เช่นเดียวกับที่โมเดล Llama3 ที่มีส่วนช่วยให้องค์กรพัฒนา AI ได้อย่างมีประสิทธิภาพ”

“การ์ดจอ” รุ่นใหม่
การ์ดจอซีรีส์ใหม่ของ Nvidia มีชื่อว่า “GeForce RTX 50” สร้างจากสถาปัตยกรรม “Blackwell” ที่มีทรานซิสเตอร์ในการส่งผ่านข้อมูลถึง 2.08 แสนล้านหน่วย พัฒนาเพื่อรองรับการประมวลผลขั้นสูง การใช้งานกับ AI โดยเฉพาะ และทำให้ภาพกราฟิกมีความสมจริงยิ่งขึ้น
การ์ดจอรุ่นใหม่ยังผสานการทำงานร่วมกับ AI ช่วยให้นักพัฒนาเกมสร้างใบหน้าของตัวละครจากใบหน้าของมนุษย์ได้แม่นยำมากขึ้น
ราคาของการ์ดจอ GeForce RTX 50 จะมีตั้งแต่ 549 ดอลลาร์สหรัฐ (18,900 บาท) จนถึง 1,999 ดอลลาร์สหรัฐ (68,900 บาท) โดยรุ่นท็อปจะวางจำหน่ายวันที่ 30 ม.ค. นี้ ส่วนรุ่นระดับล่างจะวางจำหน่ายในเดือน ก.พ. 2025
นอกจากนี้ Nvidia ยังประกาศด้วยว่า “โตโยต้า มอเตอร์” (Toyota Motor) จะใช้ชิป Orin และระบบปฏิบัติการยานยนต์ เพื่อพัฒนาระบบช่วยเหลือการขับขี่ขั้นสูงในรุ่นต่าง ๆ
“ปีงบประมาณ 2026 (ก.พ. 2025-ม.ค. 2026) คาดว่ารายได้จากกลุ่มธุรกิจฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์ยานยนต์จะอยู่ที่ 5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (1.72 แสนล้านบาท) เพิ่มขึ้นจากที่คาดการณ์ไว้ที่ 4 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (1.37 แสนล้านบาท)”

คอมพิวเตอร์ DIGITS
Nvidia เปิดตัวคอมพิวเตอร์เดสก์ท็อปรุ่นใหม่ ที่ใช้ชื่อว่า “Project DIGITS” อาศัยพลังของชิปเซ็ตซีรีส์ใหม่ และโปรเซสเซอร์ประมวลผลจาก MediaTek ของไต้หวัน รองรับการทดสอบระบบ AI อย่างรวดเร็ว
ทั้งนี้ Nvidia ตั้งราคาจำหน่าย Project DIGITS ไว้ที่ 3,000 ดอลลาร์สหรัฐ (1.03 แสนบาท) และจะรันผ่านระบบปฏิบัติการ Linux ซึ่งไม่ได้มีการใช้งานในหมู่ผู้ใช้ทั่วไปมากนัก

การยกทัพชิปเซ็ตซีรีส์ใหม่ และนวัตกรรมของบริษัทมาเปิดตัวในงาน CES 2025 ทำให้หลายฝ่ายจับตาความเคลื่อนไหวของอุตสาหกรรม AI ไม่น้อย