รายงาน
ฝ่ายค้าเงินตราต่างประเทศ ธนาคารกรุงเทพรายงานว่า สภาวะการเคลื่อนไหวตลาดปริวรรตเงินตราประจำวันพุธที่ 8 มกราคม 2568 ค่าเงินบาทเปิดตลาดเช้าวันนี้ (8/1) ที่ระดับ 34.57/58 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ อ่อนค่าจากระดับปิดตลาดเมื่อวันอังคาร (7/1) ที่ระดับ 34.48/49 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ โดยคืนวานนี้ (7/1) กระทรวงแรงงานสหรัฐได้มีการเปิดเผยผลสำรวจการเปิดรับสมัครงานและอัตราการหมุนเวียนของแรงงาน (JOLTS) ซึ่งเป็นมาตรวัดอุปสงค์ในตลาดแรงงานโดยตัวเลขการเปิดรับสมัครงานเพิ่มขึ้น 259,000 ตำแหน่ง สู่ระดับ 8.098 ล้านตำแหน่งในเดือน พ.ย. จากระดับ 7.839 ล้านตำแหน่งในเดือน ต.ค. และสูงกว่าตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ที่ระดับ 7.70 ล้านตำแหน่ง
อีกทั้งด้านสถาบันจัดการด้านอุปทานของสหรัฐ (ISM) เปิดเผยว่า ดัชนีภาคบริการของสหรัฐปรับตัวขึ้นสู่ระดับ 54.1 ในเดือน ธ.ค. จากระดับ 52.1 ในเดือน พ.ย. และสูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 53.5 ซึ่งเป็นสัญญาณที่บ่งชี้ว่าเศรษฐกิจสหรัฐยังคงแข็งแกร่งส่งผลให้นักลงทุนคาดการณ์เกี่ยวกับการที่เฟดปรับลดอัตราดอกเบี้ยครั้งแรกในปีนี้ช้าลง
ด้านปัจจัยภายในประเทศ โดยที่ประชุมคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) ประเมินภาพรวมเศรษฐกิจไทยปี 2568 มีแนวโน้มขยายตัวได้ 2.4-2.9% ขณะที่การส่งออกในปีนี้ คาดว่าจะขยายตัวได้ 1.5-2.5% ต่ำกว่าปี 2567 ส่วนอัตราเงินเฟ้อยังมีแนวโน้มอยู่ในระดับต่ำที่ 0.8-1.2% พร้อมมองว่าเศรษฐกิจไทยปีนี้ ยังอาศัยภาคการท่องเที่ยวเป็นหลักประกอบกับมาตรการของภาครัฐ ที่จะทยอยออกมาในช่วงครึ่งปีแรกนี้ ทั้งการกระตุ้นเศรษฐกิจผ่านการโอนเงิน 10,000 บาท ในเฟส 2 และเฟส 3 รวมถึงมาตรการ Easy e-Receipt และในส่วนของการนำคอยน์ (Coin) มาใช้ในการแลกเปลี่ยนซื้อขายสินค้า
ขณะที่ นายพิชัย ชุณหวชิร รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.คลัง กล่าวว่าจะทำการทดสอบในวงจำกัด (sandbox) และจะดำเนินการตามกฎหมาย โดยคาดว่าจะมีโอกาสได้เห็นการดำเนินการเรื่องนี้ภายในปีนี้อย่างแน่นอน ทั้งนี้ในระหว่างวันค่าเงินบาทเคลื่อนไหวในกรอบระหว่าง 34.55/66 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ และปิดตลาดที่ระดับ 34.62/63 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ
สำหรับความเคลื่อนไหวของค่าเงินยูโร เปิดตลาดเช้าวันนี้ (8/1) ที่ระดับ 1.0347/49 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร แข็งค่าจากระดับปิดตลาดเมื่อวันอังคาร (7/1) ที่ระดับ 1.0418/19 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร ยูโรยังคงไร้ปัจจัยใหม่โดยตลาดจับตามองตัวเลขเงินเฟ้อที่จะเปิดเผยเย็นวันนี้ (8/1) ทั้งนี้ในระหว่างวันค่าเงินยูโรเคลื่อนไหวในกรอบระหว่าง 1.0314-1.03567 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร และปิดตลาดที่ระดับ 1.0321/23 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร
ส่วนความเคลื่อนไหวของค่าเงินเยน เปิดตลาดเช้าวันนี้ (8/1) ที่ระดับ 158.06/08 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ อ่อนค่าจากระดับปิดตลาดเมื่อวันอังคาร (7/1) ที่ระดับ 157.60/61 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ โดยวันนี้ (8/1) มีการรายงานดัชนีความเชื่อมั่นของครัวเรือนญี่ปุ่น ในเดือน ธ.ค. อยู่ที่ 36.2 หลังปรับค่าตามฤดูกาลแล้วลดลง 0.2 จุดจากเดือน พ.ย. โดยการที่ดัชนีที่อยู่ต่ำว่าระดับ 50 บ่งชี้ว่า ผู้บริโภคที่มีมุมมองเป็นลบมีจำนวนมากกว่าผู้ที่มีมุมมองเป็นบวก ทั้งนี้ในระหว่างวันค่าเงินเยนเคลื่อนไหวในกรอบระหว่าง 157.88-158.28 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ และปิดตลาดที่ระดับ 158.16/17 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ
ด้านความเคลื่อนไหวของค่าเงินหยวน เปิดตลาดเช้าวันนี้ (8/1) ที่ระดับ 7.3264/65 หยวน/ดอลลาร์สหรัฐ อ่อนค่าจากระดับปิดตลาดเมื่อวันอังคาร (7/1) ที่ระดับ 7.3257/65 หยวน/ดอลลาร์สหรัฐ โดยคณะพัฒนาและปฏิรูปแห่งชาติ (NDRC) และกระทรวงการคลังได้เปิดเผยในวันนี้ (8/1) ว่า จีนเตรียมอัดฉีดเงินอุดหนุนสินค้าอุปโภคบริโภค และเพิ่มงบประมาณสำหรับการพัฒนาอุปกรณ์อุตสาหกรรม ซึ่งมุ่งเสริมสร้างการบริโภคภายในประเทศ ท่ามกลางแรงกดดันด้านการส่งออกที่เพิ่มขึ้น โดยระบว่าผู้บริโภคจะได้รับเงินอุดหนุน 15% สำหรับการซื้อโทรศัพท์มือถือ แท็บเล็ต และนาฬิกาอัจฉริยะที่มีราคาไม่เกิน 6,000 หยวน โดยผลประโยชน์สูงสุดจำกัดที่ 1,500 หยวนต่อคนต่อปี พร้อมข้อจำกัดบางประการเกี่ยวกับจำนวนสินค้าที่ประชาชนสามารถซื้อได้
ทั้งนี้ รัฐบาลจีนกำหนดให้การกระตุ้นการใช้จ่ายและอุปสงค์ภายในประเทศเป็นภารกิจหลักในปี 2568 เพื่อต่อสู้กับภาวะเงินฝืด ท่ามกลางความเชื่อมั่นที่ซบเซาของครัวเรือนและภาคธุรกิจ นอกจากนี้ การส่งออกก็อาจชะลอตัวลง เนื่องจากความตึงเครียดทางการค้ากับสหรัฐ มีแนวโน้มจะทวีความรุนแรงขึ้น หลังการเข้ารับดำรงตำแหน่งของโดนัลด์ ทรัมป์ ในระหว่างวันค่าเงินหยวนเคลื่อนไหวในกรอบระหว่าง 7.3289-7.3317 หยวน/ดอลลาร์สหรัฐ และปิดตลาดที่ระดับ 7.3309/15 หยวน/ดอลลาร์สหรัฐ
ข้อมูลเศรษฐกิจที่สำคัญของสหรัฐในสัปดาห์นี้ของสหรัฐ ได้แก่ จำนวนคนที่ยื่นขอรับสวัสดิการว่างงานครั้งแรก (8/1), ตัวเลขจ้างงานภาคเอกชนเดือน ธค. จาก ADP (8/1), ตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตร (10/1), ตัวเลขอัตราการว่างงาน (10/1), และตัวเลขอัตรารายได้เฉลี่ยต่อชั่วโมง (10/1)
สำหรับอัตราป้องกันความเสี่ยง (Swap point) ภาคเช้า 1 เดือนในประเทศอยู่ที่ -6.55/6.4 สตางค์/ดอลลาร์สหรัฐ และอัตราป้องกันความเสี่ยงภาคเช้า 1 เดือนต่างประเทศอยู่ที่ -2.6/-1.8 สตางค์/ดอลลาร์สหรัฐ