เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ศุภจี เคาะแผนเพิ่มมูลค่าเศรษฐกิจ SME ปี 70 เป็น 5.8 พันล้าน วางเป้าเพิ่มศักยภาพ 4.1 หมื่นราย
Economic ศุภจี เคาะแผนเพิ่มมูลค่าเศรษฐกิจ SME ปี 70 เป็น 5.8 พันล้าน วางเป้าเพิ่มศักยภาพ 4.1 หมื่นราย
รัฐบาล ชี้เล็งแก้ กม.ปรับใช้ ‘ภาษีบาป’ มุ่งให้เงินเข้าสู่คลัง ยันไม่ยุบ 4 องค์กร
Politics รัฐบาล ชี้เล็งแก้ กม.ปรับใช้ ‘ภาษีบาป’ มุ่งให้เงินเข้าสู่คลัง ยันไม่ยุบ 4 องค์กร
เปิดมุมคิด ผู้นำธุรกิจไทย บริหารธุรกิจครอบครัวแบบ “มืออาชีพ”
Finance เปิดมุมคิด ผู้นำธุรกิจไทย บริหารธุรกิจครอบครัวแบบ “มืออาชีพ”
ราคาทองวันนี้ (4 ต.ค. 69) ขยับขึ้น 50 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 66,750 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (4 ต.ค. 69) ขยับขึ้น 50 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 66,750 บาท
แก้ปัญหาไตรมาส 4
Columns แก้ปัญหาไตรมาส 4
หายนะ แมนฯ ซิตี้
คุยกับเอกราช หายนะ แมนฯ ซิตี้
น้ำท่วมซ้ำเติมพืชเศรษฐกิจ ‘ข้าว-มัน-ยาง’ ราคาดีแต่ผลผลิตน้อย
Economic น้ำท่วมซ้ำเติมพืชเศรษฐกิจ ‘ข้าว-มัน-ยาง’ ราคาดีแต่ผลผลิตน้อย
สภาพอากาศวันนี้ (4 ต.ค.) ไทยตอนบนฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง ฝนตกหนักบางพื้นที่
News สภาพอากาศวันนี้ (4 ต.ค.) ไทยตอนบนฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง ฝนตกหนักบางพื้นที่
ราคาน้ำมันวันนี้ (4 ต.ค. 69) เช็กราคาดีเซล-แก๊สโซฮอล์ล่าสุด
Economic ราคาน้ำมันวันนี้ (4 ต.ค. 69) เช็กราคาดีเซล-แก๊สโซฮอล์ล่าสุด
ราคาบิตคอยน์วันนี้ (4 ต.ค. 69) ขยับขึ้น 0.31% อยู่ที่ 84,766 เหรียญสหรัฐ
Finance ราคาบิตคอยน์วันนี้ (4 ต.ค. 69) ขยับขึ้น 0.31% อยู่ที่ 84,766 เหรียญสหรัฐ
ดูทั้งหมด

รู้จัก DeepSeek สตาร์ตอัพ AI จีนเขย่าโลก

28 ม.ค. 2568 | 13:39น.
DeepSeek ภาพโดย REUTERS/Dado Ruvic

DeepSeek สตาร์ตอัพ AI จีนที่กำลังมาแรง และสร้างความสั่นสะเทือนวงการบิ๊กเทคสหรัฐอยู่ในขณะนี้ แม้จะใช้เวลาการพัฒนาที่น้อยกว่า และใช้ชิปที่มีศักยภาพต่ำกว่า แต่ก็ยังสามารถวิ่งไล่กวดจนมีศักยภาพเทียบเท่าสหรัฐได้ด้วยต้นทุนที่ต่ำกว่า 20-30 เท่า 

ดร.สันติธาร เสถียรไทย Future Economy Advisor สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (TDRI) และคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) โพสต์เฟซบุ๊กวิเคราะห์ว่า DeepSeek ปรากฎตัวมาในจังหวะที่สำคัญพอดี และทำให้ทั่วโลกต้องตั้งคำถามต่อบทบาทการเป็นผู้นำของสหรัฐ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อฉากทัศน์หลายมิติ ทั้งด้านภูมิรัฐศาสตร์และการพัฒนาเอไอในอนาคตของสองมหาอำนาจโลก

เช่นเดียวกับภาวุธ พงษ์วิทยภานุ คอลัมนิสต์ชื่อดังที่เขียนบทความลงบน “ประชาชาติธุรกิจ” เกี่ยวกับ DeepSeek บริษัทสตาร์ตอัพ AI จากจีนไว้อย่างน่าสนใจว่า การแข่งขันในตลาด AI ระดับสูงระหว่าง DeepSeek และ OpenAI ไม่เพียงแต่จะกระตุ้นให้เกิดการพัฒนาเทคโนโลยีที่ก้าวหน้ามากขึ้น

แต่ยังช่วยผลักดันให้เกิดการพัฒนามาตรฐานและแนวทางปฏิบัติที่ดีในการใช้งาน AI อีกด้วย ซึ่งผู้เชี่ยวชาญในวงการเทคโนโลยีต่างจับตามองการพัฒนาของทั้งสองบริษัท ว่าจะนำมาซึ่งนวัตกรรมและการเปลี่ยนแปลงอะไรในอนาคตอันใกล้นี้อย่างไร

ล่าสุด มติชน สรุปรายงานบทวิเคราะห์ของสำนักข่าวเอพีเกี่ยวกับปรากฎการณ์เขย่าโลกจาก DeepSeek ในวันที่ 28 มกราคม ซึ่งมีรายละเอียดที่น่าสนใจอย่างยิ่ง เพื่อให้เข้าใจถึงที่มาและนัยแห่งเหตุการณ์ดังกล่าว

ความตื่นตระหนกเกี่ยวกับแชตบอตปัญญาประดิษฐ์ที่สร้างโดย DeepSeek บริษัทเทคโนโลยีสตาร์ตอัพของจีน ส่งผลให้ตลาดหุ้นโลกสั่นสะเทือนในวันจันทร์ที่ 27 มกราคม พร้อมจุดชนวนให้เกิดการถกเถียงเกี่ยวกับการแข่งขันทางเศรษฐกิจและภูมิรัฐศาสตร์ระหว่างสหรัฐอเมริกาและจีนในการพัฒนาเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI

DeepSeek กลายเป็นแอปพลิเคชั่ นฟรีที่มียอดดาวน์โหลดสูงสุดใน App Store ของ Apple เมื่อวันจันทร์ โดยได้รับแรงกระตุ้นจากความอยากรู้เกี่ยวกับคู่แข่งของ ChatGPT แต่ยังคงมีสิ่งที่ทำให้ผู้สังเกตการณ์ในอุตสาหกรรมเทคโนโลยีของสหรัฐบางส่วนวิตกกังวล นั่นคือแนวคิดที่ว่าสตาร์ตอัพจีนสามารถตามทันบริษัทอเมริกันที่เป็นผู้นำด้าน AI เชิงสร้างสรรค์ด้วยต้นทุนเพียงเศษเสี้ยว

หากเรื่องทั้งหมดเป็นความจริง ก็ทำให้เกิดการตั้งคำถามตามมาถึงเงินจำนวนมหาศาลที่บริษัทเทคโนโลยีของสหรัฐบอกว่า พวกเขาวางแผนที่จะลงทุนกับศูนย์ข้อมูลและชิปคอมพิวเตอร์ที่จำเป็นสำหรับการขับเคลื่อนความก้าวหน้าด้าน AI ในอนาคต

อย่างไรก็ดี การโฆษณาเกินจริงและความเข้าใจผิดเกี่ยวกับความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีของ DeepSeek ก็ทำให้เกิดความสับสนเช่นกัน

สเตซี ราสกอน นักวิเคราะห์ของเบิร์นสไตน์ ผู้ติดตามอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์และเป็นหนึ่งในนักวิเคราะห์หุ้นหลายคนที่อธิบายว่าปฏิกิริยาที่เกิดขึ้นในวอลล์สตรีตนั้นเป็นเรื่องเกินจริง กล่าวว่า โมเดลที่พวกเขาสร้างขึ้นนั้นยอดเยี่ยมมาก แต่ก็ไม่ใช่ปาฏิหาริย์เช่นกัน พวกเขาไม่ได้ใช้สิ่งประดิษฐ์ใหม่ที่ไม่รู้จักหรือเป็นความลับหรืออะไรทำนองนั้น แต่สิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งที่ทุกคนกำลังทดลองอยู่

DeepSeek คืออะไร ?

DeepSeek สตาร์ตอัพก่อตั้งขึ้นในปี 2023 ที่เมืองหางโจว ประเทศจีน และเปิดตัวโมเดลภาษาสำหรับ AI ขนาดใหญ่ตัวแรกในช่วงปลายปีนั้น เหลียง เหวินเฟิง ซีอีโอของ DeepSeek เคยร่วมก่อตั้งกองทุนเฮดจ์ฟันด์ที่ใหญ่ที่สุดอันหนึ่งของจีนอย่าง High-Flyer ซึ่งเน้นการซื้อขายเชิงปริมาณโดยใช้ AI

ในปี 2022 กองทุนดังกล่าวได้รวบรวมชิปประมวลผลกราฟิกประสิทธิภาพสูง A100 ของ Nvidia จากแคลิฟอร์เนียจำนวน 10,000 ตัว เพื่อใช้สร้างและรันระบบ AI ตามโพสต์ในแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดีย WeChat ของจีนในช่วงฤดูร้อนปีนั้น หลังจากนั้นไม่นาน สหรัฐอเมริกาก็ได้จำกัดการขายชิปเหล่านี้ให้กับจีน

DeepSeek กล่าวว่าโมเดลล่าสุดของบริษัทสร้างขึ้นด้วยชิป H800 ที่มีประสิทธิภาพต่ำกว่าของ Nvidia ซึ่งไม่ได้ถูกห้ามในจีน ซึ่งเป็นการส่งสัญญาณว่าอาจไม่จำเป็นต้องใช้ฮาร์ดแวร์ที่หรูหราที่สุดสำหรับการวิจัย AI ขั้นสูง

DeepSeek เริ่มได้รับความสนใจในอุตสาหกรรม AI มากขึ้นเมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมา โดยเปิดตัวโมเดล AI ใหม่ที่อวดอ้างว่าเทียบเท่ากับโมเดลที่คล้ายกันจากบริษัทในสหรัฐอย่าง OpenAI ผู้ผลิต ChatGPT และคุ้มต้นทุนกว่าในการใช้ชิป Nvidia ราคาแพงในการฝึกระบบ AI โดยใช้ข้อมูลจำนวนมาก และมันสามารถเข้าถึงได้มากขึ้นเมื่อปรากฏอยู่ในร้านแอปของ Apple และ Google เมื่อต้นปีนี้

แต่เป็นบทความวิจัยติดตามผลที่เผยแพร่เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ซึ่งเป็นวันเดียวกับที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ สาบานตนเข้ารับตำแหน่ง ที่จุดชนวนให้เกิดความตื่นตระหนกตามมา

บทความดังกล่าวเป็นเรื่องเกี่ยวกับโมเดล AI ของ DeepSeek อีกโมเดลหนึ่งที่เรียกว่า R1 ซึ่งแสดงให้เห็นถึงทักษะ “การใช้เหตุผล” ขั้นสูง เช่น ความสามารถในการคิดใหม่เกี่ยวกับแนวทางในการแก้ปัญหาคณิตศาสตร์ และมีราคาถูกกว่าโมเดลที่คล้ายกันใน OpenAI ที่เรียกว่า o1 อย่างเห็นได้ชัด

ราสกอนระบุว่า เขาไม่มีไอเดียว่าในภาพรวมแล้วธุรกิจของ DeepSeek เป็นอย่างไร แต่คิดว่าราคาเป็นจุดที่ทำให้ผู้คนตกใจ

สปุตนิกโมเมนต์ ?

เบื้องหลังดราม่าเกี่ยวกับความสามารถทางเทคนิคของ DeepSeek คือการถกเถียงกันภายในสหรัฐว่าจะแข่งขันกับจีนในด้าน AI อย่างไรดี และมันถูกนำไปโยงกับสิ่งที่เรียกว่า “สปุตนิกโมเมนต์” หรือช่วงเวลาที่รัสเซียส่งดาวเทียมสปุตนิก ซึ่งเป็นดาวเทียมดวงแรกของมนุษยชาติที่ขึ้นไปโคจรรอบโลก ด้วยการใช้เทคโนโลยีดั้งเดิมในการสร้างขีปนาวุธที่ใช้เงินทุนไม่สูงนัก แต่กลับทำให้รัสเซียกลายเป็นประเทศแรกประสบความสำเร็จในการส่งดาวเทียมขึ้นไปในห้วงอวกาศ

มาร์ก แอนเดรส์เซน นักลงทุนจากเวนเจอร์ แคปิตอล โพสต์บนแพลตฟอร์มโซเชียลเอ็กซ์ในวันอาทิตย์ที่เพิ่งผ่านมาว่า “DeepSeek R1 คือช่วงเวลาแห่งสปุตนิกของ AI” ซึ่งเป็นการอ้างอิงถึงการปล่อยดาวเทียมในปี 1957 ที่จุดชนวนให้เกิดการแข่งขันสำรวจอวกาศในช่วงสงครามเย็นระหว่างสหภาพโซเวียตและสหรัฐ

แอนเดรส์เซนซึ่งเคยให้คำแนะนำทรัมป์เกี่ยวกับนโยบายเทคโนโลยี ได้เตือนว่าการควบคุมอุตสาหกรรม AI มากเกินไปโดยรัฐบาลสหรัฐ จะทำให้บริษัทของสหรัฐล้าหลังและช่วยให้จีนก้าวหน้ามากกว่า

ความสนใจที่มีต่อ DeepSeek อาจทำให้กลยุทธ์สำคัญด้านนโยบายต่างประเทศของสหรัฐในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ในการจำกัดการขายเซมิคอนดักเตอร์ AI ที่ออกแบบโดยสหรัฐให้กับจีนพังทลายลง ขณะที่นักวิชาการด้านความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐและจีนบางคนไม่คิดว่ามันเป็นเรื่องบังเอิญ

เกร็กกอรี อัลเลน ผู้อำนวยการศูนย์ Wadhwani AI ของ Center for Strategic and International Studies หรือ CSIS สถาบันคลังสมองชื่อดังของสหรัฐกล่าวว่า นวัตกรรมเทคทางโนโลยีเป็นเรื่องจริง แต่ช่วงเวลาของการเปิดตัวนั้นมีนัยทางการเมือง โดยเปรียบเทียบการประกาศความสำเร็จของ DeepSeek เมื่อสัปดาห์ที่แล้วกับการเปิดตัวโทรศัพท์รุ่นใหม่ของบริษัท Huawei ของจีนซึ่งถูกคว่ำบาตรโดยสหรัฐ ในช่วงที่มีการหารือทางการทูตเกี่ยวกับการควบคุมการส่งออกของรัฐบาลสหรัฐภายใต้การนำของอดีตประธานาธิบดีโจ ไบเดน ในปี 2023

“การพยายามแสดงให้เห็นว่าการควบคุมการส่งออกนั้นไร้ประโยชน์ หรือส่งผลย้อนกลับเป็นเป้าหมายที่สำคัญมากสำหรับนโยบายต่างประเทศจีนในเวลานี้” อัลเลนระบุ

ด้านประธานาธิบดีทรัมป์กล่าวว่า ความก้าวหน้าของ DeepSeek นั้นเป็นข่าวดีหากมันเป็นเรื่องจริง เพราะแสดงให้เห็นว่าคุณไม่จำเป็นต้องใช้เงินมากขนาดนั้น แต่ได้ผลลัพท์ที่เหมือนกัน และการพัฒนาครั้งนี้เป็นการเตือนสติอุตสาหกรรมของเราว่าเราต้องมุ่งเน้นไปที่การแข่งขันเพื่อชัยชนะ

ความก้าวหน้าของ DeepSeek ด้าน AI โดยไม่ต้องใช้เงินจำนวนมาก อาจส่งผลกระทบต่อการลงทุนด้าน AI มูลค่า 5 แสนล้านดอลลาร์ของ OpenAI, Oracle และ SoftBank ที่ทรัมป์เคยโฆษณาไว้ในวันที่เขากลับมายังทำเนียบขาว

ราคาหุ้นของ Nvidia ร่วงลง 17% แต่บริษัทได้ออกแถลงการณ์ชื่นชมผลงานของ DeepSeek ว่าเป็น “ความก้าวหน้าด้าน AI ที่ยอดเยี่ยม” ซึ่งใช้ประโยชน์จาก “โมเดลและการคำนวณที่มีให้ใช้กันอย่างแพร่หลาย และเป็นไปตามข้อกำหนดในการควบคุมการส่งออก”

อะไรที่ทำให้ DeepSeek แตกต่าง ?

สิ่งหนึ่งที่ทำให้ DeepSeek แตกต่างจากคู่แข่งอย่าง OpenAI ก็คือโมเดลของมันเป็น “โอเพ่นซอร์ซ” ซึ่งหมายความว่าทุกคนสามารถเข้าถึงและปรับแต่งได้ฟรี ถึงแม้ว่าบริษัทจะไม่ได้เปิดเผยข้อมูลที่ใช้ในการฝึกอบรมโมเดลก็ตาม

แต่สิ่งที่ทำให้โมเดล R1 ของ DeepSeek ได้รับความชื่นชมมากที่สุดคือสิ่งที่ Nvidia เรียกว่า “ตัวอย่างที่สมบูรณ์แบบการขยายขนาดในช่วงทดสอบ” ซึ่งหมายถึงการที่โมเดล AI แสดงกระบวนการคิดของมันได้อย่างมีประสิทธิภาพ แล้วใช้กระบวนการคิดนั้นในการฝึกฝนเพิ่มเติมต่อไปโดยไม่ต้องป้อนแหล่งข้อมูลใหม่

ลินนาร์ต ไฮม นักวิจัยจาก Rand Corp. กล่าวว่า โดยพื้นฐานแล้ว มันก็คือการคิดออกมาดัง ๆ นั่นเอง และเขาเชื่อว่าโมเดลการใช้เหตุผลของ OpenAI ซึ่งเริ่มต้นด้วย o1 ก็ทำเช่นเดียวกัน และมีแนวโน้มว่าคู่แข่งรายอื่นในสหรัฐ เช่น Anthropic และ Google ก็มีศักยภาพที่คล้ายคลึงกันซึ่งยังไม่ได้เปิดเผยออกมา

“นี่เป็นครั้งแรกที่เราเห็นบริษัทจีนเข้าใกล้เป้าหมายได้ขนาดนั้นภายในระยะเวลาอันสั้น ผมคิดว่านั่นเป็นสาเหตุว่าทำไมผู้คนจำนวนมากจึงให้ความสนใจเรื่องนี้” ไฮมกล่าว “ผมเคยเชื่อว่า OpenAI เป็นผู้นำที่ยอดเยี่ยมที่สุด และไม่มีใครสามารถตามได้ทัน แต่ปรากฏว่ามันไม่จริงเลย”

แท็กที่เกี่ยวข้อง

AI (เอไอ) DeepSeek จีน