เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ราคาบิตคอยน์วันนี้ (26 ก.ย.) ปรับลง 0.19% อยู่ที่ 84,077 เหรียญสหรัฐ
Finance ราคาบิตคอยน์วันนี้ (26 ก.ย.) ปรับลง 0.19% อยู่ที่ 84,077 เหรียญสหรัฐ
อนุทินโรดโชว์ตลาดหุ้น “นิวยอร์ก” ดึงบิ๊กธุรกิจสหรัฐลงทุนไทย
Finance อนุทินโรดโชว์ตลาดหุ้น “นิวยอร์ก” ดึงบิ๊กธุรกิจสหรัฐลงทุนไทย
ราคาน้ำมันวันนี้ (26 ก.ย.) เช็กราคาดีเซล-แก๊สโซฮอล์ล่าสุด
Economic ราคาน้ำมันวันนี้ (26 ก.ย.) เช็กราคาดีเซล-แก๊สโซฮอล์ล่าสุด
พยากรณ์อากาศ (26 ก.ย.) เกือบทุกภาคฝนตกหนัก 70-80% กทม.ฝนฟ้าคะนองเกือบทั่ว
Uncategorized พยากรณ์อากาศ (26 ก.ย.) เกือบทุกภาคฝนตกหนัก 70-80% กทม.ฝนฟ้าคะนองเกือบทั่ว
“ทรัมป์-สี จิ้นผิง” ปิดฉากซัมมิต AI สหรัฐดึงอียูร่วมสู้ขาดดุลจีน
World “ทรัมป์-สี จิ้นผิง” ปิดฉากซัมมิต AI สหรัฐดึงอียูร่วมสู้ขาดดุลจีน
“ชัชชาติ” ลงพื้นที่คลองประเวศ บึงหนองบอน เร่งตัดน้ำเข้าแก้มลิง
News “ชัชชาติ” ลงพื้นที่คลองประเวศ บึงหนองบอน เร่งตัดน้ำเข้าแก้มลิง
“ชัชชาติ” กางแผนรับมือฝนตก-น้ำรอระบายทั่วกรุง เดินเครื่องสูบสู้ตลอดคืน ห่วง 200 จุดเสี่ยง
News “ชัชชาติ” กางแผนรับมือฝนตก-น้ำรอระบายทั่วกรุง เดินเครื่องสูบสู้ตลอดคืน ห่วง 200 จุดเสี่ยง
‘มิน อ่อง ไลง์’ เดินเกมดึง ‘สหรัฐฯ’ คืนถิ่น หวังถ่วงดุลจีน-ปลดแซงก์ชั่นเศรษฐกิจ
World ‘มิน อ่อง ไลง์’ เดินเกมดึง ‘สหรัฐฯ’ คืนถิ่น หวังถ่วงดุลจีน-ปลดแซงก์ชั่นเศรษฐกิจ
อนุทิน มอนิเตอร์ฝนหนัก สั่งรับมือน้ำท่วมฉับพลัน ดูแล ปชช.อย่าให้มีปัญหา
Politics อนุทิน มอนิเตอร์ฝนหนัก สั่งรับมือน้ำท่วมฉับพลัน ดูแล ปชช.อย่าให้มีปัญหา
‘แอปเรียกรถ’ เร่งดึงคนขับเข้าระบบ อัด ‘อินเซนทีฟ’ ชุดใหญ่ ก่อนเดดไลน์ 30 ก.ย. 2569
Tech ‘แอปเรียกรถ’ เร่งดึงคนขับเข้าระบบ อัด ‘อินเซนทีฟ’ ชุดใหญ่ ก่อนเดดไลน์ 30 ก.ย. 2569
ดูทั้งหมด

ทรัมป์ยอมรับ ขึ้นภาษีแคนาดา-เม็กซิโก-จีน อาจทำให้ชาวอเมริกันเจ็บ

03 ก.พ. 2568 | 08:32น.

ประธานาธิบดีทรัมป์ระบุว่าสหรัฐจะไม่เป็นประเทศที่โง่อีกต่อไป และยอมรับชาวอเมริกันอาจเผชิญความเจ็บปวดหรือไม่ก็ได้ หลังเรียกเก็บภาษี 3 ประเทศ ได้แก่ แคนาดา เม็กซิโก และจีน ขณะที่ส่งนายรูบิโอ รมว.การต่างประเทศเยือนปานามา ซึ่งได้เรียกร้องให้ทางการปานามากำจัดอิทธิพลจีนเหนือคลองปานามา

รอยเตอร์ (Reuters) และบลูมเบิร์ก (Bloomberg) รายงานว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐกล่าวว่า มาตรการภาษีศุลกากรครั้งใหญ่ที่สหรัฐเรียกเก็บจากเม็กซิโก แคนาดา และจีน อาจสร้างความเจ็บปวดให้กับชาวอเมริกัน

ยังไม่ทันเข้ามาดำรงตำแหน่งครบ 2 สัปดาห์ ประธานาธิบดีทรัมป์ลงนามขึ้นภาษีแคนาดาและเม็กซิโก 25% และจีน 10% ซึ่งมีผลบังคับใช้ทันทีในวันที่ 4 กุมภาพันธ์นี้ โดยอ้างเหตุผลประเทศดังกล่าวไม่สามารถแก้ปัญหาสารเฟนทานิล ซึ่งเป็นสารตั้งต้นยาเสพติดได้รวมถึงปัญหาคนเข้าเมืองผิดกฎหมายจนทำให้หลั่งไหลเข้ามาในสหรัฐ

เอพี (AP) ระบุว่า ไม่กี่ชั่วโมงหลังจากการเรียกเก็บภาษีของทรัมป์เป็นเหตุให้แคนาดาตอบโต้ด้วยการสั่งเก็บภาษีสหรัฐรอบแรก 25% สำหรับเครื่องดื่ม เครื่องสำอาง ผลิตภัณฑ์กระดาษ มีผลวันเดียวกันคือ 4 กุมภาพันธ์ และจะตามมาอีกระลอก รายการสินค้าลำดับที่สองจะประกาศในเร็ว ๆ นี้ รวมถึงรถยนต์นั่งส่วนบุคคล รถบรรทุก ผลิตภัณฑ์เหล็กและอะลูมิเนียม ผลไม้และผักบางชนิด เนื้อวัว เนื้อหมู ผลิตภัณฑ์นม ผลิตภัณฑ์อวกาศ และอื่น ๆ รวมมูลค่าสินค้าสองระลอก 3.6 ล้านล้านบาท

ส่วนเม็กซิโกให้คำมั่นจะตอบโต้สหรัฐ แต่ยังไม่เผยรายละเอียด

ด้านจีนระบุว่า จะท้าทายภาษี 10% ของทรัมป์โดยการนำไปฟ้ององค์การการค้าโลก (WTO)

อย่างไรก็ดี เพื่อลดข้อกังวลของผู้กลั่นน้ำมันและบางมลรัฐ ทรัมป์ได้กำหนดตัวเลขการขึ้นภาษีผลิตภัณฑ์เกี่ยวกับพลังงานจากแคนาดาอยู่ที่ 10% แต่การนำเข้าพลังงานจากเม็กซิโกจะต้องเผชิญกับภาษีนำเข้าเต็มจำนวน 25%

จากข้อมูลของทางการสหรัฐ การนำเข้าน้ำมันดิบจากแคนาดาคิดเป็นมูลค่าเกือบ 100,000 ล้านดอลลาร์ หรือราว 3.4 ล้านล้านบาทในปี 2023 หรือประมาณหนึ่งในสี่ของการนำเข้าทั้งหมดของสหรัฐจากแคนาดา

นักวิจารณ์กล่าวว่าแผนของประธานาธิบดีจากพรรครีพับลิกันจะทำให้การเติบโตทั่วโลกชะลอตัว และผลักดันให้ราคาสินค้าสำหรับชาวอเมริกันสูงขึ้น แต่ทรัมป์ก็ปกป้องการตัดสินใจของเขา

“เราจะไม่เป็น ‘ประเทศโง่’ อีกต่อไป” ทรัมป์โพสต์ในโซเชียลมีเดีย และกล่าวเสริมด้วยตัวพิมพ์ใหญ่ทั้งหมดว่า “จะมีความเจ็บปวดหรือไม่ ? ใช่ อาจจะ (และอาจจะไม่ !)” แต่ทรัมป์ไม่ได้ระบุเพิ่มเติมว่า “ความเจ็บปวด” ในที่นี้หมายถึงอะไร

เกร็ก ดาโค หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ของบริษัทเอิร์นสท์ แอนด์ ยัง (EY) กล่าวว่าภาษีศุลกากรของทรัมป์อาจทำให้การเติบโตทางเศรษฐกิจของสหรัฐลดลง 1.5 จุดเปอร์เซนต์ในปีนี้ ส่งผลให้แคนาดาและเม็กซิโกเข้าสู่ภาวะเศรษฐกิจถดถอย และนำไปสู่ภาวะภาวะเศรษฐกิจที่ชะงักงัน และเงินเฟ้อ ซึ่งได้แก่ อัตราเงินเฟ้อสูง การเติบโตทางเศรษฐกิจที่หยุดนิ่ง และการว่างงานที่เพิ่มขึ้นในประเทศสหรัฐเองด้วย

หลายบริษัทในทวีปอเมริกาเหนือเตรียมรับมือกับการเคลื่อนไหวครั้งนี้ ซึ่งอาจพลิกโฉมส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมต่าง ๆ อย่างมาก ตั้งแต่ยานยนต์ไปจนถึงสินค้าอุปโภคบริโภค และพลังงาน

การเคลื่อนไหวของทรัมป์ถือเป็นการโจมตีครั้งแรกในสงครามการค้าโลกที่อาจสร้างความเสียหายได้ ซึ่งพอล แอชเวิร์ธ จากแคปิตอล อีโคโนมิกส์ (Capital Economics) ซึ่งเป็นบริษัทวิจัยทางเศรษฐกิจกล่าวว่า จะส่งผลให้เงินเฟ้อของสหรัฐพุ่งสูงขึ้น เร็วขึ้นกว่าที่คาดไว้ในตอนแรก

ทั้งนี้ ราคาน้ำมันดิบสหรัฐล่วงหน้าพุ่งขึ้นกว่า 2 ดอลลาร์ (ราว 68 บาทต่อบาร์เรล) แตะที่ 75 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล (ราว 2,550 บาทต่อบาร์เรล)

เรียกร้องกำจัดอิทธิพลจีนเหนือคลองปานามา

มาร์โก รูบิโอ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐเรียกร้องให้ทางการปานามากำจัดอิทธิพลบริษัทที่เกี่ยวข้องกับจีนให้หมดไปจากคลองปานามา มิฉะนั้นสหรัฐจะดำเนินมาตรการที่จำเป็นเพื่อปกป้องสิทธิสิทธิของสหรัฐตามสนธิสัญญาคลองปานามา ในการพบหารือกับนายโฮเซ ราอุล มูลิโน ประธานาธิบดีปานามาและนายจาเวียร์ มาร์ติเนซ อาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศปานามาที่ประเทศปานามา เมื่อวันอาทิตย์ที่ 2 กุมภาพันธ์

การเยือนปานามาถือเป็นการเยือนต่างประเทศครั้งแรกของนายรูบิโอ นับตั้งแต่ขึ้นดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐ

แถลงการณ์ผลการหารือระหว่างนายรูบิโอและนายมูลิโน จากกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐระบุว่า สถานการณ์ในปัจจุบันอิทธิพลและการควบคุมของพรรคคอมมิวนิสต์จีนเหนือพื้นที่บริเวณคลองปานามา เป็นภัยคุกคามและเป็นการละเมิดสนธิสัญญาว่าด้วยความเป็นกลางที่ถาวร และการดำเนินการของคลองปานามา

ด้านนายมูลิโนกล่าวว่า การประชุมเป็นไปด้วยความเคารพและจริงใจ และไม่ได้รู้สึกถึงการคุกคามที่ละเมิดสนธิสัญญาและความถูกต้องของสนธิสัญญา ยิ่งไปกว่านั้นรวมถึงการใช้กำลังทหารเพื่อเข้ายึดคลองปานามาแต่อย่างใด

ทั้งนี้ เมื่อกลับมารับตำแหน่ง ทรัมป์ขู่ว่าจะยึดคลองปานามา ซึ่งขุดขึ้นโดยสหรัฐเมื่อต้นศตวรรษที่ 20 และส่งมอบให้ปานามาในปี 1999 โดยอ้างว่าคลองนี้ตกอยู่ภายใต้อิทธิพลจีน