เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
กรมราง เดินหน้า “ตั๋วร่วม” ค่าโดยสารสูงสุด 45 บาท เริ่มปี’70 บีทีเอสทุ่มอัพระบบรับ EMV
Economic กรมราง เดินหน้า “ตั๋วร่วม” ค่าโดยสารสูงสุด 45 บาท เริ่มปี’70 บีทีเอสทุ่มอัพระบบรับ EMV
สิ้น เซียะเสียน นักแสดง-นักรักโลกมายาฮ่องกง วัย 89
World สิ้น เซียะเสียน นักแสดง-นักรักโลกมายาฮ่องกง วัย 89
เมื่อ “ความพรีเมี่ยม” ไม่ใช่แค่สถานะ Visa Infinite ปรับเกมเจาะเศรษฐี
Business เมื่อ “ความพรีเมี่ยม” ไม่ใช่แค่สถานะ Visa Infinite ปรับเกมเจาะเศรษฐี
จับสินค้าสวมสิทธิมูลค่า 1.38 พันล้าน พร้อมขยายบัญชีเฝ้าระวังส่งออกสหรัฐ
Economic จับสินค้าสวมสิทธิมูลค่า 1.38 พันล้าน พร้อมขยายบัญชีเฝ้าระวังส่งออกสหรัฐ
ศาลปกครองกลางยกฟ้อง เพิกถอน EHIA ‘อ่างเก็บน้ำคลองวังโตนด’ ชี้อยู่ในอำนาจ ครม.
Politics ศาลปกครองกลางยกฟ้อง เพิกถอน EHIA ‘อ่างเก็บน้ำคลองวังโตนด’ ชี้อยู่ในอำนาจ ครม.
เปิดฉาก Thailand Content Market 2026 ปลุกเศรษฐกิจสร้างสรรค์ 4.3 หมื่นล้านเหรียญ
Economic เปิดฉาก Thailand Content Market 2026 ปลุกเศรษฐกิจสร้างสรรค์ 4.3 หมื่นล้านเหรียญ
“ซีคอน” บุกอีอีซี เปิดศูนย์รับสร้างบ้าน รับดาต้าเซ็นเตอร์ วันแรกจองแล้ว 2 ยูนิต
Real Estate “ซีคอน” บุกอีอีซี เปิดศูนย์รับสร้างบ้าน รับดาต้าเซ็นเตอร์ วันแรกจองแล้ว 2 ยูนิต
เทียบนโยบาย 3 ตัวเต็งบอร์ดประกันสังคม “ษัษฐรัมย์ – พนัส – ทองอยู่”
Politics เทียบนโยบาย 3 ตัวเต็งบอร์ดประกันสังคม “ษัษฐรัมย์ – พนัส – ทองอยู่”
ประธาน กสทช. เปิดใจเป็นแพทย์ทิ้งคนไข้ไม่ได้ ยันระหว่างรอโปรดเกล้าฯ ประกอบวิชาชีพโดยอิสระ
Politics ประธาน กสทช. เปิดใจเป็นแพทย์ทิ้งคนไข้ไม่ได้ ยันระหว่างรอโปรดเกล้าฯ ประกอบวิชาชีพโดยอิสระ
ธรรมนัส ปูดข่าวหลาย ‘อธิบดี’ จ่อโดนเด้ง เหตุไม่สนองนโยบาย ‘การเงิน’
ไฮไลท์ประชาชาติ ธรรมนัส ปูดข่าวหลาย ‘อธิบดี’ จ่อโดนเด้ง เหตุไม่สนองนโยบาย ‘การเงิน’
ดูทั้งหมด

หลากความเห็นคนดังสังคมไทย ปมร้อน ยกเลิกกฎหมายห้ามขายสุราวันพระ

13 ก.พ. 2568 | 16:48น.

ส่องคนมีชื่อเสียงในสังคมไทยคิดเห็นอย่างไร ? หลังจากนายกฯ เปรยสั่งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องศึกษายกเลิกกฎหมายห้ามขายสุราในวันสำคัญทางศาสนา

จากกรณีที่แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี แง้มคำสั่งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งศึกษาแก้กฎหมายและการห้ามขายเครื่องดื่มแอกอฮอล์ในช่วงเวลา 14.00-17.00 น. รวมทั้งเรื่องการจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในวันสำคัญทางศาสนาเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจและการท่องเที่ยว กลายมาเป็นประเด็นถกเถียงบนโลกออนไลน์ถึงความเหมาะสม เนื่องจากกฎหมายนี้มีการใช้มาอย่างยาวนาน

แม้ว่าประชาชนบางส่วนไม่ได้พอใจกับการงดขายในเวลาที่กำหนดอย่างที่เป็นอยู่ อย่างไรก็ด้วยยุคสมัย และสถานการณ์ปัจจุบันที่เปลี่ยนแปลงไป การแก้กฎหมายที่มีมาอย่างยาวนานนี้จึงถูกปลุกขึ้นมาอย่างเลี่ยงไม่ได้ ทำให้หลังจากที่นายกฯ ให้สัมภาษณ์ไปจึงกลายมาเป็นประเด็นถกเถียงบนโลกออนไลน์ของประชาชนและคนดังมากมายที่ต่างก็ออกมาแสดงความเห็นในเรื่องนี้

(เครดิตภาพ เท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร – Taopiphop Limjittrakorn)

ส.ส.แจงแก้ พ.ร.บ. ง่ายกว่า

เท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร สังกัดพรรคประชาชน สนับสนุนการยกเลิกกฎหมายขายสุรา พร้อมให้เหตุผลว่า ประเทศไทยต้องใช้กฎหมายควบคุมแอลกอฮอล์เฉพาะเฉพาะเยาวชน แต่บ้านเราให้ความสนใจกับเรื่องอื่นให้เป็นไปตามสากลอย่างจนดูไกลตัว การที่รัฐบาลจะศึกษาเรื่องผลกระทบก็สามารถทำได้ แต่สำหรับข้อกฎหมายตนได้ทำแล้วเรียบร้อยแล้ว

ขณะเดียวกันก็ระบุขั้นตอนแนะนำไว้ 2 เรื่องสำหรับเวลาขายสุราและการขายในวันสำคัญทางศาสนา หรือการห้ามขายบนออนไลน์ว่าทั้งหมดอยู่ในร่าง พ.ร.บ.ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ฉบับใหม่เรียบร้อยแล้ว

พร้อมให้เหตุผลว่า ขั้นตอนดังกล่าวจะทำให้นายกฯ สามารถทำตามสิ่งที่อยากทำได้มากกว่าการต้องการแก้ไขเพียงวัน-เวลาขายสุรา ที่ทำได้ยากกว่า ข้อความของฉบับเต็มของเท่าพิภพโพสต์ลงบนเฟซบุ๊กส่วนตัว เท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร – Taopiphop Limjittrakorn ระบุว่า

“สนับสนุนครับ ประเทศเราต้องควบคุมเเอลกอฮอล์ด้วยการเคร่งครัดการบังคับใช้กฎหมายโดยเฉพาะเรื่องเยาวชนครับ แต่กฎหมายเราก็ไปเข้มเรื่องอื่นออกทะเลจนทำให้กฎหมายดูไปเป็นสากลไปซะมาก ต้องแก้เเบบนายกว่าเเหละครับ

การศึกษาผลกระทบท่านก็ลองทำดู แต่เรื่องข้อกฎหมายผมศึกษาให้เเล้วไม่มีอะไรมากครับไม่ต้องศึกษานาสก็ตามนี้ เรื่องเวลาขาย

1. ประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ ๒๕๓ ลงวันที่ ๑๖ พฤศจิกายน ๒๕๑๕ เรื่องเวลาขายอันนี้ต้องยกเลิก ซึ่งร่างพรบ.ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ที่กมธ.พิจจารณาเสร็จก็มีมาตรายกเลิกครับ

2. หลังจากยกเลิกตามข้อ 1 เเล้ว พรบ.ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์(ฉบับปัจจุบัน) ให้เป็นอำนาจของคณะกรรมการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ชงให้รมต.สาธารณะสุขเห็นชอบครับ ย้ำว่ารมต.ไม่มีอำนาจชงเองคณะกรรมการก็จะมีข้าราชการสายหมอ สายสุขภาพเยอะหน่อยก็จะอนุรักษ์นิยมหน่อยครับ

3. ร่างพรบ.ควบคุมฯ ฉบับใหม่จะตัดอำนาจรัฐมนตรีออกเป็นอำนาจของคณะกรรมการฯ โดยตรง ซึ่งเเม้รมต.สธ.จะเป็นประธานเเต่ก็จะตีโต้คัดค้านไม่เซ็นเห็นชอบได้เเบบเดิม

เรื่องวันพระ หรือห้ามขายออนไลน์ก็เป็นผลงานจากคณะกรรมการดังกล่าวด้วย

ข้อเสนอของผลที่สงวนไว้เป็นเสียงข้างน้อยนั้นเห็นว่าควรยกเลิกหรือลดอำนาจการออกกฎประกาศของคณะกรรมการดังกล่าวแล้วเปลี่ยนเป็นการออกกฎกระทวงด้วยอำนาจรัฐมนตรีแทนครับ

ยังไงฝากท่านนายกในฐานะหัวหน้ารัฐบาล และพรรคเพื่อไทยช่วยให้ส.ส.ฝ่ายรัฐบาลสนับสนุน คำสงวนของผมในฐานะกรรมาธิการเสียงข้างน้อยด้วยครับ

สิ่งนี้จะทำให้ท่านนายกได้ทำตามที่อยากทำได้ครับ ไม่งั้นถึงเเม้เป็นนายกก็จะบังคับคณะกรรมการควบคุมให้แก้เเค่เรื่องวันเวลาขายเหล้านี้บอกเลยยากครับ

#พรบควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์”

พระชี้ไม่ขาย เศรษฐกิจก็ไม่พัง

พระราชธรรมนิเทศน์ หรือพระพยอม กัลยาโณ เจ้าอาวาสวัดสวนแก้ว จังหวัดนนทบุรี ให้ความเห็นเรื่องนี้ว่า การยกเลิกขายสุรามีมานานแล้ว และในอดีตเคยมีคนทดลองทำมาก่อน พระพะยอมมองว่า แต่ในตอนนี้การไม่ขายเหล้านั้นไม่ได้ส่งผลทางเศรษฐกิจ

ตนเห็นใจรัฐบาลที่พยายามให้เศรษฐกิจฟื้นฟูด้วยการใช้การท่องเที่ยวเป็นหลัก แต่ก็ต้องชั่งน้ำหนักว่าเศรษฐกิจกับธุรกิจมอมเมาจะมีผลลัพธ์อย่างไร ซึ่งเป็นการเลือกระหว่างเศรษฐกิจกับศีลธรรม

การดื่มในวันทางศาสนาเป็นเรื่องของตัวบุคคล ถ้าเราปฏิบัติดีก็จะเป็นคนดี และดีต่อประเทศชาติและศาสนา แต่หากรัฐบาลจะใช้เรื่อง นี้แก้เศรษฐกิจที่มันไม่ดีก็แล้วแต่รัฐบาล อย่างไรก็ตามขอให้นายกรัฐมนตรีและคณะไปช่างน้ำหนักให้ดีก่อน

พระพยอม กัลยาโณ (แฟ้มภาพจากมติชนสุดสัปดาห์)

คำพูดของพระพยอมในวิดีโอของช่องยูทูป FM91 Trafficpro เนื้อหาว่า “เรื่องนี้มีความพยายามกันมานานแล้ว โดยคนต้นคิดคนแรกของประเทศไทยเป็นคนยศ พ.ต.อ.ที่โคราช เรียกร้องให้มีการทำเรื่องนี้ขึ้นโดยทดลองที่อำเภอเดียวก่อน แต่ว่าตอนนั้นกับตอนนี้แตกต่างกัน ไม่ขายเหล้าก็ไม่ได้ทำให้เศรษฐกิจเสียหายอะไร

การยกเลิกขายสุรามีมานานแล้ว และในอดีตเคยมีคนทดลองทำมาก่อน พระพะยอมมองว่า แต่ในตอนนี้การไม่ขายเหล้านั้นไม่ได้ส่งผลทางเศรษฐกิจ เห็นใจรัฐบาลที่พยายามให้เศรษฐกิจฟื้นฟูด้วยการใช้การท่องเที่ยวเป็นหลัก แต่ก็ต้องชั่งน้ำหนักว่าเศรษฐกิจกับธุรกิจมอมเมาจะมีผลลัพธ์อย่างไร ซึ่งเป็นการเลือกระหว่างเศรษฐกิจกับศีลธรรม

ก็เห็นใจรัฐบาลอยู่เหมือนกันว่า จะหาวิธีการอย่างไรให้เศรษฐกิจมันฟื้น พอมาดูถ้ามันจะฟื้นได้ ก็มีเรื่องการท่องเที่ยวมาเป็นอันดับหนึ่ง มีคนเที่ยว คนกิน คนใช้ เศรษฐกิจมันถึงจะขับเคลื่อนได้ ซึ่งพอเป็นแบบนี้มันก็ต้องมาชั่งน้ำหนักกันว่า ระหว่างเศรษฐกิจกับธุรกิจมอมเมา ผลมันจะออกมาอย่างไร

ถ้าได้เศรษฐกิจดีฟื้น แต่ต้องแก้ต้องยกเลิกบางอย่าง มาเทียบกับการรักษาไว้เหมือน ต้องเลือกเอาระหว่างเศรษฐกิจกับศีลธรรม ก็ต้องเลือกเอาสักอย่างเป็นเรื่องที่หลีกเลี่ยงไม่ได้

เรื่องนี้มันก็อยู่ที่ตัวบุคคลด้วย เหมือนเกลือรักษาความเค็ม เราเคยดีเคยปฏิบัติอย่างไง เราก็ดีของเราอย่างนั้น ชาติอื่นจะมากินจะดื่มเที่ยวอย่างไรเป็นเรื่องของเขา เราอย่าไปทำตามแบบเขา

แม้ว่าเราจะมีฐานะดีทำตามแบบเขาได้ก็ตาม แต่เราต้องเป็นคนดีที่มีฐานะดีด้วย อันนั้นสำคัญที่สุด หรือถ้าฐานะไม่ดีแต่ปฏิบัติตัวเป็นคนดี ก็จะดีกับประเทศชาติและพระศาสนา กลายเป็นคนดีที่ประพฤติตามหลักพระศาสนาต่อไป

ปัญหาเรื่องน้ำเมาหรือที่เรียกว่าน้ำผลาญสตินั้น คนเราถ้าสติไม่ดีก็จะเกิดเรื่องเสีย ๆ ได้โดยง่าย แต่ถ้าเราสติดีมันเป็นเครื่องช่วยยับยั้ง หักห้าม เหนี่ยวรั้งเอาไว้ให้ เรืองนี้จอให้ดูเหตุดูผลกันให้ดีก่อน แต่ถ้าคิดว่าเศรษฐกิจมันไม่ดีจนต้องใช้วิธีนี้มาแก้ไขก็แล้วแต่รัฐบาล

อาตมาขอให้ท่านนายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรี ไปชั่งน้ำหนักเรื่องนี้ดูให้ดี ข้อดีข้อเสียผลดีผลร้าย อันไหนจะกระทบมากกว่ากัน ถ้ามันเกิดผลเสียมากกว่าก็ขอให้ยับยั้งไว้ก่อน

แต่ถ้าไตร่ตรองดูแล้วว่า ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจได้ดี ศีลธรรมก็ดี ก็ทำกันไป เรื่องก็คงกระทบไปถึงตัวคน บางคนเคยทำได้ ลดได้ ละได้ พอรัฐบาลมาเปิดโอกาสให้แบบนี้ก็ก็อาจจะงด อาจจะเว้นต่อไปไม่ได้ เพราะนิสัยมนุษย์ชอบปล่อยตัวปล่อยใจไหลไปตามน้ำ ไม่ได้ลอยทวนน้ำ พอรัฐบาลมาแก้กฎหมายให้ตามใจก็ไปกันใหญ่”

(เครดิตภาพ The Rock Pub – Bangkok`s House Of Rock)

ผับเฮ หวังพรุ่งนี้ต้องไม่มีแล้ว

ขณะเดียวกันผับดังในกรุงเทพมหานครให้ความเห็นว่า ยินดีที่นายกฯ แจ้งว่าจะมีการพิจาณากฎหมายนี้ แต่ไม่มีความจำเป็นต้องสั่งให้ใครศึกษาแล้ว เนื่องจากมีเนื้อหาในหนังสือที่ส่งไปให้พิจารณาไปตั้งแต่สมัยของเศรษฐา ทวีสิน ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีเรียบร้อยแล้ว

ข้อความดังกล่าวเผยแพร่ลงบนเฟสบุ๊ก The Rock Pub – Bangkok`s House Of Rock ซึ่งปัจจุบันบริหารงานโดย คุณลูกเต๋า-นนทเดช บูรณะสิทธิพร ทายาทรุ่น 2 ซึ่งที่แห่งนี้เป็นที่รู้จักจากชื่อเสียงของดนตรีอันยอดเยี่ยมที่มอบให้กับกลุ่มร็อกเกอร์ทุกสายจากทั่วทุกมุมโลก ระบุว่า “ยินดีที่นายกรัฐมนตรีแจ้งว่าจะมีการพิจารณากฏหมายเกี่ยวกับสุรา

แต่อยากฝากบอกนายกรัฐมนตรีว่า ไม่ต้องสั่งใครศึกษาแล้วครับ กรรมธิการวิสามัญที่ผมได้มีส่วนไปเข้าร่วมเคยเสนอหนังสือทั้งหมด (รวมถึงกฏหมายเกี่ยวกับสถานบันเทิง สถานบริการอื่น ๆ) เข้าสภาไปตั้งแต่ยุคของนายกฯ เศรษฐา

และยังมีกลุ่มคนทำงานและกรรมธิการอีกมากมายที่ได้บทสรุปตรงกันแล้วว่า กฏหมายห้ามขายสุราในวันหยุดสำคัญทางศาสนา “พุทธ” และการห้ามจำหน่ายสุราเวลา 14.00-17.00 น. นั้น ล้าหลังและไม่ทำให้เกิดประโยชน์อะไร แถมยังสนับสนุนทำให้คนกักตุนกันมากขึ้นด้วยซ้ำ ยังไม่รวมถึงการสูญเสียรายได้ทางเศรษฐกิจอีกมหาศาลอีกด้วย

หวังจริง ๆ ว่า วันพรุ่งนี้จะเป็นวันสุดท้ายในประวัติศาสตร์ที่ประเทศไทยจะมีกฏหมายนี้บังคับใช้ครับ”

สมาคมคราฟท์เบียร์ ยก 5 เหตุผล

สมาคมฯคราฟท์เบียร์ สนับสนุนแนวทางส่งเสริมการท่องเที่ยว ตามนโยบายของรัฐบาล เกี่ยวกับกฎหมายกำหนดเวลาห้ามจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ พ.ศ. 2558

ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เมื่อปี พศ. 2558 กำหนดให้มีข้อจำกัดในการจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เช่น การห้ามจำหน่ายในวันสำคัญทางศาสนา (วันพระใหญ่) และในช่วงเวลา 14.00 – 17.00 น. ซึ่งข้อกำหนดนี้ส่งผลกระทบโดยตรงต่ออุตสาหกรรมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ภายในประเทศ โดยเฉพาะธุรกิจคราฟท์เบียร์ที่กำลังเติบโตและมี Brewpub กระจายตัวในหลายพื้นที่ทั่วประเทศ รวมถึงไวน์ และสุราชุมชน

ผลกระทบต่ออุตสาหกรรมท่องเที่ยวและธุรกิจอาหาร-เครื่องดื่ม

ข้อจำกัดด้านเวลาดังกล่าวสร้างอุปสรรคให้กับนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติที่ต้องการใช้บริการร้านอาหาร, Brewpub, ผับ และบาร์ แต่ไม่สามารถซื้อหรือบริโภคเครื่องดื่มได้อย่างอิสระ ซึ่งกระทบต่อรรยากาศและประสบการณ์ท่องเที่ยวที่ดี รวมถึงสร้างความเสียหายต่อธุรกิจที่พึ่งพารายได้จากนักท่องเที่ยว เช่น โรงแรม ร้านอาหาร และค้าปลีก อาจทำให้สูญเสียโอกาสทางเศรษฐกิจได้

การพัฒนาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวและธุรกิจอาหาร-เครื่องดื่ม

อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวและภาคธุรกิจอาหาร-เครื่องดื่ม ถือเป็นซอฟต์พาวเวอร์สำคัญของประเทศไทย ที่มีบทบาทในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสร้างโอกาสในการจ้างงาน รัฐบาลจึงควรให้ความสำคัญกับการพัฒนาอุตสาหกรรมดังกล่าว เพื่อยกระดับประเทศไทยให้เป็นจุดหมายปลายทางระดับโลก โดยมุ่งเน้น การดึงดูดนักท่องเที่ยวคุณภาพ กลุ่มนักท่องเที่ยวเชิงธุรกิจ (MICE) และสนับสนุนผู้ประกอบการรายย่อย ให้สามารถเติบโตได้อย่างยั่งยืน ตลอดจนการสนับสนุนผู้ประกอบการรายย่อยให้สามารถยกระดับมาตรฐานการดำเนินธุรกิจ สร้างมูลค่าเพิ่มแก่สินค้าและบริการ โดยมีอัตลักษณ์และความหลากหลายของวัฒนธรรมท้องถิ่นเป็นจุดขาย

จุดยืนของสมาคมฯคราฟท์เบียร์

สมาคมฯคราฟท์เบียร์เห็นควรว่า การพิจารณาปรับปรุงหรือแก้ไขกฎหมายเกี่ยวกับเวลาห้ามจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ให้มีความยืดหยุ่นมากขึ้น ลดอุปสรรคต่างๆ ต่อการประกอบธุรกิจ จะเป็นประโยชน์ต่อการกระตุ้นเศรษฐกิจ ซึ่งจะช่วยให้ภาคธุรกิจสามารถเติบโตได้อย่างยั่งยืนและสอดคล้องกับแนวทางการพัฒนาประเทศในระยะยาว

แนวทางกระตุ้นเศรษฐกิจและส่งเสริมการท่องเที่ยวผ่านอุตสาหกรรมคราฟท์เบียร์

– การจัด Brewery Tour นำเสนอเอกลักษณ์ของ Brewpub แต่ละแห่งพร้อมกิจกรรมพิเศษเฉพาะพื้นที่

– เปิดให้เยี่ยมชม โรงสุราชุมชน พร้อมสาธิตกระบวนการผลิตเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ โดยใช้วัตถุดิบท้องถิ่น

– ส่งเสริมการซื้อเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เป็นของฝาก โดยไม่มีข้อจำกัดด้านเวลาในการจำหน่าย

แนวทางส่งเสริมวัฒนธรรมการดื่มอย่างรับผิดชอบ

– บังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวด เช่น ห้ามจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ให้ผู้ที่อายุต่ำกว่า 20 ปี หรือผู้ที่มึนเมาเกินควร รวมถึงการควบคุมอย่างเคร่งครัดเพื่อป้องกันการเมาแล้วขับ

– ส่งเสริมความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาสังคม ในการสร้างวัฒนธรรมการดื่มอย่างรับผิดชอบ

– เพิ่มการให้ความรู้แก่ผู้บริโภค เกี่ยวกับการดื่มอย่างพอเหมาะ และผลกระทบจากการดื่มที่เป็นอันตราย เช่น การเมาแล้วขับ และการดื่มก่อนวัยอันควร โดยใช้แนวทางป้องกันเชิงรุก

เปิดข้อกฏหมายห้ามขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์วันพระ

ทั้งนี้ ตามประกาศราชกิจจานุเบกษา กำหนดวันห้ามขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในวันสำคัญทางพุทธศาสนา 5 วัน ได้แก่ วันมาฆบูชา, วันวิสาขบูชา, วันอาสาฬหบูชา, วันเข้าพรรษา และวันออกพรรษา โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 26 ธันวาคม 2567 เป็นต้นมา โดยให้ยกเว้นการขายในอาคารที่ให้บริการแก่ผู้โดยสารภายในสนามบินที่ให้บริการเที่ยวบินระหว่างประเทศ

โดยร้านค้าและผู้ประกอบการให้งดขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ทุกชนิด ทั้งชนิดขายส่งและขายปลีกทั่วราชอาณาจักร ตลอด 24 ชั่วโมง ตั้งแต่หลังเวลา 24.00 น. ของคืนวันสำคัญทางพุทธศาสนา 5 วันดังกล่าว ไปจนถึงเวลา 24.00 น. ของคืนอีกวัน (ยกเว้นการขายเฉพาะร้านค้าปลอดอากรภายในอาคารท่าอากาศยานนานาชาติ)

หากผู้ใดฝ่าฝืนมีความผิดตาม พ.ร.บ.ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ พ.ศ. 2551 มาตรา 39 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือน หรือปรับไม่เกิน 10,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ