เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ราคาทองวันนี้ (4 ก.ย. 69) พุ่งขึ้น 600 บาท รูปพรรณขายออก 70,550 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (4 ก.ย. 69) พุ่งขึ้น 600 บาท รูปพรรณขายออก 70,550 บาท
รัฐบาลผุดรายการ ‘คุยกับ ครม.อนุทิน’ จัดคิวให้รัฐมนตรีแจงมุมคิด-นโยบายตรง
Politics รัฐบาลผุดรายการ ‘คุยกับ ครม.อนุทิน’ จัดคิวให้รัฐมนตรีแจงมุมคิด-นโยบายตรง
อนุทิน ชี้ ‘เอกนิติ-ศุภจี’ ทำงานได้อยู่ ยังไม่ตั้ง ‘รัฐมนตรีช่วย’ คลัง-พาณิชย์
Finance อนุทิน ชี้ ‘เอกนิติ-ศุภจี’ ทำงานได้อยู่ ยังไม่ตั้ง ‘รัฐมนตรีช่วย’ คลัง-พาณิชย์
นายกฯ สั่งคุมเข้ม Data Center ยันไม่กระทบความมั่นใจนักลงทุน
Politics นายกฯ สั่งคุมเข้ม Data Center ยันไม่กระทบความมั่นใจนักลงทุน
แนวโน้มราคาทองวันนี้ (4 ก.ย. 69) บทวิเคราะห์โดย YLG Bullion
Finance แนวโน้มราคาทองวันนี้ (4 ก.ย. 69) บทวิเคราะห์โดย YLG Bullion
นายกฯ ย้ำทูต-องค์การระหว่างประเทศ ไทยพร้อมร่วมมือทุกมิติ พร้อมมอบเงินช่วยเนปาล
Politics นายกฯ ย้ำทูต-องค์การระหว่างประเทศ ไทยพร้อมร่วมมือทุกมิติ พร้อมมอบเงินช่วยเนปาล
ธปท. ลั่นภาคการเงินต้องไม่เป็นเครื่องมือ ‘ทุนเทา’ ยกมาตรการเข้ม ผนึกธนาคาร-นอนแบงก์ ประกาศจุดยืน 10 ก.ย.นี้
Finance ธปท. ลั่นภาคการเงินต้องไม่เป็นเครื่องมือ ‘ทุนเทา’ ยกมาตรการเข้ม ผนึกธนาคาร-นอนแบงก์ ประกาศจุดยืน 10 ก.ย.นี้
ราคาน้ำมันดิบปรับเพิ่ม หลังความตึงเครียดสหรัฐ-อิหร่านยังดำเนินต่อเนื่อง
Economic ราคาน้ำมันดิบปรับเพิ่ม หลังความตึงเครียดสหรัฐ-อิหร่านยังดำเนินต่อเนื่อง
Summit Lenso ผลิตชิ้นส่วน ต่อยอดธุรกิจอากาศยาน
Automotive Summit Lenso ผลิตชิ้นส่วน ต่อยอดธุรกิจอากาศยาน
SET วันนี้แกว่งขึ้น ลุ้น 1,590 จุด ชู BDMS-TU หุ้นเด่น จับตา NFP สหรัฐ
Finance SET วันนี้แกว่งขึ้น ลุ้น 1,590 จุด ชู BDMS-TU หุ้นเด่น จับตา NFP สหรัฐ
ดูทั้งหมด

Food for Thought ลายแทงแห่งความรวย (2)

28 ก.พ. 2568 | 08:30น.
คอลัมน์ : คุยฟุ้งเรื่องการเงิน
ผู้เขียน : พิเชฐ เจียรมณีทวีสิน (ทอมมี่)

คงเป็นที่เข้าใจกันแล้วนะครับว่า สินทรัพย์ในความหมายของเราคือ สินทรัพย์ที่สามารถสร้างเสริมรายได้ให้กับเราเพื่อให้มันโตต่อไปได้อีก ไม่ใช่สินทรัพย์ที่เหี่ยวเฉา หรือเสื่อมมูลค่าจนเหลือศูนย์ได้ในอนาคต ซึ่งเราก็ต้องนึกตัดสินใจให้ถูกว่าเราจะเลือกสินทรัพย์แบบไหนมาเก็บไว้

อย่าลืมนะครับว่าเจ้าตัวสินทรัพย์นี้มันเปลี่ยนรูปร่างและมูลค่าได้อยู่เรื่อย ๆ จากเงินสดไปเป็นรถยนต์ แล้วจากรถยนต์ก็แปลงกลับมาเป็นเงินสดได้ (ในมูลค่าที่ลดลงอย่างกับของที่ลดราคาในช่วงนาทีทอง) หรือให้เงินสดเปลี่ยนไปเป็นทอง แล้วทองเปลี่ยนกลับมาเป็นเงินสดในมูลค่าที่ (หวังว่า) สูงขึ้นก็ได้เช่นกัน

“ทำงาน” ต่างกับ “ทำธุรกิจ”

เราลองมาคิดถึงวิธีการจุดประกายแรงขับเคลื่อนในการสร้างสินทรัพย์กันก่อนนะครับ มันมีแค่สองทางเลือกง่าย ๆ ที่จะสร้างสินทรัพย์สำหรับคนเรา นั่นก็คือไป “ทำงาน” เป็นลูกจ้างพนักงานบริษัท (หรือจะไปแบกข้าวสารก็ไม่ว่า) หรือไม่ก็ไป “ทำธุรกิจ” เสียเอง ซึ่งทั้งสองอย่างนี้แตกต่างกันโดยสิ้นเชิงทั้งในแง่ข้อดีและข้อเสีย

มีแค่สองทางเลือกง่าย ๆ ที่จะสร้างสินทรัพย์สำหรับคนเรา นั่นก็คือไป “ทำงาน” เป็นลูกจ้างพนักงานบริษัท (หรือจะไปแบกข้าวสารก็ไม่ว่า) หรือไม่ก็ไป “ทำธุรกิจ” เสียเอง

ถ้าเลือกทำงานเป็นลูกจ้างก็จะคอยพยายามหางานที่ดี มีความมั่นคงในการได้รับเงินเดือนอยู่ทุกเดือน อย่างค่อย ๆ ไต่ตำแหน่งขึ้นไปเรื่อย ๆ แต่ก็อย่าลืมว่ารายจ่ายที่สำคัญที่สุดของมนุษย์เงินเดือนเหล่านี้ (รวมถึงผมด้วย) ก็คือเจ้าคำว่า “ภาษี”

ดังนั้น มนุษย์เงินเดือนหรือคนทำงานเป็นลูกจ้างก็ควรหาช่องทางเพิ่มเติม เช่นการมีกิจการของตัวเอง หรือนำเงินไปลงทุนเพื่อให้เงินเราไปทำงานแทนเรา เหมือนเราได้เป็นเจ้าของกิจการด้วยไปในตัว

และจากประสบการณ์ของผม คนรวยมักจะมองหาช่องทางการลงทุนที่ดี เพื่อเสริมสร้างหรือเน้นที่จะปลูกสินทรัพย์ให้โตขึ้น ในขณะที่ลูกจ้างมักจะมองหางานที่ดี รายได้ที่ดี ที่สามารถให้เงินเดือนก้อนงามแทน แต่ลืมที่จะสร้างสินทรัพย์ต่อไปได้

ลำพังแค่เงินเดือนจากนายจ้างที่ป้อนให้อาจไม่เพียงพอที่จะทำให้เราเป็นอิสระทางการเงินได้ การเสริมสร้างสินทรัพย์ที่สามารถสร้างรายได้ต่างหากที่จะเป็นการเพิ่มโอกาสให้เราเป็นอิสระทางการเงินได้อย่างถูกทาง เช่น การมีกิจการของตัวเอง หรือนำเงินไปลงทุนเพื่อให้เงินเราไปทำงานแทนเรา เหมือนเราได้เป็นเจ้าของกิจการด้วยไปในตัว

งานโดยมุ่งหวังที่จะเพิ่มสินทรัพย์

คนที่ได้รับเงินเดือนประจำก็มีความเป็นไปได้สูงที่หลงติดอยู่กับคำว่า “รายได้ประจำ” จนลืมนึกถึงจุดมุ่งหมายที่แท้จริง ว่าการสั่งสมสินทรัพย์นั้นต่างหากคือหนทางที่ต้องวางเป้าหมายไว้ในใจ (ถ้าอยากจะหลุดวนเวียนของความจน) ดังนั้น ถ้าเลือกที่จะ “ทำงาน” ประจำก็ต้องมีทัศนคติของคนรวย คิดแบบคนรวย และทำแบบคนรวยให้ได้ครับ

วิธีที่ดีที่สุดในการ “ทำงาน” คือการเลือกที่จะคิดแบบที่คนรวยคิด แทนที่จะ “ทำงาน” แบบหวาดกลัวจากการขาดเงิน ขาดรายได้ คนเราจึงไม่ควร “ทำงาน” เพื่อเงินเพียงอย่างเดียว เพราะจะทำให้เราหลงไปเน้นแต่เรื่องรายได้ แล้วลืมที่จะไปเพิ่มพูนตัวสินทรัพย์ให้เพียงพอ

จากเท่าที่เห็นมา การมีความรอบรู้ในหลาย ๆ เรื่อง บวกกับความรู้เฉพาะทางสักอย่างสองอย่างถึงจะกำลังเหมาะสม เพราะความรู้เฉพาะทางเทคนิคเพียงอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอที่จะทำให้เรารวยได้ ยกตัวอย่างเช่น คนรวยนั้นไม่จำเป็นที่จะต้องทำอาหารได้อร่อยที่สุด

แต่คนที่ทำอาหารธรรมดาให้ขายได้มากที่สุดต่างหากที่เป็นคนรวยได้ หันกลับมาที่การพัฒนาสินค้าของบริษัทประกัน ซึ่งจะเห็นว่าแอ็กชัวรี่ที่เก่งนั้นก็ไม่ใช่แอ็กชัวรี่ที่สามารถสร้างสินค้าที่ดีที่สุด หากแต่เป็นแอ็กชัวรี่ที่สามารถพัฒนาสินค้าที่ดูธรรมดาให้ขายได้มากที่สุดต่างหาก (แม้ว่าอาจจะไม่ใช่สินค้าที่ดีที่สุดก็ตาม)

บทสรุป

สองทางเลือกง่าย ๆ ที่จะสร้างสินทรัพย์สำหรับคนเราทั่วไป นั่นก็คือไป “ทำงาน” เป็นลูกจ้างพนักงานบริษัท หรือไม่ก็ไป “ทำธุรกิจ” เสียเอง

การ “ทำงาน” หรือ “ทำธุรกิจ” ต่างก็มีข้อดี และข้อเสียของตัวเอง ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดก็คือ การบริหารจัดการภาษี เป็นต้น อีกทั้งลำพังเพียงเงินเดือนก็อาจจะไม่เพียงพอที่จะทำให้เป็นอิสระทางการเงินได้ ดังนั้น การเสริมสร้างสินทรัพย์ที่สามารถสร้างรายได้ต่างหากที่จะเป็นการเพิ่มโอกาสให้เราเป็นอิสระทางการเงินได้อย่างถูกวิธี

ลักษณะของการ “ทำธุรกิจ” นั้นจะบังคับให้เราพยายามเพิ่มสินทรัพย์ไปเองอย่างไม่รู้ตัวอยู่แล้ว ส่วนคน “ทำงาน” จะต้องระวังเรื่องทัศนคติในการ “ทำงาน” ให้มาก เพราะเมื่อเลือกที่จะ “ทำงาน” ประจำก็ต้องมีทัศนคติของคนรวย คิดและทำแบบคนรวยให้ได้

พนักงานหรือลูกจ้างส่วนใหญ่จะยึดติดกับคำว่า “ความมั่นคง” ในอาชีพ และเงินเดือนซึ่งถือเป็นเพียงผลประโยชน์ที่ได้มาในระยะสั้น แต่ในระยะยาวลูกจ้างควร “ทำงาน” เพื่อเก็บเกี่ยวประสบการณ์ ปัญญา และแนวคิดที่จะทำให้สามารถหลุดพ้นจากวัฏสงสารของเงินจนมีอิสรภาพทางการเงินในอนาคต

วิธีการที่ดีสำหรับการเป็นลูกจ้างต้องเริ่มจากการเปลี่ยนกรอบความคิด ทำความเข้าใจในข้อจำกัดของการเป็นลูกจ้างที่รับเงินเดือนประจำ จากนั้นอย่าลืมว่าการคิดแต่เรื่องค่าจ้างจะทำให้ปิดโอกาสในการค้นหาตัวเองจากไอเดียใหม่ ๆ ในทางกลับกันถ้าจับจุดถูกโดยเน้นที่การสั่งสมสินทรัพย์ และความคิดที่ไม่ได้ไปผูกติดกับรายได้ประจำ คุณอาจจะเป็นคนรวยอีกคนหนึ่งที่สามารถมองเห็นโอกาสใหม่ ๆ ที่คนอื่นยังมองไม่เห็นได้