เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
กรมบัญชีกลาง จ่ายเงินเดือนข้าราชการผ่าน PromptPay ยกระดับความปลอดภัย เริ่ม พ.ค. 70
Finance กรมบัญชีกลาง จ่ายเงินเดือนข้าราชการผ่าน PromptPay ยกระดับความปลอดภัย เริ่ม พ.ค. 70
‘ยุพาพิน’ CFO จากกัลฟ์ จ่อนั่งบอร์ดแบงก์ SCB
Economic ‘ยุพาพิน’ CFO จากกัลฟ์ จ่อนั่งบอร์ดแบงก์ SCB
องค์กรพิทักษ์สัตว์แห่งโลก ชวนย้อนมอง “ต้นทุนของระบบอาหารที่ซ่อนอยู่” ในเทศกาล Bangkok Climate Action Week 2026
SD องค์กรพิทักษ์สัตว์แห่งโลก ชวนย้อนมอง “ต้นทุนของระบบอาหารที่ซ่อนอยู่” ในเทศกาล Bangkok Climate Action Week 2026
สภาผู้สูงอายุ ร้อง อนุทิน ค้านแก้ไข ‘4 พ.ร.บ. ภาษีบาป’ หวั่นถูกแทรกแซง
Politics สภาผู้สูงอายุ ร้อง อนุทิน ค้านแก้ไข ‘4 พ.ร.บ. ภาษีบาป’ หวั่นถูกแทรกแซง
กอช.ชวนแรงงานนอกระบบออมเงิน สร้างบำนาญตลอดชีพ หลังเศรษฐกิจชะลอตัว
Finance กอช.ชวนแรงงานนอกระบบออมเงิน สร้างบำนาญตลอดชีพ หลังเศรษฐกิจชะลอตัว
บอนด์ออมพลัส ออกขายปีงบฯ’70 ล็อตแรก 2 พันล้าน เต็มวงเงินแล้ว
Finance บอนด์ออมพลัส ออกขายปีงบฯ’70 ล็อตแรก 2 พันล้าน เต็มวงเงินแล้ว
ราคาทองวันนี้ (26 ต.ค. 69) ขยับขึ้น 50 บาท ทองรูปพรรณ 64,950 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (26 ต.ค. 69) ขยับขึ้น 50 บาท ทองรูปพรรณ 64,950 บาท
บลจ.กสิกรไทย ส่ง 2 กอง ThaiESGX ชูหุ้นปันผลยีลด์ 5.4%
Finance บลจ.กสิกรไทย ส่ง 2 กอง ThaiESGX ชูหุ้นปันผลยีลด์ 5.4%
สาวก Hello Kitty ใจละลาย MEYER x เซ็นทรัล เปิดตัวเครื่องครัวลิขสิทธิ์สุดคิวต์ ครั้งแรกในไทย
Business สาวก Hello Kitty ใจละลาย MEYER x เซ็นทรัล เปิดตัวเครื่องครัวลิขสิทธิ์สุดคิวต์ ครั้งแรกในไทย
ชงปม ‘ทักษิณ‘ ขอนิรโทษ เข้า ‘คกก.สังคมสันติสุขฯ’ นัดต่อไป
Politics ชงปม ‘ทักษิณ‘ ขอนิรโทษ เข้า ‘คกก.สังคมสันติสุขฯ’ นัดต่อไป
ดูทั้งหมด

บลจ.กสิกรไทยมองหุ้นไทย 1,200 จุด เป็นโอกาสทยอยสะสม แนะกลุ่มปันผลสูง

06 มี.ค. 2568 | 16:06น.
บลจ.กสิกรไทย

บลจ.กสิกรไทยชู 3 กลยุทธ์มุ่งสู่การเป็น Trusted Asset Manager ตั้งเป้า AUM แตะ 2 ล้านล้านบาท ภายใน 3 ปี พร้อมคาดตลาดหุ้นไทยปี‘68 แตะ 1,350 จุด มองดัชนีบริเวณ 1,200 จุด เป็นโอกาสทยอยสะสม แนะลงทุนหุ้นปันผลสูงช่วงตลาดปรับตัวลง อย่างกลุ่มแบงก์-สื่อสาร-รีท

นายวิน พรหมแพทย์ CFA ประธานกรรมการบริหาร บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน กสิกรไทย จำกัด (บลจ.กสิกรไทย) เปิดเผยว่า บลจ.กสิกรไทยประเมินสถานการณ์การลงทุนจากทั่วโลกยังคงมีความไม่แน่นอน โดยภาพรวมเศรษฐกิจโลกอิงจากสหรัฐ เริ่มส่งสัญญาณชะลอตัวลงจากนโยบายรัฐบาลของทรัมป์ ส่งผลให้ตลาดกลับมาอยู่ในโหมดเฝ้าระวัง

วิน พรหมแพทย์
วิน พรหมแพทย์

อย่างไรก็ดี ธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) มีแนวโน้มดำเนินนโยบายทางการเงินอย่างระมัดระวังมากขึ้น โดยมองว่ามีโอกาสลดอัตราดอกเบี้ยอีก 0.5% ในช่วงกลางปี และอีกครั้งในช่วงครึ่งหลังของปี

สำหรับเศรษฐกิจไทยปีนี้ คาดว่าจะเติบโตอยู่ในกรอบ 2.4-2.7% ซึ่งใกล้เคียงกับปีที่แล้วที่ 2.5% ทั้งนี้ การปรับตัวลงของตลาดหุ้นไทยน่าจะเข้าใกล้จุดต่ำสุดแล้ว โดยซื้อขายในระดับที่ถูกมากเมื่อเทียบกับในอดีต ด้วย Forward PER 12.93 เท่า ซึ่งต่ำกว่าค่าเฉลี่ย 5 ปี ย้อนหลังที่ 15.88 เท่า อย่างไรก็ดี ผู้ลงทุนควรติดตามมาตรการระยะสั้นที่จะเข้ามากระตุ้นตลาดหุ้นไทย ส่วนทางด้านตลาดตราสารหนี้ไทย มองว่ายังมีโอกาสที่คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) จะลดอัตราดอกเบี้ยอีก 0.25% ในปีนี้

“ทั้งนี้ บลจ.กสิกรไทยยังคงมีมุมมองเชิงบวกต่อตราสารหนี้ไทย โดยคาดอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลไทยอายุ 10 ปี น่าจะเคลื่อนไหวอยู่ในช่วง 2.00-2.30%” นายวินกล่าว

ขณะที่ตลาดหุ้นไทยปีนี้การเติบโตน่าจะกลับมาได้ คาดดัชนีอยู่ที่ระดับ 1,350 จุด หลังการปรับ Earnings Per Share (EPS) ใหม่ โดยในช่วงนี้ให้กรอบดัชนีอยู่ที่ 1,100-1,200 จุด ซึ่งหากกรณีที่เลวร้ายที่สุด (Worst-case) อาจจะย่อลงอยู่ที่บริเวณ 1,050 จุด ขณะที่กองทุน LTF ที่คงค้างอยู่ประมาณ 1.8 แสนล้านบาท และจะมีการแปลงเป็นกองทุน TESGX มองว่าจะเป็นส่วนที่ช่วยพยุงตลาดหุ้นไม่ให้ลดลงมากกว่าการหนุนตลาด เนื่องจากเม็ดเงินที่ลงทุนเป็นเม็ดเงินเดิม แต่จะชะลอการขายของนักลงทุนได้

อย่างไรก็ตาม ดัชนีปรับตัวลดลงมาตั้งแต่ต้นปีที่ 13% อยู่บริเวณ 1,200 จุด หรือต่ำกว่า มองว่าเป็นโอกาสที่ทยอยสะสมได้ โดยแนะนำหุ้นปันผลสูง เช่น หุ้นกลุ่มธนาคารหลังมีการจ่ายปันผลที่สูง และมีการซื้อหุ้นคืนเพื่อทำให้ ROE ปรับตัวดีขึ้น และกลุ่มสื่อสารที่ให้เงินปันผลสูงเช่นกัน และการควบรวมทำให้การแข่งขันไม่รุนแรงเหมือนที่ผ่านมา รวมถึงกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์และกองทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์สินทรัพย์ (REIT) และกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐาน (Infrastructure Fund) ที่ให้ยีลด์เฉลี่ย 6-8% ต่อปี

“สำหรับการแนะนำการจัดพอร์ต นักลงทุนที่รับความเสี่ยงได้น้อยแนะนำถือตราสารหนี้ประมาณ 70% และตราสารทุน 30% ส่วนนักลงทุนที่รับความเสี่ยงได้สูง และรับความผันผวนสูง แนะนำเพิ่มสัดส่วนตราสารทุนที่มากขึ้นตามความเสี่ยงที่รับได้“

ซึ่งสภาวะตลาดทั่วโลกที่ยังมีความผันผวน ผู้ลงทุนจึงควรให้ความสำคัญกับการกระจายการลงทุน เพื่อลดความเสี่ยงขาดทุนจากการลงทุนในสินทรัพย์ประเภทเดียว อีกทั้งยังเป็นการช่วยเพิ่มโอกาสรับผลตอบแทนในทุกสภาวะตลาดได้ โดยแนะนำให้ผู้ลงทุนแบ่งสัดส่วนการลงทุนออกเป็น 3 ส่วน ได้แก่

ส่วนที่ 1 : Core Portfolio เน้นลงทุนเสริมพอร์ตให้เติบโตในระยะยาวอย่างยั่งยืน โดยแนะนำกองทุน K-WPBALANCED, K-WPSPEEDUP, K-WPULTIMATE ในสัดส่วนประมาณ 70-80% ของพอร์ต

ส่วนที่ 2 : Satellite Portfolio เน้นลงทุนเพื่อโอกาสทำกำไรในระยะสั้น โดยแนะนำกองทุน K-GSELECT, K-USA, K-GTECH, K-VIETNAM, K-PROPI ในสัดส่วนประมาณ 20% ของพอร์ต

ส่วนที่ 3 : Liquidity เน้นลงทุนเสริมสภาพคล่อง เพื่อโอกาสทำกำไรที่ได้มากกว่าเงินฝาก ในขณะเดียวกันยังสามารถเปลี่ยนเป็นเงินสดได้ภายใน 1-2 วันทำการ โดยแนะนำกองทุน K-SF, K-SFPLUS, K-FIXED, K-FIXEDPLUS ในสัดส่วนประมาณ 10% ของพอร์ต

วิน พรหมแพทย์ กล่าวอีกว่า บลจ.กสิกรไทยตั้งเป้าหมายที่จะเพิ่มมูลค่าสินทรัพย์ภายใต้การจัดการ (AUM) ให้แตะระดับ 2 ล้านล้านบาทภายใน 3 ปี (พ.ศ. 2568-2570) โดยผลการดำเนินงานโดดเด่นในปีที่ผ่านมา บลจ.กสิกรไทยยังคงตอกย้ำความเป็นผู้นำในอุตสาหกรรมกองทุนรวมของไทย ด้วยการครองอันดับ 1 ในด้านมูลค่าสินทรัพย์ภายใต้การบริหารจัดการ (AUM) และมีสัดส่วนกองทุนที่ได้รับการจัดอันดับ 4 หรือ 5 ดาวจากมอร์นิ่งสตาร์มากที่สุด

สะท้อนให้เห็นถึงความเชี่ยวชาญในการบริหารจัดการกองทุน และความมุ่งมั่นในการสร้างผลตอบแทนที่ดีให้กับผู้ลงทุน อีกทั้งยังประสบความสำเร็จในการขยายฐานลูกค้าที่สร้างพอร์ตการลงทุนหลัก (Core Portfolio) เพิ่มขึ้นจาก 48,000 ราย เป็น 100,000 ราย

แท็กที่เกี่ยวข้อง

บลจ.กสิกรไทย หุ้นไทย