เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
GWM เพิ่มการใช้ชิ้นส่วนในประเทศ หลังผลิตชดเชย EV 3.5 ครบเป็นรายแรก
Automotive GWM เพิ่มการใช้ชิ้นส่วนในประเทศ หลังผลิตชดเชย EV 3.5 ครบเป็นรายแรก
ในหลวง-พระราชินี ทรงเปิดงาน “โครงการหลวง 57“ ทอดพระเนตรกุหลาบ “ควีนสุทิดา”
ข่าวในพระราชสำนัก ในหลวง-พระราชินี ทรงเปิดงาน “โครงการหลวง 57“ ทอดพระเนตรกุหลาบ “ควีนสุทิดา”
เปลี่ยนหงส์ไม่ง่าย
Columns เปลี่ยนหงส์ไม่ง่าย
‘ล้ำฤทธิ์’ ปั้น ‘ดิ โอทู แบงค็อก’ สปอร์ต-เวลเนสคอมเพล็กซ์ครบวงจร
Real Estate ‘ล้ำฤทธิ์’ ปั้น ‘ดิ โอทู แบงค็อก’ สปอร์ต-เวลเนสคอมเพล็กซ์ครบวงจร
หาเงินเก่ง กับรักษาเงินเก่ง
Finance หาเงินเก่ง กับรักษาเงินเก่ง
สมเด็จพระนางเจ้า พระบรมพระราชินี เสด็จฯ เปิดงานวันสตรีไทย 69
ข่าวในพระราชสำนัก สมเด็จพระนางเจ้า พระบรมพระราชินี เสด็จฯ เปิดงานวันสตรีไทย 69
ศุภมาส สั่งคุมเข้มแพลตฟอร์มออนไลน์ ดันกฎหมายร่วมเยียวยาผู้บริโภค เล็งเปิดทางฟ้องแบบกลุ่ม
Politics ศุภมาส สั่งคุมเข้มแพลตฟอร์มออนไลน์ ดันกฎหมายร่วมเยียวยาผู้บริโภค เล็งเปิดทางฟ้องแบบกลุ่ม
‘เซ็นทารา’ รุก รร.ลักเซอรี่ เปิด ‘รีเซิร์ฟกระบี่’ ธ.ค.นี้
Business ‘เซ็นทารา’ รุก รร.ลักเซอรี่ เปิด ‘รีเซิร์ฟกระบี่’ ธ.ค.นี้
นายกฯ ลั่นไม่หนุนลดโทษฆาตกรอุกอาจ ขอโทษชาวรัสเซีย ยันภาพรวมไทยยังปลอดภัย
Politics นายกฯ ลั่นไม่หนุนลดโทษฆาตกรอุกอาจ ขอโทษชาวรัสเซีย ยันภาพรวมไทยยังปลอดภัย
คปภ. ประสาน “ซมโปะ ประกันภัย” ใกล้ชิด ดูแลสิทธิผู้รับผลประโยชน์ “ฮลุน โซโล่”
Finance คปภ. ประสาน “ซมโปะ ประกันภัย” ใกล้ชิด ดูแลสิทธิผู้รับผลประโยชน์ “ฮลุน โซโล่”
ดูทั้งหมด

เปิดท็อป 15 ธุรกิจอสังหาฯในต่างจังหวัด “ชลบุรี-ภูเก็ต-ระยอง” นอนมา

10 มี.ค. 2568 | 18:07น.

เปิดท็อป 15 ธุรกิจอสังหาฯในต่างจังหวัด “ชลบุรี-ภูเก็ต-ระยอง-เชียงใหม่” นอนมา

สำนักวิจัยอสังหาริมทรัพย์ค่าย AREA โดย “ดร.โสภร พรโชคชัย” ประธานศูนย์ข้อมูลวิจัยและประเมินค่าอสังหาริมทรัพย์ไทย บจก.เอเจนซี่ ฟอร์ เรียลเอสเตท แอฟแฟร์ส หรือ AREA นำเสนอผลสำรวจตลาดที่อยู่อาศัยในประเทศไทยระหว่างปี 2537-2567 หรือสำรวจในรอบ 31 ปี

ก่อนอื่น ต้องทำความเข้าใจตรงกันก่อนว่า ในภาคปฏิบัติทาง AREA มีการลงสำรวจพื้นที่จำนวน 40 จังหวัดด้วยกัน จุดเน้นคือต่างจังหวัดทั่วไทย มีการลงทุนหมู่บ้านจัดสรรและคอนโดฯ โดยดีเวลอปเปอร์ทุนท้องถิ่นในทุกจังหวัด แต่อาจจะมีขนาดตลาดเล็กเกินไป

ในที่นี้ AREA จึงได้คัด 15 จังหวัดที่มีความโดดเด่น หรือมีขนาดตลาดมากเพียงพอที่จะทำการสำรวจ หรือมีขนาดตลาดเกิน 5,000 ล้านบาท/ปี ดังนี้ (ดูกราฟิกประกอบ)

อันดับ 1 “ชลบุรี” ข้อมูล ณ ปี 2567 มีมูลค่ารวม 159,738 ล้านบาท หรือ 4,698 ล้านเหรียญสหรัฐ โดยมีหน่วยเหลือขาย 45,470 หน่วย สัดส่วน 15% ของหน่วยเหลือขายในภาพรวม ราคาเฉลี่ยอยู่ที่ 3.513 บาท หรือ 103,325 เหรียญสหรัฐ เหตุผลชลบุรีมีการเติบโตของตลาดที่อยู่อาศัยรองจากกรุงเทพฯ เพราะเป็นจังหวัดหลักในระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออกหรือ EEC

อันดับ 2 “ภูเก็ต” ไข่มุกอันดามันที่เป็นทั้งทัวริสต์เดสติเนชั่น และพร็อพเพอร์ตี้เดสติเนชั่นระดับโลก รวมมูลค่าโครงการที่ 142,796 ล้านบาท หรือ 4,200 ล้านเหรียญสหรัฐ หน่วยรอขาย 11,607 หน่วย สัดส่วน 15% ราคาเฉลี่ย 12.303 ล้านบาท หรือ 361,840 เหรียญสหรัฐ

ซึ่งจะเห็นว่าราคาเฉลี่ยต่อหน่วยในภูเก็ตขายสูงกว่าในกรุงเทพฯ-ปริมณฑล ที่ขายในราคาเฉลี่ย 5.293 ล้านบาท หรือ 155,676 เหรียญสหรัฐ

อันดับ 3 “ระยอง” ขนาดตลาดมูลค่า 58,563 ล้านบาท หรือ 1,722 ล้านเหรียญสหรัฐ จำนวนหน่วยที่อยู่อาศัยรอขาย 23,092 หน่วย สัดส่วน 25% ราคาเฉลี่ยหน่วยละ 2.536 ล้านบาท หรือ 74,590 เหรียญสหรัฐ ซึ่งหากโฟกัสโซน EEC พบว่าระยองเติบโตเคียงคู่ชลบุรี ทั้งภาคอุตสาหกรรมและการท่องเที่ยว รวมทั้งมีรีสอร์ตตามพื้นที่เนินเขาต่าง ๆ อีกด้วย

อันดับ 4 “เชียงใหม่” มีมูลค่าตลาด 54,218 ล้านบาท หรือ 1,595 ล้านเหรียญสหรัฐ มีหน่วยเหลือขาย 11,900 หน่วย ราคาเฉลี่ย 4.556 ล้านบาท สัดส่วน 14% แสดงให้เห็นว่ามีอัตราการขายได้เร็วพอสมควรเมื่อเทียบกับจังหวัดอื่น ๆ ซึ่งนอกจากเป็นเมืองเดสติเนชั่นด้านการท่องเที่ยวแล้ว ยังได้รับการยอมรับว่าเป็นเมืองหลวงด้านอสังหาริมทรัพย์ในภาคเหนือของไทยอีกด้วย

อันดับ 5 “ชะอำ-หัวหิน” ซึ่งจริง ๆ ก็คือเพชรบุรี-ประจวบคีรีขันธ์ มีมูลค่าตลาด 41,382 ล้านบาท หรือ 1,217 ล้านเหรียญสหรัฐ มีหน่วยเหลือขาย 8,134 หน่วย ราคาเฉลี่ย 5.088 ล้านบาท สัดส่วน 20%

ทั้งนี้ ในภาพรวมของท็อป 15 จังหวัดที่มีขนาดตลาดโครงการที่อยู่อาศัยใหญ่ที่สุดนั้น เจาะลึกลงรายละเอียดพบว่า อยู่ในเขตภาคเหนือ 3 จังหวัด คือ “เชียงใหม่-เชียงราย-พิษณุโลก”

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 4 จังหวัด “โคราช-ขอนแก่น-อุดรธานี-อุบลราชธานี”

ภาคกลาง 1 จังหวัด “พระนครศรีอยุธยา”

ภาคใต้ 3 จังหวัด “ภูเก็ต-หาดใหญ่ (สงขลา)-สุราษฎร์ธานี”

ภาคตะวันตก 1 โซน “ชะอำ-หัวหิน”

และโซน EEC 3 จังหวัด “ฉะเชิงเทรา-ชลบุรี-ระยอง”

มีข้อสังเกตว่า บ้านและคอนโดมิเนียมในหัวเมืองท่องเที่ยว อย่าง “ภูเก็ต-เชียงใหม่-ชะอำ หัวหิน” มีราคาเฉลี่ยต่อหน่วยแพงสุด ได้แก่ ภูเก็ต ราคาเฉลี่ยต่อหน่วย 12.303 ล้านบาท, รองลงมา ชะอำ-หัวหิน ราคาเฉลี่ยต่อหน่วย 5.088 ล้านบาท และเชียงใหม่ ราคาเฉลี่ยต่อหน่วย 4.556 ล้านบาท

ในขณะที่อีก 12 จังหวัดที่เหลือ มีราคาเฉลี่ยอยู่ที่ 3 ล้านบาทบวกลบ

“ดร.โสภณ” กล่าวต่อว่า ในด้านเทรนด์การเปลี่ยนแปลงในอนาคตของตลาดที่อยู่อาศัยใน 15 จังหวัดดังกล่าว มีอย่างน้อย 5-6 เทรนด์หลัก ดังนี้

1.”ภาคตะวันออก” ที่อยู่อาศัยสำหรับคนทำงานหรือผู้อยู่อาศัยในพื้นที่โซน EEC มีแนวโน้มจะลดลง เนื่องจากโรงงานญี่ปุ่นและเกาหลีคาดว่ามีโอกาสทยอยย้ายออก ส่วนโรงงานจีนอาจไม่ได้ใช้แรงงานมากนัก โดยมีการใช้หุ่นยนต์เป็นหลักในการผลิต ขณะที่ภาคการท่องเที่ยวคงยังเติบโตเหมือนเดิม

2.”ภาคใต้” ในทำนองเดียวกัน ที่อยู่อาศัยในเขตตัวเมืองจังหวัดภูเก็ต ซึ่งรองรับดีมานด์การซื้อของลูกค้าคนไทยอาจไม่เติบโตมากนัก แต่ทำเลที่มีแนวโน้มการเติบโตจริง ๆ เป็นทำเลที่อยู่อาศัยของชาวต่างชาติที่อยู่ตามริมหาดหรือตามไหล่เขา รูปแบบโครงการมีทั้งโครงการพูลวิลล่าและรีสอร์ตสำหรับการพักผ่อน ส่วนที่อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา มีโอกาสเติบโตได้อีกมากในกรณีปัญหาความไม่สงบจังหวัดชายแดนภาคใต้เป็นหลัก รวมทั้งตลาดสุราษฎร์ธานี (จุดโฟกัสที่เกาะสมุย) ก็มีโอกาสเติบโตสูงมากเช่นกัน

3.”ภาคเหนือ” ยังสามารถเติบโตได้ต่อเนื่อง แต่เนื่องจากปัญหาเรื่องฝุ่นควัน PM 2.5 อาจเป็นอุปสรรคทำให้การเติบโตช้ากว่าปกติ

4.”ภาคอีสาน” เป็นอีกหนึ่งทำเลที่มีการเติบโตค่อนข้างช้า ยกเว้นจังหวัดนครราชสีมา ซึ่งเป็นประตูสู่ภาคอีสาน ทำให้ได้รับอานิสงส์ของจุดที่ตั้ง รวมทั้งมีแม็กเนตจากพื้นที่ท่องเที่ยวเมืองหนาวใกล้กรุงเทพฯ อย่างเขาใหญ่ ทำให้เป็นพื้นที่ที่ยังเติบโตมากกว่าจังหวัดอื่นมาก

5.”เมืองชายแดน” ประกอบด้วย อำเภอแม่สาย และอำเภอแม่สอด จ.ตาก, หนองคาย มุกดาหาร สระแก้ว ปัจจุบันตลาดยังเติบโตไม่มาก อาจเป็นเพราะโครงการพัฒนาเมืองชายแดนตามนโยบายของรัฐบาลยังไม่มีผลกระทบที่นำมาสู่การดึงดูดการลงทุนจากนอกพื้นที่มากนัก ตลาดที่อยู่อาศัยซึ่งตามปกติจะมีการลงทุนและการเติบโตที่ล้อไปกับการมีแหล่งจ้างงาน แหล่งสถานศึกษา แหล่งใช้ชีวิต ฯลฯ จึงไม่บูมเท่าที่ควร

6.”เมืองท่องเที่ยว” เทรนด์ที่ชัดเจนเป็นโอกาสของหัวเมืองท่องเที่ยวหลัก จุดโฟกัสครบทุกทำเลทั้ง “ภูเก็ต สมุย พัทยา ชะอำ-หัวหิน” เทรนด์จะเติบโตได้มากกว่าจังหวัดภูมิภาคอื่น ๆ เพราะรับอานิสงส์ทางตรงจากภาคการท่องเที่ยว ทำให้มีกำลังซื้อของชาวต่างชาติมาเติมรายได้ให้กับพื้นที่