เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
แสนสิริ x SCB แนะ SMEs เร่งขับเคลื่อนยั่งยืนจากเรื่องเล็ก ๆ
SD แสนสิริ x SCB แนะ SMEs เร่งขับเคลื่อนยั่งยืนจากเรื่องเล็ก ๆ
ซีเอ็ดจับมือ 4 ศิลปินไทย เปิดพื้นที่หนังสือ-ศิลปะ ในงานมหกรรมหนังสือฯ ครั้งที่ 31
Biz Movement ซีเอ็ดจับมือ 4 ศิลปินไทย เปิดพื้นที่หนังสือ-ศิลปะ ในงานมหกรรมหนังสือฯ ครั้งที่ 31
‘แสนสิริ’ จุดพลุทำเล ‘หัวหิน’ จากเมืองมาเยือน สู่ ‘บ้านหลังที่สอง’ 
Real Estate ‘แสนสิริ’ จุดพลุทำเล ‘หัวหิน’ จากเมืองมาเยือน สู่ ‘บ้านหลังที่สอง’ 
จัดระเบียบแพลตฟอร์ม เบรกขึ้น GP-ตั้งกติกา ‘ตลาดดิจิทัล’
Economic จัดระเบียบแพลตฟอร์ม เบรกขึ้น GP-ตั้งกติกา ‘ตลาดดิจิทัล’
สมาคมโฆษณาย้ำปีนี้อุตฯ ฟื้น ธุรกิจแห่ทุ่มเม็ดเงินแตะ 8.3 หมื่นล้าน
Business สมาคมโฆษณาย้ำปีนี้อุตฯ ฟื้น ธุรกิจแห่ทุ่มเม็ดเงินแตะ 8.3 หมื่นล้าน
คุม ‘BNPL’ ก่อนเกิดปัญหา
Finance คุม ‘BNPL’ ก่อนเกิดปัญหา
DE ผนึก Meta ยืนยันตัวตนผู้ลงแอด No ID, No Ads
Tech DE ผนึก Meta ยืนยันตัวตนผู้ลงแอด No ID, No Ads
ศูนย์การค้า แห่ผุดบ้านผีสิงทั่วประเทศ รับกระแสฮาโลวีน
Business ศูนย์การค้า แห่ผุดบ้านผีสิงทั่วประเทศ รับกระแสฮาโลวีน
หงส์เลือกคนไม่ผิด
คุยกับเอกราช หงส์เลือกคนไม่ผิด
จุดพลุ ‘นิวฟรอนเทียร์เทค’ ทรู-ซี.พี. ย้ำแนวคิด ‘ทำสิ่งใหม่-ใช้จริง-โตพร้อมพันธมิตร’
Tech จุดพลุ ‘นิวฟรอนเทียร์เทค’ ทรู-ซี.พี. ย้ำแนวคิด ‘ทำสิ่งใหม่-ใช้จริง-โตพร้อมพันธมิตร’
ดูทั้งหมด

ศิริกัญญา ฟันธงดิจิทัลวอลเลตเฟส 3 กระตุ้นเศรษฐกิจร้อยละ 0.00

12 มี.ค. 2568 | 14:12น.
ศิริกัญญา ตันสกุล

ศิริกัญญาคาดดิจิทัลวอลเลตเฟส 3 ให้คน 16-20 ปี ไม่ทำให้เศรษฐกิจกระดิก กระตุ้นได้ร้อยละ 0.00

ที่รัฐสภา น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล สส.บัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรคประชาชน กล่าวถึงกรณีที่รัฐบาลเตรียมแจกเงินดิจิทัลวอลเลตให้กับกลุ่มคนอายุ 16-20 ปี ว่าเป็นการเลือกที่แปลกประหลาด ว่าทำไมต้องเป็นอายุ 16-20 ปี ซึ่งตัวดิจิทัลวอลเลตคนที่ใช้งานไม่มีความซับซ้อน เพราะใครก็ตามที่ใช้พร้อมเพย์เป็นก็สามารถใช้ได้แล้ว ดังนั้น ไม่มีเหตุผลใด ๆ ที่ต้องใช้ผู้ตื่นรู้ทางเทคโนโลยีเท่านั้น จึงคิดว่าประเด็นอยู่ที่งบประมาณอาจจะไม่เพียงพอในงบฯ ปี’68 ทำให้อาจจะต้องขยายไปถึงงบฯ ปี’69

จึงทำให้ต้องมีการซอยออกมาเป็นเฟส ๆ ซึ่งเฟสนี้ก็ไม่แน่ใจว่าทำไมลดเหลือเพียงแค่ 2 ล้านคน ซึ่งใช้งบประมาณ 2 หมื่นล้านบาทเท่านั้น หากเราดูกรณีก่อนหน้าที่มีการแจกเงินสดคือมากกว่า 2 หมื่นล้านบาท ครั้งแรกเม็ดเงินใหญ่ขนาดนั้นยังไม่ทำให้เศรษฐกิจกระดิกได้ จีดีพีตกเป้า การบริโภคภาคเอกชนไม่มีการกระเตื้องแต่อย่างใด

และในครั้งนี้ 2 หมื่นล้านบาท ถ้าจะให้เกิดผลกระตุ้นทางเศรษฐกิจคงไม่มี แต่ก็ไม่แปลกใจที่รัฐบาลเลิกพูดเรื่องการกระตุ้นเศรษฐกิจ เพราะวันนี้พูดเรื่องเตรียมคนเข้าสู่ยุคดิจิทัล รวมถึงเอกสารที่เข้าสู่รายงานการประชุมก็ไม่มีการประเมินผลของการกระตุ้นเศรษฐกิจโครงการนี้

“คนก็บอกว่าสรุปแล้วเป็นการซื้อเสียงล่วงหน้าสำหรับนิวโหวตเตอร์หรือไม่ ดิฉันคิดว่าถ้าเป็นจริงจะเป็นเรื่องที่รับไม่ได้ ที่จะใช้ภาษีของประชาชนทำการแบบนี้ และคิดว่าซื้อไม่ได้จริง เพราะผู้มีสิทธิเลือกตั้งรุ่นใหม่เขามีวิจารณญาณมากพอที่จะไม่สามารถถูกซื้อได้ด้วยเงิน 1 หมื่นบาท ฉะนั้น เชื่อว่ารัฐบาลไม่มีทางคิดแบบนี้แน่นอน เพราะไม่มีผลทั้งคู่” น.ส.ศิริกัญญากล่าว

ผู้สื่อข่าวถามว่า การแจกเงิน 1 หมื่นบาทรอบนี้จะทำให้ตัวเลขทางเศรษฐกิจขยับขึ้นได้บ้างหรือไม่

น.ส.ศิริกัญญากล่าวว่า หากเทียบกับรอบที่แล้วประเมินการกระตุ้นเศรษฐกิจไว้ที่ร้อยละ 0.3 แต่เอาเข้าจริงคือ 0 แทบไม่มีอะไรเกิดขึ้นกับการกระตุ้นเศรษฐกิจเลย ในเฟสนี้ก็คง 0.00

เมื่อถามว่ากังวลเรื่องเม็ดเงินที่ต้องใช้จำนวนมากหรือไม่ น.ส.ศิริกัญญากล่าวว่าต้องตรวจสอบต่อไป แต่ตอนนี้ความชัดเจนยังไม่มี เงินในส่วนนี้เป็นงบฯ กลางที่ตั้งไว้เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ ใช้ไปกับกลุ่มผู้สูงอายุ และรอบนี้ 2 หมื่นล้านบาท ซึ่งจะเหลือเงินกระตุ้นเศรษฐกิจลดลงเรื่อย ๆ และไม่ทราบว่าจะแจกทั้งหมด หรือเปลี่ยนไปทำโครงการอื่นหรือไม่

เพราะถ้อยคำจากรัฐบาลบอกว่าดูตามความเหมาะสม ซึ่งไม่รู้ว่าเหมาะสมของอะไร แต่ถ้าเหมาะสมทางเศรษฐกิจก็เห็นแล้วว่า 2 รอบแรกไม่ได้เกิดอะไรกับเศรษฐกิจ เราคาดหวังว่าอย่าให้มีครั้งที่ 3 และเมื่อมีครั้งที่ 3 เราก็บอกว่าครั้งที่ 4 ไม่ได้แล้ว

ฉะนั้น ต้องดูกับทางรัฐบาลอีกครั้งว่าสรุปแล้วความเหมาะสมของรัฐบาลเป็นความเหมาะสมทางเศรษฐกิจหรือทางการเมือง ว่าในช่วงที่ความนิยมตกต่ำก็งัดเอาโครงการดิจิทัลวอลเลตมาปลอบประโลมประชาชน ว่าอย่างไรก็แจกเงินอยู่ หรือเอาความนิยมคืนมา อย่างไรก็ตาม ต้องติดตามการใช้ภาษีของประชาชนกับรัฐบาลอย่างต่อเนื่อง

น.ส.ศิริกัญญากล่าวต่อว่า นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ สส.บัญชีรายชื่อพรรคเพื่อไทย ในฐานะประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล ระบุว่าอย่ากังวล เงินมีพร้อมอยู่แล้ว ไม่ได้ไปกู้ใคร ซึ่งต้องบอกว่ากู้แน่นอน เต็มเม็ดทั้งหมดเท่าที่จะเอามาใช้ เพราะเป็นส่วนที่ผ่านงบฯ ปี’68 เห็นว่ารัฐบาลต้องตั้งงบฯ ขาดดุลประมาณ 8 แสนกว่าล้านบาท เพื่อเอามาทำโครงการดิจิทัลวอลเลต ฉะนั้น อย่าพูดว่าไม่ได้กู้ใครมา และในฐานะที่เป็นภาษีของประชาชน ตนต้องปกป้องอย่างสุดหัวใจ และต้องการันตีว่าโครงการที่ทำไปมีความคุ้มค่า ไม่เช่นนั้นฝ่ายค้านไม่ต้องทำงาน