หุ้นไทยดิ่งแรงเกือบ 30 จุด “บล.ฟินันเซีย ไซรัส” ชี้กังวลสงครามการค้า-เศรษฐกิจสหรัฐเสี่ยงถดถอย-เจอแรงขายทำกำไรหุ้นที่ราคาอยู่ในโซนบน TRUE ร่วงแรง กังวลประมูลคลื่นความถี่มีความไม่แน่นอน หลังมีคนค้าน-หุ้นไม่เข้าเกณฑ์ Thai ESG เพราะเพิ่งควบรวมยังไม่มีเรตติ้ง จับตาเงินเฟ้อสหรัฐคืนนี้หากเพิ่มขึ้นกดดันตลาดหุ้นต่อ มองกรอบแนวรับ SET พรุ่งนี้ 1,150-1,157 จุด ชี้ภาพดัชนียังเป็นขาลงชัดเจน ถ้าไม่มีประเด็นบวกใหม่ยังดูฟื้นตัวได้ยาก
ผู้สื่อข่าวรายงานความเคลื่อนไหวของดัชนีตลาดหุ้นไทย (SET Index) วันนี้ (12 มี.ค. 2568) ดัชนี SET แกว่งตัวในแดนลบตลอดทั้งวัน โดยปรับตัวลงไประดับต่ำสุด (Low) ที่บริเวณ 1,158.17 จุด ติดลบ 29.46 จุด
นายวีระวัฒน์ วิโรจน์โภคา ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์ ฟินันเซีย ไซรัส จำกัด กล่าวกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ดัชนี SET วันนี้ถือว่าปรับตัวลงแรงกว่าที่คาด ถูกกดดันจากประเด็นความไม่แน่นอนของสงครามการค้าที่การกีดกันเข้มข้นขึ้น หลังรัฐออนแทริโอของแคนาดาจะเรียกเก็บภาษีกระแสไฟฟ้าที่ส่งให้แก่สหรัฐ ขณะที่สหรัฐตอบโต้ทันทีเพิ่มภาษีนำเข้าอะลูมิเนียมและเหล็กจากแคนาดา 25% และขู่จะขึ้นเพิ่มอีก 25% ประกอบกับนักลงทุนมีความกังวลเศรษฐกิจสหรัฐเสี่ยงถดถอย (Recession)
นอกจากนี้ เห็นการปรับพอร์ตหรือแรงเทขายทำกำไรออกมาแรง ๆ ในหุ้นที่ราคายังอยู่ในโซนบน โดยหนักสุดวันนี้คือหุ้น TRUE เนื่องจากมีความกังวลเกี่ยวกับการประมูลคลื่นความถี่ที่อาจมีความไม่แน่นอน เพราะสภาองค์กรผู้บริโภค เตรียมยื่นประธาน กสทช. เพื่อให้ชะลอการออกประกาศหลักเกณฑ์ประมูลคลื่นความถี่ เนื่องจากกังวลกระทบการแข่งขันและประโยชน์ผู้บริโภค และหุ้น TRUE ไม่เข้าเกณฑ์ Thai ESG เพราะเพิ่งควบรวมยังไม่มีเรตติ้ง SET ESG
ส่วนความคาดหวังจากแรงสนับสนุนของกองทุน Thai ESGX ที่จะออกมานั้น ถือว่าไม่ค่อยช่วยเซนติเมนต์ตลาดหุ้นมากนัก อาจจะเห็นดัชนี SET วานนี้ช่วงบ่ายที่ปรับตัวขึ้นมาได้บ้าง แต่โดยภาพรวมมองว่าเพราะไม่มีเม็ดเงินใหม่เข้ามาเพิ่ม เป็นลักษณะแค่รีไซเคิลมากกว่า จึงแค่เป็นการชะลอการไหลออกของเม็ดเงิน LTF เท่านั้น
โดยประเมินทิศทางตลาดหุ้นไทยวันพรุ่งนี้ (13 มี.ค. 2568) มองแนวรับที่โซน 1,150-1,157 จุด เชื่อโซนตรงนี้มีลุ้นรีบาวนด์กลับขึ้นไปได้สั้น ๆ แต่โดยรวมภาพดัชนี SET ยังเป็นขาลงชัดเจน และให้แนวต้านที่บริเวณ 1,190 จุด ถ้าไม่มีประเด็นบวกใหม่ภาพดัชนี SET จะยังดูฟื้นตัวได้ยากอยู่
โดยคืนนี้ต้องรอติดตามตัวเลขเงินเฟ้อ CPI สหรัฐ หากออกมายังเป็นภาพลบอยู่ (เงินเฟ้อเพิ่มขึ้น) จะเป็นปัจจัยที่กดดันตลาดหุ้นต่อไป
