เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
สภาฯ รับหลักการงบฯ 70 เอกนิติ ย้ำ ฝีไม่แตก โปร่งใส ไม่มีหมกเม็ด
Politics สภาฯ รับหลักการงบฯ 70 เอกนิติ ย้ำ ฝีไม่แตก โปร่งใส ไม่มีหมกเม็ด
กระทรวงภูมิใจไทย 1.4 ล้านล้านงบรัฐบาลอนุทิน ปีแรก 3.788 ล้านล้าน
Politics กระทรวงภูมิใจไทย 1.4 ล้านล้านงบรัฐบาลอนุทิน ปีแรก 3.788 ล้านล้าน
ฟื้นกองเรือเก่าภาษีเจริญ ผุดนำร่อง ‘School Boat-เรือแท็กซี่’ เชื่อม BTS บางหว้า
Politics ฟื้นกองเรือเก่าภาษีเจริญ ผุดนำร่อง ‘School Boat-เรือแท็กซี่’ เชื่อม BTS บางหว้า
ผลเลือกตั้ง กทม.-พัทยา
Politics ผลเลือกตั้ง กทม.-พัทยา
JimmyYoung สลัดโมเดลออนไลน์ รุกตลาดแมสส่งแบรนด์ Black Magic บุก 7-Eleven
Business JimmyYoung สลัดโมเดลออนไลน์ รุกตลาดแมสส่งแบรนด์ Black Magic บุก 7-Eleven
กทพ. อัดโปรแรง 7 ก.ค. แจกเงินคืน 50% ดันยอดผู้ใช้ Easy Pass ลดภาระค่าครองชีพ
News กทพ. อัดโปรแรง 7 ก.ค. แจกเงินคืน 50% ดันยอดผู้ใช้ Easy Pass ลดภาระค่าครองชีพ
สุริยะ คาดไม่เกิน 30 วัน ส่งออกกุ้งไทย ไปมาเลเซียได้
Politics สุริยะ คาดไม่เกิน 30 วัน ส่งออกกุ้งไทย ไปมาเลเซียได้
ตลาดหลักทรัพย์ฯ เพิ่มเกณฑ์กำกับดูแล บจ. เข้มเปิดเผยข้อมูล ขึ้นเครื่องหมาย C มีผลตั้งแต่ 1 ก.ค. 69
Finance ตลาดหลักทรัพย์ฯ เพิ่มเกณฑ์กำกับดูแล บจ. เข้มเปิดเผยข้อมูล ขึ้นเครื่องหมาย C มีผลตั้งแต่ 1 ก.ค. 69
DPU ชู 3 งานวิจัยนวัตกรรมเกาะเกร็ด ดึงนักศึกษาลงพื้นที่ยกระดับ GI–ท่องเที่ยว
Uncategorized DPU ชู 3 งานวิจัยนวัตกรรมเกาะเกร็ด ดึงนักศึกษาลงพื้นที่ยกระดับ GI–ท่องเที่ยว
เริ่มมีผลแล้ว! ค่าธรรมเนียมธนาคารมาตรฐานใหม่ 19 รายการ ทยอยบังคับใช้ถึง ต.ค. 2569
Finance เริ่มมีผลแล้ว! ค่าธรรมเนียมธนาคารมาตรฐานใหม่ 19 รายการ ทยอยบังคับใช้ถึง ต.ค. 2569
ดูทั้งหมด

ต้นทุน Digital Twin ลดเท่าตัว DTX ยอมเฉือนเนื้อ โฟกัสเกมยาว

20 มี.ค. 2568 | 07:34น.
DTX

DTX

แนวโน้มการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานกายภาพให้เป็น Digital Twin เป็นทิศทางของการปรับตัวสู่ดิจิทัล ที่ไม่ว่าเมืองทั้งเมือง โรงงาน สินทรัพย์ ตลอดจนนิคมอุตสาหกรรมขนาดใหญ่จะแปลงเป็นโมเดล และแดชบอร์ด เพื่อให้เกิดการบริหารจัดการทุกสิ่งทำได้จากหน้าจอด้วยปลายนิ้วของผู้บริหาร ไม่ต้องเปลืองแรงคนไปชั่งตวงวัด หรือเปิดปิดไฟ ปิดปั๊มน้ำ

แต่แม้เทคโนโลยีจะพร้อมพรั่งเพียงใด การปรับใช้งานนับว่ายังเป็นความท้าทายอาจด้วยยังไม่เห็นความจำเป็น หรือบางส่วนมองว่าใช้ต้นทุนสูง

“ประชาชาติธุรกิจ” มีโอกาสพูดคุยกับ “ดร.สรัสไชย องค์ประเสริฐ” ผู้อำนวยการอาวุโสฝ่ายงานเทคโนโลยี บริษัท ดี ที เอ็กซ์ จำกัด (DTX) บริษัทร่วมทุนระหว่าง บมจ.ทีมกรุ๊ป และ บมจ.ดิทโต้ ซึ่งถอดบทเรียนการทำ Digital Twin นิคมอุตสาหกรรม 14 แห่ง ของการนิคมแห่งประเทศไทย (กนอ.) เรียกได้ว่าเป็นรายแรกที่บุกเบิกงานสำรวจ และก่อสร้างทางดิจิทัล ซึ่งถือเป็นรูปแบบการทำงานแบบใหม่ ตอบโจทย์สังคมยุคดิจิทัล

โมเดล 3 มิติสู่ดิจิทัลทวิน

“ดร.สรัสไชย” เท้าความย้อนไปว่า การพัฒนาโมเดลสามมิติ และดิจิทัลทวิน สำหรับโครงสร้างการก่อสร้างมีมานานแล้ว เรียกว่า BIM (Building Information Modeling) และว่า ก่อนหน้านี้ ตนทำงานอยู่กับ TeamG ก็เขียนและใช้ซอฟต์แวร์เหล่านี้มานาน แต่เมื่อมีการพัฒนาเซ็นเซอร์ “ไอโอที” ที่โมเดล BIM ตอบสนองได้ “เกือบจะ” เรียลไทม์ ซึ่งเป็นเรื่องท้าทาย เพราะต้องนำผู้เชี่ยวชาญสาขาต่าง ๆ มากกว่า 10 สาขามาทำงานร่วมกัน ไม่ว่าเป็นสายโยธา, สถาปัตย์, สำรวจ, เรดาร์ ระบบสามมิติ วิศวกรรมซอฟต์แวร์ เป็นต้น

“5 ปีก่อน ผมพยายามเสนอระบบ Digital Twin กับผู้บริหารองค์กรหลายแห่ง โดยเฉพาะผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์แทบจะทุกราย หรือคนที่มีตึกอาคารใหญ่ ๆ แต่ล้วนได้รับการปฏิเสธ เหตุผลคือเขายังมีคนงานไปจดมิเตอร์ ไปตรวจสอบสิ่งต่าง ๆ ในอาคารได้ จะลงทุนมากมายเพื่อได้โมเดลสามมิติแค่นั้นหรือ แต่วันนี้ต่างออกไป เพราะราคาเซ็นเซอร์ต่อหน่วยถูกลงมาก อีกทั้งเรายังได้บทเรียนสำคัญจากการรับงานของ กนอ.มาเมื่อ 2-3 ปีก่อน ทำให้ต้นทุนลด ราคาที่คิดกับลูกค้าจึงลดลงด้วย”

“ดร.สรัสไชย” กล่าวว่า ผลงาน Digital Twin นิคมอุตฯสมุทร ที่ทำให้ กนอ. เป็นที่น่าพอใจมาก หลังส่งมอบงานก็ได้พัฒนา Digital Twin ของ กนอ.อีก 13 แห่ง เป็นเฟส 2 งบประมาณราว 146 ล้านบาท ระยะเวลา 3 ปี ซึ่งขณะนี้กำลังหาวิธีอัพเดต Generative AI บนแดชบอร์ดด้วย เนื่องจากบางครั้งพนักงานหรือผู้จัดการอาจแปลข้อมูลไม่ได้ ถ้าถามเอไอก็จะได้คำตอบเร็วขึ้น

สำหรับ Digital Twin ของ กนอ. เฟสแรก 1 แห่งใช้งบประมาณราว 20 ล้านบาท เพราะเป็นครั้งแรกที่ทำ จึงต้องสำรวจโครงสร้างทั้งหมด ทั้งบนดิน แนวท่อใต้ดิน ถนน ป้าย ไฟส่องสว่าง สแกนอาคาร เพื่อดูว่าจะนำเซ็นเซอร์ไปติดที่ไหน

“งานด้านการสำรวจเป็นงานที่หนักที่สุด เมื่อได้โมเดล 3 มิติของพื้นที่ส่วนกลางทั้งหมด ผู้บริหารและพนักงานจะมีสิทธิเข้าถึงข้อมูลที่ต่างกันไป เช่น ผู้บริหารที่มีอำนาจตัดสินใจจะสั่งปิดวาล์วน้ำ หรือปั๊มน้ำ กรณีที่เกิดเหตุฉุกเฉินอย่างไฟไหม้ หรือน้ำท่วมได้

รวมถึงข้อมูลอื่น ๆ ที่เป็นประโยชน์จะแสดงผลทุก 20 นาที เพื่อให้แก้ปัญหาได้ทันท่วงที ไม่ว่าจะเป็นข้อมูลไฟส่องสว่างตามถนน แต่ก่อนเจ้าหน้าที่นิคมจะลาดตระเวนด้วยมอเตอร์ไซค์เพื่อตรวจตรา หากหลอดไฟขาดก็จะเปลี่ยน แต่โมเดล 3D จะกะพริบเตือนทุก 20 นาที จึงมีเวลาแก้ไขได้ทัน รวมถึงสถิติอื่น ๆ เช่น การปลดปล่อยมลพิษ น้ำเสีย ฯลฯ เป็นประโยชน์ต่อรายงานด้านสิ่งแวดล้อม”

ยอมเข้าเนื้อเพื่อ Know How

ในแง่การบริหารจัดการทำให้การตัดสินใจรวดเร็วขึ้น เช่น เรื่องปริมาณน้ำฝน ในนิคมมีถนนยาว 8-10 กิโลเมตร คนงานต้องขับรถไปจดมิเตอร์ ในวันฝนตกหนักกว่าจะรายงานกลับมาใน 20 นาที สถานการณ์ตัวเลขอาจเปลี่ยน แต่การมี Digital Twin สามารถเห็นข้อมูล และตัดสินใจเปิด-ปิดเครื่องสูบน้ำกันน้ำท่วมได้ทันที

“เราทำข้อมูลเป็นเรียลไทม์ได้ แต่ต้องดีเลย์ 20 นาที เพื่อไม่ให้เป็นภาระด้านดาต้าที่จะใช้คลาวด์มหาศาล ข้อมูลเรียลไทม์จะมีแค่ระบบปั๊มน้ำ กล้องวงจรปิด หรือส่วนที่ต้องตอบสนองแบบเร่งด่วน”

ดร.สรัสไชยยอมรับว่า นิคมแรกที่ทำ “เข้าเนื้อ” เพราะเริ่มจากศูนย์ทุกอย่าง ต้องติดตั้งเซ็นเซอร์ตัวละ 5 พันบาท ในหลอดไฟส่องถนนทุกดวงทั้งที่ไม่จำเป็น จนเฟส 2 จึงเริ่มรู้ว่าในถนนหนึ่งซอยติดเซ็นเซอร์ไฟแค่ตัวเดียวก็พอ ถ้าหลอดอื่นดับ กล้องวงจรปิด และเจ้าหน้าที่นิคมที่ลาดตระเวนจะมองเห็นหลอดไฟข้างถนนทั้งซอยอยู่แล้ว แค่นี้ก็ลดต้นทุนลงเกือบ 10 เท่า ยังไม่นับการแก้ปัญหาอื่น ๆ ที่ผู้ใช้สะท้อนมาอย่างปั๊มน้ำ นอกจากเซ็นเซอร์และระบบปิดเปิด ก็เพิ่มกล้องเพื่อให้เห็นแน่ว่าน้ำไหลหรือไม่

ต้นทุนลดเท่าตัว ต่อยอดได้

ต้นทุนโดยรวมในการทำนิคมอุตสาหกรรมเป็น “ดิจิทัล” ลดลงทั้งต่อยอดไปยังการบริหารจัดการสินทรัพย์ด้านอื่น ๆ ได้ เช่น มีข้อมูลเรื่องโซลาร์รูฟท็อป ก็นำไปคุยต่อได้ว่ามีไฟฟ้าเหลือจากโรงงาน ขายให้นิคมในราคาถูกได้หรือไม่ได้ด้วย

“เราไม่ได้ปิดกั้นตนเองว่าจะทำแค่ Digital Twin แล้วส่งมอบงานจบ เราสามารถ Operate ต่อได้ ทำเป็นสัญญา MA ต่อไปได้ ในนิคมเฟสแรก เราก็โอเปอเรตให้ต่อ แต่ไม่ได้คิดเงินเพราะเขาให้ทำงานเฟสสองต่อ ปัจจุบันคืบหน้าไป 70% ในช่วงปีครึ่งในทุกนิคมที่เราเข้าไปทำใช้แดชบอร์ดได้แล้ว แต่ก็ยังต้องพัฒนาต่อ ที่เสร็จเร็วเพราะมีประสบการณ์มาแล้ว”

ภาครัฐนำ-เอกชนตาม

การบริหารจัดการ และวางแผนสินทรัพย์ด้วย Digital Twin ได้รับความนิยมในต่างประเทศ แต่ในไทยนับว่าน้อย ตลาดที่เห็นว่ามาแน่ คือหน่วยงานภาครัฐที่มีสินทรัพย์ที่ดิน อาคารจำนวนมาก ด้วยเหตุผลคือเรื่องของภาพลักษณ์และความรับผิดชอบต่อสังคม

“กรณีนิคมอุตสาหกรรม เวลาเราจะไปดึงดูดนักลงทุนมาตั้งโรงงาน นิคมของรัฐมีจุดเด่นอะไรที่มากกว่านิคมเอกชน พูดไปอาจไม่เห็นภาพ แต่ถ้าโชว์โมเดล 3 มิติให้นักลงทุนดู ก็จะเห็นความพร้อม และการบริหารจัดการที่ดี และความรับผิดชอบต่อสังคมให้เห็น เป็นการเพิ่มคุณค่าให้บริการของเราเอง”

สรุปว่า แนวโน้มในอนาคตงานจากภาครัฐมาแน่นอน ที่ผ่านมาภาครัฐเป็นผู้นำในการกำหนดให้ทำโมเดล 3 มิติอยู่แล้ว ที่เหลือคือการผสานเซ็นเซอร์ และดิจิทัลเข้าไป เมื่อภาครัฐยกมาตรฐานนี้ เอกชนก็จะเดินตาม ด้วยเหตุผล 3 ประการ คือ 1.เพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการ จากการมีโมเดล Digital Twin ช่วยให้เห็นข้อมูลทุกด้าน ตัดสินใจได้เร็วจากมือถือก็ได้ ลดเวลาและค่าใช้จ่าย 2.เพิ่มคุณค่าให้ทรัพย์สิน และ 3.เป็นการแสดงความรับผิดชอบต่อสังคม

“การเก็บข้อมูล และรวบรวมไว้อย่างต่อเนื่อง ทำให้ชี้แจงกับประชาชนได้ เช่น กรณีฝุ่น PM 2.5 ในนิคม ก็แสดงข้อมูลย้อนหลังได้เลยว่าแต่ละชั่วโมงปล่อยมลพิษเท่าไหร่ ถ้าค่ามลพิษนอกนิคม ในเวลานั้น ๆ สูงกว่าในนิคม หมายความว่านิคมไม่ได้เป็นสาเหตุของ PM 2.5 แต่ถ้ามลพิษในนิคมสูง ก็เข้าไปดำเนินการควบคุมได้ทันท่วงที”

“ดร.สรัสไชย” ทิ้งท้ายว่า ในระยะยาว DTX ไม่ได้ปิดกั้นตนเองกับลูกค้าที่ต้องการงานสมาร์ทซิตี้ สมาร์ทบิลดิ้ง และอื่น ๆ เพราะเชื่อว่าแนวโน้มงานภาครัฐมาแน่ ๆ แต่โครงการมีความซับซ้อน และมีมูลค่างานสูงจึงไม่ได้คาดหวังว่าลูกค้าจะเยอะ เช่น โปรเจ็กต์ของ กนอ. DTX มีพนักงาน 7 คน แต่ต้องดูแลงานมูลค่ากว่า 140 ล้านบาท เป็นต้น

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ดิจิทัล พัฒนาเทคโนโลยี