เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ทองคำ Q4 ขาขึ้น 5 ปีรวด ลุ้นสิ้นปีแตะ 5,000 ดอลลาร์ ทองไทยมีโอกาสพุ่ง 77,000 บาท
Finance ทองคำ Q4 ขาขึ้น 5 ปีรวด ลุ้นสิ้นปีแตะ 5,000 ดอลลาร์ ทองไทยมีโอกาสพุ่ง 77,000 บาท
เปิดรายชื่อ 9 วิทยากรจากประเทศไทย บนเวทีเศรษฐกิจระดับโลก ประชุม IMF-World Bank
Finance เปิดรายชื่อ 9 วิทยากรจากประเทศไทย บนเวทีเศรษฐกิจระดับโลก ประชุม IMF-World Bank
ไบเทค x กทม. ทำห้องสมุดรีไซเคิล-สนามเด็กเล่น ให้ชุมชนย่านบางนา
SD ไบเทค x กทม. ทำห้องสมุดรีไซเคิล-สนามเด็กเล่น ให้ชุมชนย่านบางนา
วงการอสังหาฯ จับตาขายกิจการ ”สวนสยาม” 2 รายชื่อดังสนใจ
Real Estate วงการอสังหาฯ จับตาขายกิจการ ”สวนสยาม” 2 รายชื่อดังสนใจ
‘มาสด้า’ ย้ำชัด ‘ไทย’ เป็นฐานผลิต-ตลาดสำคัญ
Automotive ‘มาสด้า’ ย้ำชัด ‘ไทย’ เป็นฐานผลิต-ตลาดสำคัญ
มอบรางวัล Thailand Real Estate Agent Awards 2026 ยกระดับนายหน้าอสังหาริมทรัพย์ไทย
Real Estate มอบรางวัล Thailand Real Estate Agent Awards 2026 ยกระดับนายหน้าอสังหาริมทรัพย์ไทย
ธนาคารโลก ดัน Small AI ในประเทศกำลังพัฒนา สร้างงาน เพิ่มมูลค่า
World ธนาคารโลก ดัน Small AI ในประเทศกำลังพัฒนา สร้างงาน เพิ่มมูลค่า
ฮอนด้า ยกเลิกชื่อ e:HEV ใช้ชื่อ “Honda Hybrid” เริ่มปี 2027
Automotive ฮอนด้า ยกเลิกชื่อ e:HEV ใช้ชื่อ “Honda Hybrid” เริ่มปี 2027
เปิดวงคุย “AI-แรงงาน” บนเวที IMF-WBG 2026 ปธน. สิงคโปร์ ชี้คนชั้นกลางเสี่ยงสุด
Tech เปิดวงคุย “AI-แรงงาน” บนเวที IMF-WBG 2026 ปธน. สิงคโปร์ ชี้คนชั้นกลางเสี่ยงสุด
ราคาทองวันนี้ (12 ต.ค. 69) คงที่ รูปพรรณขายออก 67,350 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (12 ต.ค. 69) คงที่ รูปพรรณขายออก 67,350 บาท
ดูทั้งหมด

บาทอ่อนค่า ตอบรับมาตรการภาษีสหรัฐ

03 เม.ย. 2568 | 18:17น.
ค่าเงินบาท

ฝ่ายค้าเงินตราต่างประเทศ ธนาคารกรุงเทพรายงานว่า สภาวะการเคลื่อนไหวตลาดปริวรรตเงินตราประจำวันพฤหัสบดีที่ 3 เมษายน 2568

ค่าเงินบาทเปิดตลาดเช้านี้ (3/4) ที่ระดับ 34.37/38 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ อ่อนค่าจากระดับปิดตลาดเมื่อวันพุธ (2/4) ที่ระดับ 34.17/18 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ ดอลลาร์เปิดตลาดอ่อนค่าเทียบสกุลเงินหลักโดย Dollar Index ปรับตัวลงเล็กน้อยแถวระดับ 103.19 หลังประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐลงนามในคำสั่งฝ่ายบริหารเมื่อวันพุธ (2/4) เพื่อประกาศใช้ทั้งมาตรการภาษีศุลกากรแบบครอบจักรวาล (Universal Tariffs) ส่งผลให้ประเทศต่าง ๆ ทั่วโลกถูกเรียกเก็บภาษีสินค้านำเข้าสู่สหรัฐในอัตรา 10% และมาตรการภาษีศุลกากรตอบโต้ (Reciprocal Tariffs) กับคู่ค้าบางประเทศ

โดยประเทศไทยถูกปรับขึ้นภาษี 36% ซึ่งสูงเป็นลำดับต้น ๆ ของทั่วโลก สำหรับตัวเลขเศรษฐกิจของสหรัฐเมื่อคืนที่ผ่านมาออโตเมติก ดาต้า โพรเซสซิ่ง อิงก์ (ADP) เปิดเผยว่า การจ้างงานของภาคเอกชนสหรัฐเพิ่มขึ้น 155,000 ตำแหน่งในเดือน มี.ค. สูงกว่าตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ที่ระดับ 120,000 ตำแหน่ง หลังจากเพิ่มขึ้นเพียง 84,000 ตำแหน่งในเดือน ก.พ.

ด้านปัจจัยในประเทศวันนี้ (3/4) ทางรัฐบาลได้ส่งสัญญาณความพร้อมที่จะหารือกับสหรัฐ เพื่อปรับดุลการค้าให้เป็นธรรมกับทั้ง 2 ฝ่าย และแสดงเจตนารมณ์ในการเป็นพันธมิตรทางด้านการค้ากับสหรัฐ นอกจากนี้ทางด้านสภาผู้ส่งสินค้าทางเรือแห่งประเทศไทย (สรท.) ได้คงคาดการณ์ส่งออกปี 2568 เติบโตที่ 1-3% ตามเดิม โดยยังไม่รวมผลกระทบจากมาตรการตอบโต้ทางภาษีของสหรัฐ แต่ขอหารือกับผู้ประกอบการเพื่อประเมินความเสียหายที่จะเกิดขึ้นตามมาเป็นรายสินค้าแต่ละตัว

ซึ่งคาดว่าจะส่งผลกระทบต่อภาวะการส่งออกในช่วงครึ่งปีหลัง โดยนายคงฤทธิ์ จันทริก ผู้อำนวยการบริหาร สรท. กล่าวว่า มาตรการตอบโต้ทางภาษีของสหรัฐ จะส่งผลกระทบต่อต้นทุนการนำเข้า เมื่อสินค้ามีราคาสูงขึ้นก็ทำให้ส่งออกไปได้ลดลง โดยสินค้าที่คาดว่าจะได้รับผลกระทบชัดเจนเนื่องจากประเทศคู่แข่งเสียภาษีน้อยกว่า ได้แก่ สับปะรด (ฟิลิปปินส์) ผลิตภัณฑ์ยางพารา (มาเลเซีย)

ขณะเดียวกันต้องมีการกำหนดมาตรฐานสินค้าเพื่อป้องกันการเข้ามาทำตลาดของประเทศคู่แข่งที่มีต้นทุนถูกกว่า ทั้งนี้ ระหว่างวันการเคลื่อนไหวของค่าเงินบาทอยู่ในกรอบระหว่าง 34.25-34.44 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ และปิดตลาดที่ระดับ 34.27/28 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ

ค่าเงินยูโรเคลื่อนไหวเปิดตลาดเช้านี้ (3/4) ที่ระดับ 1.0902/03 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร ปรับตัวแข็งค่าจากระดับปิดตลาดเมื่อวันพุธ (2/4) ที่ระดับ 1.0797/98 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร โดยวันนี้ (3/4) คุณเออร์ซูลา ฟอน เดอ เลเยน ประธานคณะกรรมาธิการยุโรป (EC) ได้กล่าวผ่านไลฟ์สตรีมว่า การตัดสินใจขึ้นภาษีของสหรัฐ ส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อเศรษฐกิจโลก พร้อมย้ำว่าสหภาพยุโรปต้องการเจรจาเพื่อลดอุปสรรคทางการค้า ไม่ใช่สร้างกำแพงเพิ่มขึ้น

ขณะเดียวกันก็ยอมรับว่าสหภาพยุโรปเองก็มีความกังวลเช่นเดียวกับสหรัฐ เกี่ยวกับพฤติกรรมทางการค้าที่ไม่เป็นธรรมในเวทีโลก แต่ก็เตือนสหรัฐว่าการใช้กำแพงภาษีเป็นเครื่องมือแรกและเครื่องมือสุดท้ายจะไม่ช่วยแก้ปัญหา ซึ่งหากการเจรจาเพื่อแก้ไขข้อพิพาททางการค้าระหว่างทั้งสองฝ่ายไม่ประสบความสำเร็จ ทางสหภาพยุโรปอาจออกมาตรการภาษีตอบโต้ระลอกใหม่ซึ่งอาจรวมถึงการนำภาษีเดิมที่เคยถูกระงับไว้กลับมาบังคับใช้ ควบคู่ไปกับการเก็บภาษีเพิ่มเติมในสินค้าใหม่ ๆ เพิ่ม

ทั้งนี้ ระหว่างวันค่าเงินยูโรเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 1.0806-1.1020 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร และปิดตลาดที่ระดับ 1.1007/08 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร

ค่าเงินเยนเคลื่อนไหวเปิดตลาดเช้านี้ (3/4) ที่ระดับ 147.90/91 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ ปรับตัวแข็งค่าจากระดับปิดตลาดเมื่อวันพุธ (2/4) ที่ระดับ 149.39/40 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ โดยเงินเยนเปิดตลาดแข็งค่าเนื่องจากนักลงทุนได้เทขายดอลลาร์เพื่อซื้อเงินเยนซึ่งเป็นสินทรัพย์ปลอดภัย หลังประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ ประกาศใช้มาตรการภาษีซึ่งสร้างความกังวลให้ตลาดโลก

โดยคุณโยจิ มูโตะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการค้าของญี่ปุ่น ได้กล่าวในวันนี้ (3/4) ว่า ญี่ปุ่นจะเดินหน้าขอยกเว้นภาษีศุลกากรจากสหรัฐต่อไป หลังจากที่ประธานาธิบดีทรัมป์ ประกาศเก็บภาษีศุลกากรกับญี่ปุ่นในอัตรา 24% ทั้งนี้เมื่อวันที่ 9-11 มี.ค. รมว.การค้าญี่ปุ่นได้นำคณะเดินทางเยือนกรุงวอชิงตัน เพื่อหารือเรื่องความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจร่วมกับเจ้าหน้าที่ระดับสูงของสหรัฐ

รวมถึงการเจรจาให้รัฐบาลสหรัฐยอมยกเว้นการขึ้นภาษีนำเข้าสินค้าสำคัญของญี่ปุ่น เช่น รถยนต์และเหล็ก แต่ดูเหมือนว่าความพยายามของญี่ปุ่นจะไม่เป็นผล ทั้งนี้ ระหว่างวันค่าเงินเยนอยู่ในกรอบระหว่าง 146.70-149.26 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ และปิดตลาดที่ระดับ 146.81/82 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ

ตัวเลขเศรษฐกิจที่สำคัญในสัปดาห์นี้ ได้แก่ จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ของสหรัฐ (3/4), ยอดนำเข้า ยอดส่งออก และดุลการค้าเดือน ก.พ. ของสหรัฐ (3/4), ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคบริการขั้นสุดท้ายเดือน มี.ค.ของสหรัฐ (3/4), ตัวเลขจ้างงานนอกภาคเกษตรเดือน มี.ค.ของสหรัฐ (4/4), อัตราการว่างงานของสหรัฐ (4/4), รายได้เฉลี่ยต่อชั่วโมงของสหรัฐ (4/4) และการกล่าวสุนทรพจน์ของประธานเฟดในการประชุมประจำปีของ Society for Advancing Business Editing and Writing (SABEW) (4/4)

สำหรับอัตราป้องกันความเสี่ยง (Swap point) ภาคเช้า 1 เดือนในประเทศอยู่ที่ -7.1/-7.0 สตางค์/ดอลลาร์สหรัฐ และอัตราป้องกันความเสี่ยงภาคเช้า 1 เดือนต่างประเทศอยู่ที่ -2.7/-1.5 สตางค์/ดอลลาร์สหรัฐ