ฝ่ายค้าเงินตราต่างประเทศ ธนาคารกรุงเทพรายงานว่า สภาวะการเคลื่อนไหวตลาดปริวรรตเงินตราประจำวันพฤหัสบดีที่ 24 เมษายน 2568
ค่าเงินบาทเปิดตลาดเช้านี้ (21/4) ที่ระดับ 33.49/51 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ อ่อนค่าจากระดับปิดตลาดเมื่อวันพุธ (23/4) ที่ระดับ 33.41/43 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ หลังจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ส่งสัญญาณคลี่คลายข้อพิพาทด้านการค้าระหว่างจีนและสหรัฐ โดยกล่าวกับผู้สื่อข่าวที่ทำเนียบขาวว่า ภาษีศุลกากรที่เรียกเก็บจากสินค้าจีนในอัตรา 145% นั้น อยู่ในระดับที่สูงมาก จึงจะไม่เรียกเก็บภาษีที่สูงเช่นนั้น โดยจะปรับลดลงต่ำกว่านั้น แต่ไม่ถึงระดับ 0%
ในขณะที่นายสก็อตต์ เบสเซนต์ รัฐมนตรีคลังสหรัฐ ได้แสดงความเชื่อมั่นว่าความขัดแย้งทางการค้าระหว่างสหรัฐและจีนจะคลี่คลายลงในไม่ช้า และล่าสุดมีการส่งสัญญาณว่า มีโอกาสที่ทั้งสองประเทศจะบรรลุข้อตกลงการค้าครั้งใหญ่
นอกจากนี้ การแข็งค่าของดอลลาร์ยังได้รับแรงหนุนจากการที่ประธานาธิบดีทรัมป์กล่าวว่า ไม่มีเป้าหมายที่จะปลดนายเจอโรม พาวเวลล์ ออกจากตำแหน่งประธานเฟด ก่อนที่นายพาวเวลล์จะครบวาระในเดือน พ.ค. 2569 ซึ่งความเคลื่อนไหวดังกล่าวช่วยให้นักลงทุนคลายความกังวลเกี่ยวกับการแทรกแซงความเป็นอิสระของเฟด ในส่วนของข้อมูลเศรษฐกิจที่มีการรายงานไปเมื่อคืนนี้ (24/4)
เอสแอนด์พี โกลบอลเปิดเผยว่า ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) รวมภาคการผลิตและภาคบริการเบื้องต้นเดือน เม.ย.ของสหรัฐ ปรับตัวลงสู่ระดับ 51.2 ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดในรอบ 16 เดือน จากระดับ 53.5 ในเดือน มี.ค. บ่งชี้ว่าภาคธุรกิจของสหรัฐยังคงขยายตัว อีกทั้้งกระทรวงพาณิชย์สหรัฐรายงานว่า ยอดขายบ้านใหม่พุ่งขึ้น 7.4% สู่ระดับ 724,000 ยูนิตในเดือน มี.ค. ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือน ก.ย. 2567 และสูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 680,000 ยูนิต จากระดับ 674,000 ยูนิตในเดือน ก.พ.
ด้านปัจจัยในประเทศ นางอรมน ทรัพย์ทวีธรรม อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยถึงการอนุญาตให้คนต่างชาติเข้ามาลงทุนประกอบธุรกิจในประเทศไทย ในไตรมาสแรกของปี 2568 จำนวน 272 ราย โดยการอนุญาตในไตรมาสแรกของปี 2568 มีจำนวนเพิ่มขึ้น 94 ราย (53%) เมื่อเปรียบเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปี 2567 และมูลค่าการลงทุนเพิ่มขึ้น 11,131 ล้านบาท (31%)
นางอรมนกล่าวด้วยว่า สำหรับการลงทุนในพื้นที่ EEC ของนักลงทุนต่างชาติในไตรมาสแรกของปี 2568 (ม.ค.-มี.ค. 68) มีนักลงทุนต่างชาติสนใจลงทุนในพื้นที่ EEC จำนวน 88 ราย คิดเป็น 32% ของนักลงทุนต่างชาติในไทยเพิ่มขึ้นจากช่วงเวลาเดียวกันของปี 2567 จำนวน 32 ราย (57%) มูลค่าการลงทุนในพื้นที่ EEC จำนวน 24,234 ล้านบาท คิดเป็น 52% ของเงินลงทุนทั้งหมด ทั้งนี้ระหว่างวันค่าเงินบาทเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 33.39-33.59 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ และปิดตลาดที่ระดับ 33.45/47 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ
ค่าเงินยูโรเคลื่อนไหวเปิดตลาดเช้านี้ (24/4) ที่ระดับ 1.344/46 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร ปรับตัวอ่อนค่าจากระดับปิดตลาดเมื่อวันพุธ (23/4) ที่ระดับ 1.13307/10 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร โดย HCOB เปิดเผยดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) รวมภาคการผลิต-ภาคบริการขั้นต้นของยูโรโซน ปรับลดลงมาอยู่ที่ 50.1 ในเดือน เม.ย. จาก 50.9 ในเดือน มี.ค. ต่ำกว่าที่คาดการณ์ไว้ที่ 50.3
ด้านดัชนี PMI ภาคบริการขั้นต้นปรับตัวลดลงสู่ 49.7 ในเดือน เม.ย. จาก 51.0 ในเดือน มี.ค. ซึ่งต่ำกว่าที่คาดการณ์ไว้ที่ 50.5 บ่งชี้ว่า การเติบโตทางธุรกิจโดยรวมในยูโรโซนแทบจะหยุดนิ่ง โดยภาคบริการซึ่งเป็นหัวใจหลักของเศรษฐกิจหดตัวลงครั้งแรกในรอบหลายเดือน ขณะที่ภาคการผลิต แม้จะยังอยู่ในภาวะซบเซาต่อเนื่อง แต่กลับมีสัญญาณฟื้นตัวดีกว่าที่คาดการณ์ไว้ ทั้งนี้ระหว่างวันค่าเงินยูโรเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 1.1309-1.1392 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร และปิดตลาดที่ระดับ 1.1377/80 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร
ค่าเงินเยนเคลื่อนไหวเปิดตลาดเช้านี้ (24/4) ที่ระดับ 142.94/96 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ ปรับตัวอ่อนค่าจากระดับปิดตลาดเมื่อวันพุธ (23/4) ที่ระดับ 141.92/93 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ โดยนายเรียวเซ อาคาซาวะ หัวหน้าทีมเจรจาของญี่ปุ่น ซึ่งถือเป็นผู้ช่วยของนายกรัฐมนตรีชิเงรุ อิชิบะ กำลังเตรียมตัวเดินทางเยือนสหรัฐ ในวันพุธที่ 30 เม.ย. เพื่อเปิดฉากการเจรจาประเด็นภาษีที่ยังคงตึงเครียด
โดยการเดินทางครั้งนี้เกิดขึ้นต่อเนื่องหลังจากที่อาคาซาวะเพิ่งกลับจากการเยือนสหรัฐ เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ซึ่งได้มีการหารือเบื้องต้นกับเจ้าหน้าที่ระดับสูงของสหรัฐ รวมถึงประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ การเจรจารอบสองนี้มีขึ้นท่ามกลางจุดยืนของนายกฯ อิชิบะที่พยายามย้ำว่า การค้าเสรีระหว่างสองประเทศจะนำมาซึ่งประโยชน์ร่วมกัน
ซึ่งสวนทางกับนโยบาย “อเมริกาต้องมาก่อน” (America First) ของประธานาธิบดีทรัมป์ ที่เน้นการกีดกันทางการค้า และอาจส่งผลกระทบต่อการเติบโตของเศรษฐกิจโลก มาตรการกำแพงภาษีของทรัมป์ได้สร้างความกังวลอย่างหนักให้กับเศรษฐกิจญี่ปุ่นซึ่งพึ่งพาการส่งออกเป็นหลัก โดยเฉพาะอย่างยิ่งการขึ้นภาษีนำเข้ารถยนต์ เหล็กกล้า และอะลูมิเนียม แม้ว่าปัจจุบันจะมีการผ่อนผันการเก็บภาษีตอบโต้เป็นเวลา 90 วัน แต่อัตราภาษีพื้นฐาน 10% ก็ยังคงมีผลบังคับใช้อยู่
ทั้งนี้การเจรจาในระดับรัฐมนตรีครั้งนี้เป็นผลสืบเนื่องมาจากการหารือทางโทรศัพท์ระหว่าง ปธน.ทรัมป์กับนายกฯอิชิบะเมื่อช่วงต้นเดือน เม.ย. โดยผู้นำญี่ปุ่นได้สั่งการอย่างชัดเจนให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเตรียมความพร้อมอย่างเต็มที่สำหรับการเจรจาครั้งสำคัญนี้ ด้วยความหวังที่จะโน้มน้าวให้สหรัฐยอมยกเว้นการเก็บภาษีดังกล่าวให้กับญี่ปุ่นในที่สุด ทั้งนี้ระหว่างวันค่าเงินเยนเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 142.48-143.39 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ และปิดตลาดที่ระดับ 142.61/62 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ
ตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐที่สำคัญในวันนี้ ได้แก่ ดัชนีกิจกรรมทางเศรษฐกิจทั่วประเทศเดือน มี.ค.จากเฟดชิคาโก, จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์, ยอดสั่งซื้อสินค้าคงทนเดือน มี.ค. และยอดขายบ้านมือสองเดือน มี.ค. รวมถึงดัชนีความเชื่อมั่นทางธุรกิจเดือน เม.ย.จากสถาบัน Ifo ของเยอรมนี
สำหรับอัตราป้องกันความเสี่ยง (Swap point) ภาคเช้า 1 เดือนในประเทศอยู่ที่ -7.1/-6.8 สตางค์/ดอลลาร์สหรัฐ และอัตราป้องกันความเสี่ยงภาคเช้า 1 เดือนต่างประเทศอยู่ที่ -8.0/-7.0 สตางค์/ดอลลาร์สหรัฐ