พิชัย ชี้ แนวคิด ‘กู้เงิน’ ต้องตอบโจทย์อนาคต-เศรษฐกิจไทย
พิชัย ชุณหวชิร
พิชัยยกสหรัฐตั้งกำแพงภาษีฉุด GDP ประเทศ หลังถูกถาม รบ.เล็งออก พ.ร.บ.กู้เงิน 5 แสนล้าน ชี้จะกู้จากไหนต้องดูโครงการ แต่ต้องตอบโจทย์อนาคตประเทศ-การเติบโตทางเศรษฐกิจ
นายพิชัย ชุณหวชิร รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวถึงแนวคิดการออก พ.ร.บ.กู้เงิน 5 แสนล้านบาทว่า ขออย่าพูดว่าแผนกู้เงินเลย แต่เหตุการณ์สหรัฐตั้งกำแพงภาษีสินค้านำเข้าของไทย กว่าจะสามารถแก้ไขปัญหาได้จะมี 2 เรื่อง โดยการแก้ไขต่อให้จบในทางที่ดีที่สุด ซึ่งช่วงนี้ทุกคนคิดไม่ออกเปรียบเสมือนนาฬิกาที่หยุดเดิน หรือเดินบ้างไม่เดินบ้าง การค้าหยุดชะงักไป บางส่วนยังซื้อ บางส่วนไม่ซื้อ หรือบางส่วนไม่ลงทุนเลย เพราะฉะนั้นจะส่งผลต่อ GDP อย่างแน่นอน นั่นก็ขึ้นอยู่กับว่าจะแรงหรือไม่แรง
เพราะฉะนั้นเราจึงเดาว่ามีผลต่อ GDP แต่ระดับของความรุนแรงจะขึ้นอยู่กับสิ่งที่จะออกมา ฉะนั้นวันนี้เราต้องประเมินผลกระทบในแต่ละระดับความรุนแรงทางเศรษฐกิจ เพราะฉะนั้นหากประเมินว่า GDP ไม่ดี หมายความว่าประชาชนไม่กินดีอยู่ดี คือไม่มีกำลังซื้อ ไม่มีเงิน ไม่มีการจ้างงาน ไม่มีการผลิตและการบริการ นำมาซึ่งการส่งออกและบริโภคภายในประเทศ
เราจึงนำมาซึ่งแนวคิดว่า หากเกิดเหตุเช่นนี้แล้วจะทำอย่างไร เพื่อที่จะทำให้คนที่มีรายได้น้อยกลับมามีรายได้ ทำให้ประเทศไทยมีเศรษฐกิจ เกิดการจ้างงานได้ ตนจึงอยากถามเล่น ๆ ว่า ขนาดของมันเท่าไหร่ คงไม่ใช่การลงทุนขนาดย่อม ๆ ควรจะเป็นอะไรที่เราเรียกร้องมานาน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการลงทุน เพิ่มประสิทธิภาพในการตรวจสอบปัญหาเชิงโครงสร้าง
จึงยอมรับว่ามีอยู่แล้วหลายส่วน อย่างน้อยก็อยากสื่อให้สังคมได้ทราบว่า น่าจะเป็นความจำเป็นของหลายประเทศ เพราะหากติดตามความเคลื่อนไหวของประเทศกลุ่มอาเซียน ทุกคนก็รู้สึกว่าลำบากด้วยกัน เราก็จะดูแนวทางแก้ไขประกอบด้วยว่า อย่างไรจึงจะสอดคล้องกัน
ส่วนหากถามว่าจะกู้จากที่ใด ก็ต้องดูที่โครงการก่อน แต่โครงการนั้นจะต้องตอบโจทย์ ว่าจะดีต่ออนาคตของประเทศไทยเชิงประสิทธิภาพ และการเติบโตทางเศรษฐกิจได้ ส่วนหากจะพูดเกินกว่านี้ตนคงตอบไม่ได้ เพราะจะเกินกว่าสถานการณ์ไป
เมื่อถามต่อว่าเศรษฐกิจอย่างนี้จะไม่ส่งผลต่อการจ่ายเงินในโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจเฟส 3 นายพิชัยกล่าวว่าขอให้ใจเย็น ๆ