Skip to content

AREA กัดไม่ปล่อย เพิ่มความเห็นประเมินค่าตึกประกันสังคม 7,000 ล้าน

25 เม.ย. 2568 | 15:48น.
AREA กัดไม่ปล่อย เพิ่มความเห็นประเมินค่าตึกประกันสังคม 7,000 ล้าน

ดร.โสภณ พรโชคชัย ประธานกรรมการ มูลนิธิประเมินค่าทรัพย์สินแห่งประเทศไทย บริษัท เอเจนซี่ ฟอร์ เรียลเอสเตท แอฟแฟร์ส จำกัด หรือ AREA เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 24 เมษายนที่ผ่านมา ตนได้เข้าร่วมประชุมคณะกรรมาธิการ ศึกษาการจัดทำและติดตามการบริหารงบประมาณ แต่ได้กลับก่อนเพราะติดธุรกิจ

รายละเอียดวันที่ 24 เมษายน ระบุว่า ตามที่ท่านได้ทำหนังสือที่ สผ 0017.06/4005 ลว. 21 เมษายน 2568 เชิญกระผมเข้าร่วมประชุมและให้ความเห็นเกี่ยวกับการประเมินค่าอาคารสำนักงานประกันสังคม กระผมจึงขอเสนอความคิดเห็นดังนี้

การประชุมวันที่ 24 เมษายน 2568

1.ราคาที่ดินที่บริษัทประเมิน 2 แห่งได้ประเมินไว้ที่ตารางวาละ 1.35 ล้านบาท-1.45 ล้านบาท แต่จากฐานข้อมูลการซื้อขายที่ดินบริเวณใกล้เคียง ราคาที่ดินไม่ควรเกิน 1.0 ล้านบาท (สามารถคัดสำเนาได้จากใบ ท.ด.13 ณ สำนักงานที่ดิน)

และจากสถิติราคาที่ดินที่ศูนย์ข้อมูลวิจัยและประเมินค่าอสังหาริมทรัพย์ไทย AREA สำรวจต่อเนื่องทุกปี (2537-2567) ราคาก็ไม่ควรเกิน 1.0 ล้านบาท เช่นกัน

2.ค่าก่อสร้างอาคารก่อสร้างที่บริษัททั้งสองแห่งประมาณการไว้เฉลี่ยที่ 61,000 บาท/ตารางเมตร และ 68,000 บาท/ตารางเมตร

อย่างไรก็ตาม 2.1 ตามมาตรฐานของมูลนิธิประเมินค่า-นายหน้าแห่งประเทศไทย กำหนดไว้ว่าอาคารธุรกิจ 21-35 ชั้นที่มีมาตรฐานการก่อสร้างระดับสูง มีราคา 37,600 บาทต่อตารางเมตร ณ สิ้นปี 2566 และ ณ สิ้นปี 2567 (ค่าก่อสร้างไม่ได้เพิ่มขึ้น) (https://tinyurl.com/y6j787eh)

2.2 ตามมาตรฐานของสมาคมผู้ประเมินค่าทรัพย์สินแห่งประเทศไทย กำหนดไว้สำหรับ พ.ศ. 2566-2567 ว่าอาคารสูง 26 ชั้นขึ้นไปที่มีมาตรฐานการก่อสร้างระดับสูง มีราคา 41,200 บาทต่อตารางเมตร (https://tinyurl.com/47mdkrn6)
อย่างไรก็ตามอาจต้องมีการตรวจสอบเพิ่มเติมว่าอาคารนี้ถือว่าเป็นอาคารที่มีมาตรฐานก่อสร้างระดับสูงหรือไม่ เพราะเป็นอาคารที่ก่อสร้างตามข้อกำหนดเดิม

3.สำหรับอัตราผลตอบแทนในการลงทุน (Capitalization Rate) สำหรับอาคารสำนักงานชั้น 1 ในเขตเมือง มูลนิธิประเมินค่า-นายหน้าแห่งประเทศไทย กำหนดตั้งแต่ปี 2552 ทุกปี และในช่วงปี 2566 และ 2567 กำหนดไว้ที่ 5%-7% (https://tinyurl.com/2v6s88vu) ซึ่งอาจแตกต่างไปจากในรายงานของบริษัทประเมินทั้งสองแห่ง

4.กระผมได้ประเมินค่าทรัพย์สินไว้เบื้องต้นเป็นเงิน 3,500-3,600 ล้านบาท (https://tinyurl.com/4s7wry28) (ตามข้อมูลที่มีจำกัดเท่านั้น) แสดงไว้ตามรายละเอียดดังนี้ : https://img5.pic.in.th/file/secure-sv1/68-0283-2.png

5.กระผมมีความเห็นว่าหากจะพิสูจน์ราคาประเมินให้ชัดเจนคณะกรรมาธิการ ควรตั้งคณะอนุกรรมาธิการไปสำรวจพื้นที่จริง พร้อมตัวแทนของทั้งสองบริษัท และผู้ทรงคุณวุฒิเพื่อแสวงหาข้อมูลชุดเดียวกันที่เป็นที่ยอมรับร่วมกัน แล้วนำมาวิเคราะห์จากข้อมูลชุดเดียวกันนี้ ก็น่าจะได้มูลค่าที่ประเมินได้สอดคล้องกับความเป็นจริงและไม่แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญ คาดว่าคงใช้เวลาไม่เกิน 2 สัปดาห์

ความเห็นเพิ่มเติม วันที่ 25 เมษายน 2568

ล่าสุด วันนี้ (25 เมษายน 2568) จึงได้ทำหนังสือปกขาว เพื่อเพิ่มเติมความเห็นเกี่ยวกับการประเมินค่าอาคารสำนักงานประกันสังคม ส่งถึง นายสุรเชษฐ์ ประวีณวงศ์วุฒิ ประธานคณะกรรมาธิการศึกษาการจัดทำและติดตามการบริหารงบประมาณ มีรายละเอียด ดังนี้

ตามที่เมื่อวานนี้ กระผมได้เข้าร่วมประชุมและให้ความเห็นเกี่ยวกับการประเมินค่าอาคารสำนักงานประกันสังคม กระผมมีความเห็นเพิ่มเติม แต่เนื่องจากกระผมจำเป็นต้องกลับก่อน ไม่ได้เรียนท่าน จึงขอเสนอดังนี้

1.ราคาที่บริษัทนายหน้าแห่งหนึ่งชี้แจง เป็นเพียงความเห็นในฐานะนายหน้า แม้จะสอดคล้องกับราคาที่บริษัทประเมิน 2 แห่งประเมินไว้ ก็ไม่สามารถนำมาอ้างอิงได้ เพราะนายหน้าก็ย่อมต้องประเมินให้สูงไว้ก่อนเพราะมีผลประโยชน์จากการขาย

2.เรื่องที่อาคารนี้มีสัดส่วนพื้นที่ก่อสร้างต่อขนาดที่ดินถึง 15 : 1 ก็ไม่อาจถือเป็นข้อดีได้โดยตรง เพราะอาคารที่ก่อสร้างตามข้อกำหนดเดิมที่สร้างได้มากกว่า 10 เท่าของขนาดที่ดิน ก็มักมีที่จอดรถไม่เพียงพอ และขนาดพื้นที่ที่มากกว่าปกติ ก็สะท้อนจากราคาขายที่ได้มากขึ้นอยู่แล้ว

3.ที่อ้างว่าอาคารดังกล่าวเป็นอาคารเขียวระดับ Gold จึงเพิ่มค่าก่อสร้างอีก 30% คือประเมินในราคา 68,000 บาทต่อตารางเมตรนั้น

ในความเป็นจริง หากคิดจากอาคารที่สร้างระดับสูงที่ 41,200 บาทตามราคาของสมาคมและมูลนิธิ กลับสูงถึง 65% ซึ่งเป็นต้นทุนค่าก่อสร้างที่สูงเกินจริงไปอย่างมาก

ปกติอาคารเขียวมีค่าก่อสร้างเพิ่มขึ้นเพียง 2-7% เท่านั้น ในคู่มือออกแบบอาคารเขียวของกรมโยธาธิการและผังเมือง (https://tinyurl.com/2ys2n4wn) ก็ระบุไว้เพียง 3-5% แม้อาคารนี้จะมีระบบกรองฝุ่น PM 2.5 ก็ไม่น่าสูงมาก

4.ทำเลที่ตั้งบนถนนอโศก-ดินแดงของโครงการด้อยกว่าโครงการอื่น ๆ ที่ตั้งอยู่ติดถนนรัชดาภิเษก และถนนพระราม 9 อย่างชัดเจน จะอ้างอิงเป็นทำเลเดียวกันไม่ได้

5.ที่อ้างว่าข้อมูลตลาดในปี 2565 ค่อนข้างราคาสูง (มีค่าเช่า 900 บาท และมีอัตราการครอบครองพื้นที่สำนักงาน 90%) จึงประเมินค่าโครงการนี้สูง

แต่ในความเป็นจริง ควรที่จะหาข้อมูลตลาดที่มากกว่านี้ ค่าเช่าดังกล่าวคงไม่รวมถึงทำเลอโศก-ดินแดง และยิ่งในขณะนี้ราคาต่ำกว่าที่คาดการณ์ไว้มาก (เช่าปลีกเพียง 600 บาท-กรณีเช่าทั้งอาคารคงต่ำกว่านี้มาก) แสดงว่าเลือกข้อมูลที่ผิดความจริงมาใช้ประเมิน

6. ข้อมูลราคาที่ดินที่นำมาเปรียบเทียบเพื่อประเมินใช้เพียง 3 ข้อมูล ซึ่งน้อยมาก ปกติการประเมินบ้านหลังเล็ก ๆ หลังหนึ่งก็ควรมีข้อมูลอย่างน้อย 3-5 ข้อมูล ในกรณีอาคารมูลค่าสูงหลายพันล้านจึงควรมีข้อมูลมากกว่านี้

และจากการค้นหาสัญญาซื้อขาย (ท.ด.13) ณ สำนักงานที่ดิน ปรากฏว่าไม่มีที่ดินแปลงใดขายได้ในราคาเกิน 1 ล้านบาทต่อตารางวาเลย (ในขณะที่บริษัทประเมิน ได้ประเมินไว้ที่ 1.35-1.45 ล้านบาทต่อตารางวา)

กระผมข้อย้ำความเห็นเดิมที่ว่า หากจะพิสูจน์ราคาประเมินให้ชัดเจนคณะกรรมาธิการ ควรตั้งคณะอนุกรรมาธิการไปสำรวจพื้นที่จริง พร้อมตัวแทนของทั้งสองบริษัท และผู้ทรงคุณวุฒิเพื่อแสวงหาข้อมูลชุดเดียวกันที่เป็นที่ยอมรับร่วมกัน

แล้วนำมาวิเคราะห์จากข้อมูลชุดเดียวกันนี้ ก็น่าจะได้มูลค่าที่ประเมินได้สอดคล้องกับความเป็นจริงและไม่แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญ คาดว่าคงใช้เวลาไม่เกิน 2 สัปดาห์

กระผมใคร่ขอให้คณะกรรมาธิการพิสูจน์ความจริงให้ปรากฏ จะได้เป็นประโยชน์ต่อการรักษาความน่าเชื่อถือของนักวิชาชีพประเมินค่าทรัพย์สินด้วย จะเป็นพระคุณยิ่ง

จึงเรียนมาเพื่อโปรดพิจารณา