เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ดูทั้งหมด

เลขาฯ ก.ล.ต. เตือนแอน JKN ไม่รับโทษแพ่ง ส่งฟ้องศาลแบนยาว 10 ปี

28 เม.ย. 2568 | 16:56น.
พรอนงค์ บุษราตระกูล

พรอนงค์ บุษราตระกูล

“พรอนงค์” เลขาธิการ ก.ล.ต. เตือน “แอน-จักรพงษ์ JKN” ไม่รับมาตรการลงโทษทางแพ่ง ระวังโทษหนัก ส่งอัยการฟ้องต่อศาลแพ่ง ใช้มาตรการลงโทษสูงสุดตามกฎหมายกำหนด “แบนห้ามเป็นผู้บริหารหรือกรรมการยาว 10 ปี”

นางพรอนงค์ บุษราตระกูล เลขาธิการ สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) กล่าวถึงกรณีที่ประชุมคณะกรรมการ บริษัท เจเคเอ็น โกลบอล กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ JKN ครั้งที่ 7/2568 ซึ่งจัดขึ้นเมื่อวันที่ 25 เมษายน 2568 มีมติให้แอน-จักรพงษ์ จักราจุฑาธิบดิ์ ยังคงดำรงตำแหน่งเป็นกรรมการหรือผู้บริหารในบริษัทตามเดิม

แม้ว่า ก.ล.ต.แจ้งว่าคณะกรรมการพิจารณามาตรการลงโทษทางแพ่ง (ค.ม.พ.) มีมติให้นำมาตรการลงโทษทางแพ่งมาใช้บังคับกับ JKN และแอน-จักรพงษ์ ในฐานะเป็นบุคคลซึ่งรับผิดชอบในการดำเนินงานของนิติบุคคล กรณีเผยแพร่ข้อความอันเป็นเท็จหรืออาจก่อให้เกิดความสำคัญผิดในสาระสำคัญเกี่ยวกับข้อมูลของ JKN โดยให้ชำระเงินตามมาตรการลงโทษทางแพ่งรวม 4,124,078 บาท และกำหนดระยะเวลาห้าม แอน-จักรพงษ์ เป็นกรรมการหรือผู้บริหารเป็นเวลา 56 เดือนว่า

กรณีดังกล่าวหากไม่เข้ามายอมรับมาตรการลงโทษทางแพ่ง หลังจากนี้สำนักงาน ก.ล.ต. จะส่งเรื่องต่อไปให้อัยการเพื่อให้สั่งฟ้องคดีต่อศาลแพ่ง โดยจะใช้โทษสูงสุดที่กฎหมายกำหนด เพื่อให้เกิดผลสัมฤทธิ์ของการใช้มาตรการลงโทษทางแพ่ง อาทิ การห้ามเป็นกรรมการหรือผู้บริหารสูงสุด 10 ปี

อย่างไรก็ตาม เมื่อเข้าไปสู่ขั้นตอนกระบวนการพิจารณาของศาลแล้ว จะต้องไปพิสูจน์การกระทำต่อศาลต่อไป โดยทาง ก.ล.ต.จะยังไม่นำเหตุนี้มาเป็นเหตุของการพิจารณาคุณสมบัติตามกฎหมาย

“การใช้มาตรการลงโทษทางแพ่ง มีตั้งแต่สั่งให้จ่ายค่าปรับ ชดใช้ผลประโยชน์ และค่าตรวจสอบของสำนักงาน ก.ล.ต. ไปจนถึงการแบนในบทบาทการเป็นกรรมการหรือผู้บริหาร ซึ่งช่วงที่ผ่านมาส่วนใหญ่จะยินยอมเข้ามารับมาตรการลงโทษต่อ ก.ล.ต. อาจจะมีแค่บางส่วนที่ไม่ยอมและขอไปสู้ในชั้นศาล” เลขาธิการ ก.ล.ต.กล่าว

ทั้งนี้จากที่สำนักงาน ก.ล.ต.ได้รับข้อมูลจากตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) เมื่อเดือนเมษายน 2567 และตรวจสอบเพิ่มเติมพบว่า เมื่อวันที่ 22 มกราคม 2567 เวลา 14.00 น. JKN โดยแอน-จักรพงษ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และกรรมการผู้จัดการ ผู้มีอำนาจรายงานสารสนเทศของ JKN ได้เปิดเผยผ่านระบบเผยแพร่ข้อมูลบริษัทจดทะเบียนของตลาดหลักทรัพย์ฯ (ระบบ SETLink) ตามที่ตลาดหลักทรัพย์ฯ

ได้ให้ JKN ชี้แจงกรณีปรากฏข่าวบนสื่อออนไลน์ว่า JKN ได้ขายธุรกิจองค์กรนางงามจักรวาล (Miss Universe Organization : MUO) ให้แก่นายราอูล โรชา เศรษฐีชาวเม็กซิกัน ซึ่ง JKN ชี้แจงโดยสรุปว่า JKN ได้มีการดำเนินการหาและติดต่อนักลงทุนหลากหลายราย และได้ศึกษารายละเอียดข้อเสนอลงทุนของนักลงทุนมาระยะเวลาหนึ่งแล้ว แต่ยังไม่ได้ข้อสรุปในเรื่องดังกล่าว

แต่ในความเป็นจริงแล้ว ในช่วงเวลานั้น JKN โดย JKN Global Content Pte. Ltd. ซึ่งเป็นบริษัทย่อยของ JKN ได้ดำเนินการขายหุ้นของ JKN Legacy, Inc. ซึ่งเป็นบริษัทย่อยที่ดำเนินธุรกิจองค์กรนางงามจักรวาล และครอบครองลิขสิทธิ์นางงามจักรวาล (Miss Universe) ให้แก่ Legacy Holding Group USA Inc. ในจำนวนร้อยละ 50 ของหุ้นทั้งหมด โดยเข้าทำสัญญาซื้อขายเมื่อวันที่ 20 ตุลาคม 2566

นอกจากนี้ ยังปรากฏข้อมูลว่า Legacy Holding Group USA Inc. มีนายราอูล โรชา เป็นประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ดังนั้น ข้อความที่ JKN เผยแพร่ดังกล่าวจึงไม่ถูกต้องตรงกับข้อเท็จจริงหรืออาจก่อให้เกิดความสำคัญผิดในสาระสำคัญเกี่ยวกับข้อมูลของ JKN โดยประการที่น่าจะทำให้มีผลกระทบต่อการตัดสินใจลงทุนในหลักทรัพย์ JKN

การกระทำของ JKN เป็นการฝ่าฝืนมาตรา 240 แห่งพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535 (พ.ร.บ.หลักทรัพย์ฯ) ซึ่งมีบทกำหนดโทษตามมาตรา 296 วรรคหนึ่ง และมาตรา 296/2 และมาตรการลงโทษทางแพ่งตามมาตรา 317/4 และมาตรา 317/5 แห่งพระราชบัญญัติฉบับเดียวกัน โดยนายจักรพงษ์ ในฐานะเป็นบุคคล ซึ่งรับผิดชอบในการดำเนินงานของนิติบุคคล กระทำการเป็นเหตุให้ JKN กระทำความผิดในกรณีข้างต้น จึงต้องรับโทษเดียวกันตามมาตรา 300 ประกอบมาตรา 240 แห่ง พ.ร.บ.หลักทรัพย์ฯ

คณะกรรมการพิจารณามาตรการลงโทษทางแพ่ง (ค.ม.พ.) มีมติให้นำมาตรการลงโทษทางแพ่งมาใช้บังคับกับผู้กระทำความผิดทั้ง 2 ราย โดยให้ผู้กระทำความผิดทั้ง 2 ราย ชำระค่าปรับทางแพ่งและชดใช้ค่าใช้จ่ายเนื่องจากการตรวจสอบการกระทำความผิด รวมเป็นเงินรายละ 2,062,039 บาท และห้ามนายจักรพงษ์เป็นกรรมการหรือผู้บริหารในบริษัทที่ออกหลักทรัพย์หรือบริษัทหลักทรัพย์ เป็นเวลา 56 เดือน

มาตรการลงโทษทางแพ่งที่ ค.ม.พ.กำหนด จะมีผลเมื่อผู้กระทำความผิดลงนามในบันทึกการยินยอมปฏิบัติตามมาตรการลงโทษทางแพ่งที่ ค.ม.พ.กำหนด หากผู้กระทำความผิดไม่ยินยอม ก.ล.ต.จะมีหนังสือขอให้พนักงานอัยการดำเนินการฟ้องคดีต่อศาลแพ่งเพื่อขอให้ศาลกำหนดมาตรการลงโทษทางแพ่งในอัตราสูงสุดที่กฎหมายบัญญัติ โดยไม่ต่ำกว่าอัตราที่ ค.ม.พ.กำหนด