“มยุรี ข้าวตังทรงเครื่อง” เริ่มต้นด้วยความรักในครอบครัว “คูสกุล” เมื่อปี 2511 หรือกว่า 57 ปีที่แล้ว โดย “สมสมร คูสกุล” คุณแม่ของ “มยุรี ชัยพรหมประสิทธิ์” กรรมการผู้จัดการใหญ่ สายองค์กรสัมพันธ์และสื่อสารองค์กร บริษัท สยามพิวรรธน์ จำกัด และคุณยายของ “พิน-ชัญชกร ชัยพรหมประสิทธิ์” และ “พาย-ภัทริศ ชัยพรหมประสิทธิ์” ทายาทรุ่น 3 ของตระกูลที่กำลังสานต่อกิจการ
คุณยายสมสมรได้ออกจากงานประจำและรับบทบาทแม่บ้านเต็มตัว ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่ลูก ๆ กำลังจะไปศึกษาที่ต่างประเทศ จึงมีความคิดที่จะทำขนมให้นำติดตัวไป โดยเมนูนี้ต้องอร่อย เก็บรักษาได้นาน กินตอนไหนก็ได้ และที่สำคัญคือใช้เมกเฟรนด์กับเพื่อนต่างชาติได้ จึงได้เริ่มทดลองนำข้าวเกรียบข้าวหอมมะลิและหมูหย็องมาผัดรวมกันในกระทะ จนกลายเป็นขนมข้าวตัง
เนื่องด้วยรสชาติที่ถูกปากคนในครอบครัว จากนั้นคุณยายสมสมรก็เริ่มทำแจกยังคนรู้จักในเทศกาลต่าง ๆ ก่อนจะเริ่มทำขายอย่างจริงจังที่หน้าบ้านเอกมัยซอย 10 และตั้งชื่อในเวลาต่อมาว่า “ข้าวตังทรงเครื่อง”
ผ่านไปกว่า 5 ทศวรรษ ข้าวตังทรงเครื่องยังคงอยู่ และถูกสานต่อกิจการโดยทายาทรุ่นที่ 3 ของครอบครัว พร้อมรีแบรนด์เป็น “มยุรี ข้าวตังทรงเครื่อง” ด้วยแนวคิดของผู้บริหารรุ่นใหม่ นำตำนานมาใส่ความทันสมัย เพื่อให้สามารถดำเนินธุรกิจต่อได้ในยุคดิจิทัล และขยายฐานลูกค้าไปยังกลุ่มคนอายุน้อย ไม่ว่าจะเป็นการออกแบบบรรจุภัณฑ์ใหม่ การปรับภาพลักษณ์ของแบรนด์ให้มีความร่วมสมัยแต่คงความคลาสสิก ตลอดจนของที่ระลึกต่าง ๆ

“ดีไลฟ์ ประชาชาติธุรกิจ” มีโอกาสได้ร่วมชมร้าน มยุรี ข้าวตังทรงเครื่อง ที่เพิ่งเปิดใหม่ในซอยสุขุมวิท 51 โดย พิน-ชัญชกร เผยว่า ข้าวตังมยุรีเกิดขึ้นมานานกว่า 50 ปี ปัจจุบันคุณยายอายุ 92 ปีแล้ว เมื่อ 2 ปีก่อนคุณยายถามว่า สนใจเอาธุรกิจไปทำไหม ก็ตอบตกลงทันที เพราะเห็นว่าข้าวตังมีโพเทนเชียลมากในตลาดขนมขบเคี้ยว จึงนำไปสู่การรีแบรนด์เป็นชื่อใหม่ว่า มยุรี ข้าวตังทรงเครื่อง โดยมยุรีเป็นชื่อของคุณแม่ เราอยากรักษา Family Legacy ไว้ เพราะข้าวตังนี้เหมือนเป็นความรักในครอบครัว
องค์ประกอบสำคัญของข้าวตังมยุรี คือการพิถีพิถันในการคัดสรรวัตถุดิบและส่วนผสมจากผู้ผลิตในประเทศไทย โดยเฉพาะข้าวหอมมะลิที่รับมาจากเกษตรกรโดยตรง ซึ่งใช้ปลายข้าวจากเมล็ดเท่านั้น เพราะมีสีและความหอมที่โดดเด่นกว่าส่วนอื่น ขณะที่หมูหย็องก็ใช้จาก “ส.ขอนแก่น” เพราะเป็นของขึ้นชื่อและใช้มาตั้งแต่รุ่นแรก
นอกจากนี้ ยังมีส่วนประกอบอื่น ๆ เช่น น้ำตาลไอซิ่ง น้ำมันพืช และน้ำมันกระเทียมเจียว ที่ถือเป็นซอสสูตรลับที่ทางร้านเจียวใหม่ทุกเช้า ที่สำคัญ ข้าวตังมยุรีไม่ใส่ผงชูรส และสารกันบูด โดยเก็บรักษาได้นานกว่า 2 เดือน ยิ่งไปกว่านั้นยังใช้เตาถ่านในทุกขั้นตอน ตั้งแต่การทำข้าวเกรียบจนถึงการผัดคลุกเคล้าส่วนผสมต่าง ๆ ทำให้ข้าวตังมีกลิ่นหอมกระทะอันเป็นเอกลักษณ์ของสูตรดั้งเดิม
สำหรับวิธีการทำ เริ่มจากนำข้าวหอมมะลิไปหุงให้สุกและพักทิ้งไว้ จากนั้นตักข้าวหนึ่งทัพพีใส่เครื่องกดพิมพ์ จะได้ข้าวเป็นแผ่นบาง และเริ่มขั้นตอนการผัดข้าวตัง โดยตั้งกระทะบนเตาถ่าน ใส่น้ำมัน นำข้าวเกรียบ หมูหย็อง พร้อมเครื่องปรุงรส น้ำตาล เกลือ พริกไทย ผัดให้เข้ากันประมาณ 5-7 นาที และยกลงจากเตา สีของข้าวตังจะเปลี่ยนเป็นสีเหลืองทอง และสีของหมูหย็องก็จะชัดขึ้น โดยปกติผลิตอยู่ราว 400 กระปุกต่อวัน และเป็น 800-1,000 กระปุกในช่วงเทศกาล

พิน-ชัญชกรยังเผยอีกว่า โลโก้ของแบรนด์คือรูปถ่ายของคุณยายสมัยที่เดินทางไปเลือกข้าวที่จังหวัดสุรินทร์ด้วยตนเอง โดยคุณตาเป็นผู้ถ่ายและออกแบบเอง เพราะสมัยนั้นยังไม่มีกราฟิกดีไซเนอร์ เราจึงคงทุกอย่างบนโลโก้เอาไว้ เพื่อเป็นเกียรติและที่ระลึกให้ผู้ก่อตั้งแบรนด์
สำหรับการออกแบบและตกแต่งร้านใหม่ มีแรงบันดาลใจมาจากความทรงจำสมัยก่อนที่มีลูกค้ามาซื้อข้าวตังหน้าบ้านคุณยาย ร้านที่ที่ซอยสุขุมวิท 51 จึงเป็นคิตเช่นเล็ก ๆ และมีภาพของคุณยายตั้งไว้บนชั้นวาง ที่สำคัญตึก 4 ชั้นนี้ยังเป็นโรงงานในการผลิตด้วย ข้าวตังทุกกระปุกกำเนิดขึ้นจากที่นี่
ปัจจุบัน มยุรี ข้าวตังทรงเครื่อง วางจำหน่ายที่ร้านซอยสุขุมวิท 51, Gourmet Market (พารากอน, เอ็มควอเทียร์, เอ็มโพเรียม, ท่าพระ, บางกะปิ งามวงศ์วาน และบางแค), ริมปิงซุปเปอร์มาร์เก็ต เชียงใหม่ และช่องทางออนไลน์
“มยุรี ข้าวตังทรงเครื่อง ถือเป็นธุรกิจแรกของตัวเอง ได้เรียนรู้อะไรใหม่ ๆ ทุกวัน ที่คาดไม่ถึง พินชอบกินขนมและชอบอาหารอยู่แล้ว เเบรนด์นี้ยังมีอะไรให้ทำอีกเยอะ เมื่อนำความรู้ด้านดีไซน์มาใช้ก็รู้สึกชอบมาก เมื่อเรารีแบรนด์ ครอบครัวก็ซัพพอร์ต ปล่อยให้ทำเต็มที่ แต่ก็ต้องปรึกษาคุณพ่อ คุณแม่ อยู่เรื่อย ๆ เพราะเรายังเป็นลูกนกหัดบิน ความรู้จากคุณแม่ก็จะเป็นด้านมาร์เก็ตติ้ง เพราะคุณแม่ทำงานการตลาด จะรู้เรื่องดีลกับลูกค้า วิธีทำโปรโมชั่น ส่วนเรื่อง Business Plan กลยุทธ์ และเรื่องตัวเลขจะได้จากคุณพ่อ ขณะนี้กำลังมีการพัฒนารสชาติที่ไม่มีน้ำตาล และข้าวตังวีแกน เพื่อรับแทรนด์สุขภาพ ส่วน Goal ที่วางไว้คืออยากให้ข้าวตังเป็นซอฟต์พาวเวอร์และส่งออกไปยังต่างประเทศ เพราะข้าวคือความโดดเด่นของประเทศไทย”


