เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ธนารักษ์เปิดจำหน่ายเหรียญที่ระลึกการประชุม AM2026 – เอกนิติ ชี้สะท้อนศักยภาพการเป็นเจ้าภาพครั้งที่ 2
Finance ธนารักษ์เปิดจำหน่ายเหรียญที่ระลึกการประชุม AM2026 – เอกนิติ ชี้สะท้อนศักยภาพการเป็นเจ้าภาพครั้งที่ 2
ม.ทักษิณเชื่อมคน-โลมา-ทะเลสาบ รักษาความหลากหลายทางชีวภาพ
Biz Movement ม.ทักษิณเชื่อมคน-โลมา-ทะเลสาบ รักษาความหลากหลายทางชีวภาพ
ธปท.เข้มเงินไหลเข้า เงินต่างประเทศไหลเข้าเกิน 2 แสนดอลลาร์ ต้องโชว์ที่มา
Finance ธปท.เข้มเงินไหลเข้า เงินต่างประเทศไหลเข้าเกิน 2 แสนดอลลาร์ ต้องโชว์ที่มา
กกพ.รื้อสัญญาซื้อไฟเก่า สกัดต่ออายุอัตโนมัติ ลุยเคาะค่าไฟให้สะท้อนต้นทุนจริง
Economic กกพ.รื้อสัญญาซื้อไฟเก่า สกัดต่ออายุอัตโนมัติ ลุยเคาะค่าไฟให้สะท้อนต้นทุนจริง
เปิด 7 จุดเช็กด่วนก่อนซ่อมบ้านหลังน้ำลด สมาคมรับสร้างบ้าน เตือนระวังไฟรั่ว-บ้านพังซ้ำ
Real Estate เปิด 7 จุดเช็กด่วนก่อนซ่อมบ้านหลังน้ำลด สมาคมรับสร้างบ้าน เตือนระวังไฟรั่ว-บ้านพังซ้ำ
เปิดใจ ‘พญามังกรสวนสยาม’ ซมพิษท่วมหนัก-แบ่งมรดกทายาท
Business เปิดใจ ‘พญามังกรสวนสยาม’ ซมพิษท่วมหนัก-แบ่งมรดกทายาท
เปิดโผ 17 หุ้นกองหน้า รับไทยเจ้าภาพ IMF-World Bank ดึงเม็ดเงินลงทุนโลก
Finance เปิดโผ 17 หุ้นกองหน้า รับไทยเจ้าภาพ IMF-World Bank ดึงเม็ดเงินลงทุนโลก
ก.ล.ต.ไฟเขียวตั้ง Crypto ETF ในไทย เริ่ม 16 ต.ค.นี้ ลงทุน Bitcoin-Ethereum ห้ามใช้มาร์จิ้น
Finance ก.ล.ต.ไฟเขียวตั้ง Crypto ETF ในไทย เริ่ม 16 ต.ค.นี้ ลงทุน Bitcoin-Ethereum ห้ามใช้มาร์จิ้น
SET เปิดลบ 0.94 จุด น้ำมันแพง-บอนด์ยีลด์พุ่งกดดัน ชู 3 กลุ่มหุ้นแกร่งสวนตลาด
Finance SET เปิดลบ 0.94 จุด น้ำมันแพง-บอนด์ยีลด์พุ่งกดดัน ชู 3 กลุ่มหุ้นแกร่งสวนตลาด
ราคาทองวันนี้ (8 ต.ค. 69) ขยับขึ้น 100 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 66,650 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (8 ต.ค. 69) ขยับขึ้น 100 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 66,650 บาท
ดูทั้งหมด

“กฤษฎา”จี้หน่วยงานก.เกษตรฯ เร่งแก้ปัญหาราคาผลผลิตตกต่ำ สั่งยุบโครงการ”โคบาลบูรพา”

26 มิ.ย. 2561 | 18:39น.

“กฤษฎา”แจงเกษตรและสหกรณ์จังหวัดทั่วประเทศ เน้นสร้างความโปร่งใสไทยนิยมยั่งยืน เร่งแก้ปัญหาราคาผลผลิตเกษตรตกต่ำ สั่งปศ.ยุบโครงการโคบาลบูรพาหลังพบไร้มาตรฐาน”

นายกฤษฎา บุญราช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวภายหลังเป็นประธานการประชุมทางไกลออนไลน์ (Web Conference) การมอบนโยบายแนวทางการดำเนินงานให้แก่หน่วยงานในส่วนภูมิภาค ว่า ตามที่สภานิติบัญญัติแห่งชาติ ได้เห็นชอบพ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติม ประจำปีงบประมาณ 2561 เพื่อดำเนินการขับเคลื่อนไทยนิยม ยั่งยืน ซึ่งกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้รับจัดสรรงบประมาณ 24,993 ล้านบาทนั้น ได้เน้นย้ำให้ข้าราชการในพื้นที่ โดยเฉพาะเกษตรและสหกรณ์จังหวัด เกษตรจังหวัด ไปรวบรวมว่ามีงบประมาณและทำโครงการเรื่องใดบ้าง และขอให้ผู้ว่าราชการจังหวัดจัดประชุมคณะอนุกรรมการพัฒนาการเกษตรและสหกรณ์จังหวัด (อพก.) เพื่อติดตามการดำเนินงาน หากมีปัญหาให้แจ้งกับผู้ว่าฯ และขอความร่วมมือหน่วยงานราชการต่างๆ ช่วยกันแก้ไข

อีกทั้งงบดังกล่าวเป็นงบจ้างแรงงานถึง 2 ล้านราย ซึ่งต้องนำมาจากบัญชีรายชื่อผู้มีรายได้น้อยตามโครงการลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐ จึงต้องดูกลุ่มนี้เป็นอันดับแรก แต่หากในพื้นที่ไม่มีกลุ่มนี้ ให้กระจายไปยังเกษตรกรรายอื่นได้ รวมถึงการจ่ายค่าแรงงานหรือค่าอบรมนั้น จะต้องจ่ายผ่านบัญชีธนาคารเท่านั้น เพื่อไม่ให้เกิดความเสียหายตามมา

นอกจากนี้ในส่วนกลาง โดยกรมพัฒนาที่ดินยังได้ประสานงานร่วมกับ สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ปปช.) สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) และสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน ในการทำ MOU ร่วมกันเพื่อตรวจสอบในโครงการทำฝายขนาดเล็ก จำนวน 1,097 ฝาย อย่างไรก็ตามในส่วนของจังหวัดขอให้ประสานงานกับ ปปช.จังหวัดด้วย เพื่อให้เกิดความโปร่งใส หากมีปัญหาให้รีบแก้ไขโดยดูข้อเท็จจริง และประชาสัมพันธ์สื่อท้องถิ่น รวมทั้งนำเข้าที่ประชุมของคณะกรมการจังหวัดให้ทราบด้วย

ทั้งนี้ในการแก้ไขปัญหาราคาผลผลิตทางการเกษตรตกต่ำ ได้กำหนดจัดทำแผนการผลิตทางการเกษตรเพื่อให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาดและผู้บริโภค และแก้ไขปัญหาสินค้าเกษตรล้นตลาด ราคาตกต่ำ โดยสั่งการให้ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ดำเนินการดังนี้

1. มอบหมายให้ผู้รับผิดชอบ (Mr.) ผลผลิตทางการเกษตรที่สำคัญในแต่ละชนิดพืช ประมง ปศุสัตว์ สำรวจและจัดทำข้อมูลผลผลิตทางการเกษตรของแต่ละฤดูกาลผลิต ในด้านพื้นที่การผลิตและปริมาณผลผลิต รวมถึงข้อมูลอื่นที่จำเป็นต่อการวางแผนการผลิต โดยจัดทำข้อมูลย้อนหลัง 3 ปี และคาดการณ์ปริมาณการผลิตทางการเกษตรในปี 2561/2562 พร้อมทั้งเปรียบเทียบข้อมูลในแต่ละปีด้วย 2. ประสานกับกระทรวงพาณิชย์ กระทรวงอุตสาหกรรม และภาคธุรกิจเอกชน เพื่อขอทราบข้อมูลความต้องการผลผลิตทางการเกษตรของแต่ละชนิดที่เป็นปัจจุบัน แนวแนวโน้มในอนาคต ทั้งตลาดในประเทศและต่างประเทศ ตลอดจนความนิยมของผู้บริโภคในปัจจุบัน

“ให้ปลัดกระทรวงเกษตรฯ ศึกษาแนวทางตาม พ.ร.บ.เศรษฐกิจการเกษตร พ.ศ.2522 ประกอบด้วยว่า กระทรวงเกษตรและสหกรณ์จะสามารถอาศัยอำนาจตามกฎหมายดังกล่าวประกาศเขตเศรษฐกิจ เพื่อให้เกษตรกรต้องทำการเกษตรตามแผนการผลิตทางการเกษตรหรือกำหนดเงื่อนไขอื่นๆ ในการผลิต เช่น ต้องทำการเกษตรตามสภาวะแวดล้อม คุณภาพดิน (Zoning By Agri-Map) การรวมกลุ่มทำการเกษตร การปรับเปลี่ยนมาทำการปลูกพืชหรือปศุสัตว์ที่มีต้นทุนต่ำ และตลาดมีความต้องการสูงได้หรือไม่ และเมื่อเกษตรกรรายใดทำการเกษตรกรรมตามแผนดังกล่าวแล้วจะได้รับการช่วยเหลือ และคุ้มครองจากหน่วยงานรัฐเมื่อผลผลิตเสียหาย โดยขอให้เร่งรวบรวมข้อมูลให้แล้วเสร็จภายในวันที่ 10 ก.ค. 61”

ทั้งนี้ ล่าสุดตนได้สั่งการให้ยุติโครงการฟาร์มโคเนื้อสร้างอาชีพ ระยะที่ 3 หลังปศุสัตว์เสนอของบประมาณ 1,000 ล้านบาทเพื่อดำเนินโครงการส่งเสริมสร้างอาชีพและรายได้อย่างยั่งยืนให้กับเกษตรกร และเป็นการเพิ่มผลผลิตโคเนื้อและสร้างความมั่นคงทางอาหารให้กับประเทศ โดยใช้งบประมาณจากกองทุนสงเคราะห์เกษตรกร ซึ่งได้ดำเนินการแล้วในระยะที่ 1 วงเงิน 1,000 ล้านบาท ดำเนินการนำร่องกับเกษตรกรไปแล้ว 400 ราย ซึ่งได้ผลเป็นอย่างดี จึงได้ขยายการดำเนินการระยะที่2 วงเงิน 900 ล้านบาท ครอบคลุมเกษตรกร 3,600 ราย

“กังวลว่าการส่งมอบโคไม่เป็นไปตามมาตรฐาน ทำให้โคไม่โตแคระแกรน เกษตรกรไม่มีความพร้อมอาจเสียหายต่องบประมาณ ดังนั้นในระยะยที่ 3 จึงให้ยกเลิก เพื่อไม่กระทบต่องบประมาณที่จะมาใช้ ซึ่งการซื้อโคมาเพื่อส่งมอบต้องเป็นโคคุณภาพได้มาตรฐานไม่ใช่โคไม่ได้คุณภาพจากเพื่อนบ้านที่ซื้อมาราคาสูงมากกว่าคุณภาพ”