Emirates World ย้ำภาพลักษณ์ผู้นำ สายการบิน ‘พรีเมี่ยม’
Emirates World
ปัจจุบัน “เอมิเรตส์” ถือเป็นสายการบินที่ให้บริการฝูงบินแอร์บัส A380 และโบอิ้ง 777 ที่ใหญ่ที่สุดในโลก และให้บริการกับนักเดินทางผ่านเครือข่ายเส้นทางบินที่ครอบคลุมทั่วทุกมุมโลก พร้อมบริการในระดับพรีเมี่ยม
สำหรับประเทศไทย “เอมิเรตส์” ให้บริการมาครบรอบ 35 ปี ล่าสุดให้บริการระหว่างดูไบและกรุงเทพฯ จำนวน 5 เที่ยวบินต่อวัน และเที่ยวบินไป-กลับดูไบและภูเก็ตจำนวน 2 เที่ยวบินต่อวัน และเที่ยวบินตรงระหว่างกรุงเทพฯ และฮ่องกง 1 เที่ยวบินต่อวัน ซึ่งเชื่อมประเทศไทยสู่ 140 จุดหมายปลายทางใน 6 ทวีป
นอกจากนี้ ยังมีแผนให้บริการเครื่องบินแอร์บัส A380 ที่ปรับโฉมใหม่ พร้อมห้องโดยสารแบบ 4 ชั้นในเส้นทางกรุงเทพฯ ประกอบด้วย ที่นั่งชั้นหนึ่ง (First Class) ชั้นธุรกิจ (Business Class) ชั้นพรีเมี่ยมอีโคโนมี (Premium Economy Class) ซึ่งเป็นบริการใหม่ที่กำลังให้บริการในวันที่ 1 กรกฎาคมนี้ และชั้นประหยัด (Economy Class)
“เอมิเรตส์” ได้ตอกย้ำภาพผู้นำตลาดการเดินทางระดับพรีเมี่ยม ด้วยการทุ่มลงทุนเปิด Emirates World สำนักงานขายรูปแบบเลานจ์นอกสนามบินทั่วโลก เพื่อสร้างประสบการณ์การเดินทางแบบหรูหราให้ลูกค้าได้สัมผัสโปรดักต์เสมือนจริงอย่างใกล้ชิด พร้อมสินค้าลิขสิทธิ์ โดยตั้งเป้าครบ 40 แห่งภายใน 3 ปี
ล่าสุดปักหมุดสำนักงานแห่งที่ 12 บนพื้นที่กว่า 250 ตารางเมตร ณ ห้างเกษรพลาซ่า กรุงเทพฯ

“อัดนัน กาซิม” รองประธานบริหารและประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการพาณิชย์ สายการบินเอมิเรตส์ บอกว่า สายการบินเอมิเรตส์ให้ความสำคัญกับอารมณ์ ความรู้สึก และต้องการนำเสนอประสบการณ์ที่ดีให้กับลูกค้า รวมทั้งมุ่งมั่นในการดำเนินธุรกิจในประเทศไทย โดยสำนักงานขาย Emirates World อย่างเป็นทางการ ณ เกษรพลาซ่า กรุงเทพฯ ศูนย์การค้าระดับลักเซอรี่ เป็น Emirates World แห่งที่ 5 ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และแห่งที่ 12 ของโลก
โดยสำนักงานแห่งนี้เป็นพื้นที่ระดับพรีเมี่ยมในรูปแบบเลานจ์ ออกแบบในรูปแบบห้องรับรองที่เปิดโล่ง ครอบคลุม และสะท้อนถึงการออกแบบที่โปร่งสบายของห้องโดยสารภายในเครื่องบินของสายการบินเอมิเรตส์
ภายในร้านมีเคาน์เตอร์ให้บริการผู้โดยสาร โดยมีที่ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญของเอมิเรตส์พร้อมให้คำปรึกษาอย่างใกล้ชิดและเป็นส่วนตัว ทั้งในด้านการสำรองเที่ยวบิน การออกบัตรโดยสาร และการให้ข้อมูลการเดินทาง รวมทั้งแนะนำประสบการณ์สุดพิเศษที่ออกแบบเฉพาะบุคคล ครอบคลุมจุดหมายปลายทางทั่วโลกของสายการบิน
นอกจากนี้ ภายในสำนักงานมีสิ่งอำนวยความสะดวก อาทิ ตู้บริการอัตโนมัติ จอดิจิทัลสำหรับตรวจสอบเที่ยวบิน และค้นหาเส้นทางปลายทาง ตลอดจนกระจกเซลฟีอินเตอร์แอ็กทีฟที่มาพร้อมฉากหลังวิวทิวทัศน์เสมือนจริง
พร้อมนำเสนอความหรูหราอันเป็นเอกลักษณ์ ความเชี่ยวชาญด้านการเดินทาง และการบริการระดับพรีเมี่ยมของเอมิเรตส์ โดยยกห้องรับรองจากเครื่องบินของสายการบินรุ่น A380 ให้ผู้มาเยือนได้สัมผัสบรรยากาศที่หรูหรา พร้อมจัดแสดงที่นั่งชั้น Premium Economy ที่กำลังจะเริ่มให้บริการบินเที่ยวบิน EK372/373 เส้นทางระหว่างดูไบและกรุงเทพฯ ตั้งแต่เดือนกรกฎาคมนี้เป็นต้นไป

แนวคิดใหม่ของสำนักงานขายแห่งนี้คือเป็นการยกระดับประสบการณ์การค้าเฉพาะบุคคลที่เหนือระดับ พร้อมถ่ายทอดจิตวิญญาณของเอมิเรตส์มาสู่กรุงเทพฯ และยังทำให้ลูกค้าได้รับประสบการณ์ด้านการเดินทาง พร้อมสินค้าลิขสิทธิ์ภายใต้แบรนด์เอมิเรตส์ สอดรับกับพฤติกรรมคนไทยที่ต้องการการดูแลเอาใจใส่เฉพาะ (Personalized)
รวมถึงสะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นระยะยาวของสายการบินในประเทศไทย ในฐานะศูนย์กลางการบินของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
นับเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญที่ทำให้ “เอมิเรตส์” เข้าถึงลูกค้าในประเทศไทยได้มากขึ้น ที่สำคัญ “กรุงเทพฯ” ยังคงเป็นหนึ่งในเส้นทางหลักที่แข็งแกร่งที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ หลังจากที่ “เอมิเรตส์” ได้เปิดตัวห้องรับรองผู้โดยสารระดับพรีเมี่ยม ณ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ห้องรับรองที่ใหญ่ที่สุดของสายการบิน รองจากห้องรับรองที่สนามบินนานาชาติดูไบ ด้วยงบฯลงทุนราว 175 ล้านบาท เมื่อต้นปีที่ผ่านมา