เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ดูทั้งหมด

‘สรวุฒิ’ ปรับเกมคุมยางชายแดน ตรวจเข้ม 4 สินค้าเสี่ยงสูงสกัดของเถื่อน

20 มิ.ย. 2569 | 10:14น.
'สรวุฒิ' ปรับเกมคุมยางชายแดน ตรวจเข้ม 4 สินค้าเสี่ยงสูงสกัดของเถื่อน

'สรวุฒิ' ปรับเกมคุมยางชายแดน ตรวจเข้ม 4 สินค้าเสี่ยงสูงสกัดของเถื่อน

สรวุฒิ ประชุมกรมวิชาการเกษตร-สมาคมยางพาราไทย-เอกชน ทบทวนมาตรการคุมขนย้ายยางชายแดน 5 จังหวัด หลังเอกชนขอปรับขั้นตอนให้คล่องตัว สรุปแนวทางใหม่มุ่งตรวจเข้มยางเสี่ยงสูง 4 ชนิด ย้ำไม่ใช่ผ่อนคลาย แต่ปรับให้ตรงจุด สกัดยางเถื่อน รักษาเสถียรภาพราคา

นายสรวุฒิ เนื่องจำนงค์ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในฐานะผู้บัญชาการศูนย์อำนวยการร่วมพิทักษ์ความมั่นคงทางเกษตรและอาหารพระพิรุณ หรือ ศพร. เปิดเผยภายหลังประชุมหารือแนวทางการควบคุมการนำยางผ่านแดนและเขตควบคุมการขนย้ายยางว่า กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้หารือร่วมกับภาคเอกชน เพื่อทบทวนและปรับปรุงมาตรการควบคุมการขนย้ายยางบริเวณชายแดน 5 จังหวัด 

พื้นที่ดังกล่าวประกอบด้วย จังหวัดตาก กาญจนบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ระนอง และเชียงราย หลังจากกระทรวงเกษตรฯ ออกประกาศเรื่องกำหนดเขตควบคุมการขนย้ายยาง พ.ศ. 2568 ซึ่งมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 19 สิงหาคม 2568 เป็นต้นมา 

เป้าหมายสำคัญของมาตรการดังกล่าวคือการป้องกันการลักลอบนำเข้ายางผิดกฎหมาย รักษาเสถียรภาพราคายางในประเทศ และคุ้มครองรายได้ของเกษตรกรชาวสวนยาง โดยผลจากมาตรการที่ผ่านมาเห็นได้ชัดว่าเกษตรกรได้รับประโยชน์ ราคายางมีเสถียรภาพมากขึ้น 

อย่างไรก็ตาม ภาคเอกชนได้เสนอให้ทบทวนบางขั้นตอน เพื่อให้การดำเนินธุรกิจและการส่งออกยางพารามีความคล่องตัวมากขึ้น โดยไม่กระทบต่อเป้าหมายหลักในการป้องกันยางเถื่อน 

นายสรวุฒิกล่าวว่า การหารือครั้งนี้มีข้อพิจารณา 3 แนวทาง ได้แก่ การยกเลิกเขตควบคุมทั้ง 5 จังหวัด การยกเลิกเฉพาะอำเภอเมือง จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ซึ่งเกี่ยวข้องกับเส้นทางโลจิสติกส์จากภาคใต้ และแนวทางที่ที่ประชุมเห็นว่าเหมาะสมที่สุด คือการปรับมาตรการให้มุ่งตรวจเข้มเฉพาะสินค้ายางที่มีความเสี่ยงสูงต่อการลักลอบนำเข้า 

สินค้ายางกลุ่มเสี่ยงสูง 4 ชนิด ได้แก่ ยางก้อนถ้วย ยางเครป ยางแผ่นดิบ และยางแผ่นรมควัน โดยจะตรวจเข้มในทุกด่านที่เกี่ยวข้อง เนื่องจากเป็นกลุ่มสินค้าที่มีโอกาสลักลอบนำเข้าและตรวจสอบแหล่งที่มาได้ยาก 

ขณะที่ยางที่สามารถตรวจสอบย้อนกลับได้และมีความเสี่ยงต่ำ เช่น ยางแท่ง น้ำยางสด น้ำยางข้น และยางแปรรูปบางประเภท จะมีการกำกับดูแลตามความเหมาะสม เพื่อลดภาระที่ไม่จำเป็นต่อผู้ประกอบการ แต่ยังคงหลักการสำคัญในการป้องกันยางเถื่อนและรักษาผลประโยชน์ของเกษตรกร 

“ข้อสรุปวันนี้ไม่ใช่การผ่อนคลายจนทำให้การควบคุมอ่อนลง แต่เป็นการปรับสมดุลให้ตรงจุด กระทรวงเกษตรฯ จะเข้มงวดมากขึ้นในสินค้าที่มีความเสี่ยงสูง 4 ชนิด เพราะเป็นกลุ่มยางที่มีโอกาสลักลอบนำเข้าและตรวจสอบแหล่งที่มาได้ยาก ส่วนสินค้าที่มีความเสี่ยงต่ำก็จะมีมาตรการที่เหมาะสมในการรับมือ” นายสรวุฒิกล่าว 

นายสรวุฒิกล่าวว่า แนวทางดังกล่าวเป็นข้อสรุปที่ทั้งภาครัฐ สมาคม และเอกชนเห็นตรงกันว่าเป็นทางออกที่ช่วยรักษาเสถียรภาพราคายางให้เกษตรกร ขณะเดียวกันยังช่วยลดขั้นตอนที่ไม่จำเป็น เพื่อให้ผู้ประกอบการสามารถดำเนินธุรกิจได้สะดวกขึ้น เนื่องจากกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงฯ ให้ความสำคัญกับการใช้ทรัพยากรของรัฐให้เกิดประโยชน์สูงสุด โดยเฉพาะกำลังเจ้าหน้าที่ที่มีจำกัด จึงต้องมุ่งไปยังจุดที่มีความเสี่ยงจริง 

การแยกกลุ่มสินค้าความเสี่ยงสูงและความเสี่ยงต่ำ จะช่วยให้การบังคับใช้มาตรการมีประสิทธิภาพมากขึ้น และสอดคล้องกับแนวทางของรัฐบาลในการลดขั้นตอน อำนวยความสะดวก และเร่งแก้ไขปัญหาที่กระทบประชาชนและภาคธุรกิจ โดยไม่ปล่อยให้มาตรการค้างคาหรือสร้างภาระเกินจำเป็น 

ด้านนายกรกกฎ กิตติพล เลขาธิการสมาคมยางพาราไทย กล่าวว่า ภาคเอกชนเห็นพ้องว่า การทบทวนมาตรการควบคุมการขนย้ายยางควรคำนึงถึงทั้งการอำนวยความสะดวกทางการค้า และการป้องกันการลักลอบนำเข้ายางผิดกฎหมายควบคู่กัน 

ที่ประชุมเห็นร่วมกันว่า การคงมาตรการตรวจเข้มในสินค้ายางที่มีความเสี่ยงสูงยังมีความจำเป็น เพราะช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้เกษตรกรว่าราคายางจะมีเสถียรภาพ และไม่ถูกกดดันจากยางลักลอบนำเข้า 

ขณะเดียวกัน การปรับแนวทางกำกับดูแลให้สอดคล้องกับระดับความเสี่ยง จะช่วยลดต้นทุนแฝง ลดภาระด้านเวลาและกำลังคนของผู้ประกอบการ โดยไม่กระทบต่อเป้าหมายหลักในการป้องกันยางเถื่อน 

สำหรับขั้นตอนต่อไป กรมวิชาการเกษตรจะดำเนินการยกร่างแนวทางปรับปรุงประกาศ พร้อมเปิดรับฟังความคิดเห็นจากผู้มีส่วนได้เสีย ก่อนนำเข้าสู่การพิจารณาของคณะกรรมการควบคุมยาง และเสนอให้ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์นำเรียนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เพื่อพิจารณาลงนามตามขั้นตอน 

ระหว่างนี้ มาตรการเดิมยังมีผลบังคับใช้ และในทางปฏิบัติยังคงตรวจเข้มสินค้ายางกลุ่มเสี่ยงสูงอย่างต่อเนื่อง 

“วันนี้ถือเป็นโอกาสที่ดีที่ทุกฝ่ายมาคุยกันอย่างตรงไปตรงมาภาครัฐยังยืนยันการป้องกันยางผิดกฎหมายภาคเอกชนก็พร้อมให้ความร่วมมือและเกษตรกรยังได้รับประโยชน์จากราคายางที่มีเสถียรภาพกระทรวงเกษตรฯจะเดินหน้ามาตรการที่เข้มงวดในจุดเสี่ยงและปรับแนวทางให้เหมาะสมอย่างรอบคอบเพื่อให้ทั้งเกษตรกรผู้ประกอบการและอุตสาหกรรมยางพาราของประเทศเดินต่อไปได้อย่างมั่นคง” นายสรวุฒิกล่าว

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ยางพารา