พาณิชย์ จับมือ ‘เต่าบิน’ รับซื้อผลไม้ 1,000 ตัน ทำเมนูน้ำ-ผลไม้ปั่น ขายทั่วประเทศ
กรมการค้าภายในเซ็น MOU กับบริษัท ฟอร์ท เวนดิ้ง จำกัด หรือเต่าบิน รับซื้อผลไม้สดจากเกษตรกร 1,000 ตัน นำไปทำเมนูผลไม้ปั่น จำหน่ายผ่านตู้เต่าปั่น ดีเดย์เดือน มิ.ย.นี้ นำร่องพื้นที่กรุงเทพฯ ก่อนเพิ่มเมนูน้ำผลไม้ขายผ่านตู้เต่าบิน 7,500 ตู้ทั่วประเทศเดือน ก.ค.
นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยภายหลังการร่วมเป็นสักขีพยานในพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) ระหว่าง กรมการค้าภายใน กับ บริษัท ฟอร์ท เวนดิ้ง จำกัด ผู้ผลิตตู้จำหน่ายสินค้าอัตโนมัติแบรนด์ “เต่าบิน” ในการรับซื้อผลไม้สดจากเกษตรกรจำนวน 1,000 ตัน เพื่อนำไปแปรรูปเป็นเมนูผลไม้ปั่น พร้อมวางจำหน่ายผ่าน “ตู้เต่าปั่น” เริ่มนำร่องเดือนมิถุนายนนี้ ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ก่อนขยายจำหน่ายเมนูน้ำผลไม้ทั่วประเทศผ่าน “ตู้เต่าบิน” กว่า 7,500 ตู้ในเดือนกรกฎาคม เพื่อเพิ่มช่องทางตลาดและช่วยเหลือเกษตรกรในการระบายผลผลิตผลไม้ตามฤดูกาล
โดยโครงการนี้เป็นการช่วยพยุงราคาผลผลิตทางการเกษตรและเพิ่มศักยภาพช่องทางการตลาดของเกษตรกรไทย
นายวิทยากร มณีเนตร อธิบดีกรมการค้าภายใน เปิดเผยว่า ความร่วมมือกับบริษัท ฟอร์ท เวนดิ้ง จำกัด ในครั้งนี้ จะเป็นการเชื่อมโยงผลผลิตของเกษตรกรไทยกับเทคโนโลยีการขายสมัยใหม่ ผ่าน “ตู้เต่าปั่น” และ “ตู้เต่าบิน” ซึ่งเป็นช่องทางจำหน่ายเครื่องดื่มน้ำผลไม้อัตโนมัติแบบปั่นสด (Smoothie) ที่สามารถเข้าถึงผู้บริโภคได้อย่างกว้างขวาง
ผลไม้ที่รับซื้อจากเกษตรกรภายใต้โครงการนี้ ได้แก่ มะม่วงน้ำดอกไม้ ลำไย สับปะรดภูแล ลิ้นจี่ ลองกอง กล้วยหอมทอง และฝรั่งชมพู รวมเป้าหมาย 1,000 ตัน ซึ่งจะถูกนำมาพัฒนาเป็นเมนูเครื่องดื่มหลากหลาย เช่น มะม่วงสมูทตี้ มะม่วงมัทฉะ มะม่วงนมฮอกไกโด มะม่วงลิ้นจี่ มะม่วงชาไต้หวัน และมะม่วงสตรอว์เบอรี่ ในราคาจำหน่าย 65 บาท พร้อมจัดโปรโมชั่นพิเศษ “ซื้อ 1 แถม 1” เพื่อกระตุ้นการบริโภคและดึงดูดกลุ่มผู้บริโภคใหม่ โดยในเฟสแรก ตู้เต่าปั่นจะมีวางจำหน่ายในพื้นที่กรุงเทพฯ ในห้างสรรพสินค้าชั้นนำ ได้แก่ เครือเซ็นทรัล บิ๊กซี โลตัส รวม 25 จุดจำหน่าย ในเดือนมิถุนายน 2568 เป็นต้นไป
ในเดือนกรกฎาคม 2568 โครงการจะขยายไปสู่เฟสถัดไป โดยนำเมนูผลไม้ตามฤดูกาลอื่น ๆ มาจำหน่ายผ่าน “ตู้เต่าบิน” ที่มีการติดตั้งกว่า 7,500 จุดทั่วประเทศ เพื่อเพิ่มช่องทางจำหน่ายและช่วยกระจายผลผลิตออกจากแหล่งผลิตสู่ผู้บริโภคโดยตรง ทั้งนี้ กรมการค้าภายในยังให้การสนับสนุนค่าบริหารจัดการ เพื่อช่วยลดภาระของภาคเอกชน และส่งเสริมความยั่งยืนให้กับเกษตรกรไทย
สำหรับเมนูเด่น จะมีเมนูเครื่องดื่มจากมะม่วงน้ำดอกไม้ สร้างสรรค์หลากหลายเมนู เพื่อเพิ่มความน่าสนใจและเพิ่มทางเลือกให้ผู้บริโภค ไม่ว่าจะเป็น มะม่วงสมูทที มะม่วงผสม (Mix) กับผลไม้และส่วนผสมอื่น ๆ เช่น มะม่วงมัทฉะ ตอบรับกระแสนิยม เอาใจมัทฉะเลิฟเวอร์ มะม่วงนมฮอกไกโด มะม่วงชาไต้หวัน มะม่วงสตรอว์เบอรี่ มะม่วงสละ มะม่วงลิ้นจี่ เป็นต้น จำหน่ายในราคา 65 บาท โดยมอบโปรโมชั่นพิเศษ 1 แถม 1 เพื่อให้พี่น้องประชาชนผู้บริโภคได้ชวนเพื่อนและครอบครัวมาทดลองชิมสินค้าดีต่อสุขภาพและได้ช่วยเหลือเกษตรกร
นอกจากนี้ ในเดือนกรกฎาคม 2568 จะมีเมนูน้ำผลไม้ตามฤดูกาลอีกมากมาย ไม่ว่าจะเป็นลำไย สับปะรดภูแล ลองกอง ลิ้นจี่ กล้วยหอมทอง และฝรั่งชมพู เป็นต้น จำหน่ายผ่านตู้เต่าบิน 7,500 ตู้ ทั่วประเทศ โดยกรมช่วยสนับสนุนค่าบริหารจัดการ เพื่อช่วยขยายช่องทางในการกระจายผลผลิตให้แก่เกษตรกรผู้ปลูกผลไม้ไทย
สำหรับผลกระทบเชิงบวกที่เกิดขึ้นในเบื้องต้น พบว่าราคามะม่วงน้ำดอกไม้ในพื้นที่ภาคเหนือ เช่น จังหวัดพิจิตร และพิษณุโลก มีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้นจากการที่ภาคเอกชนเข้ามารับซื้ออย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้เกษตรกรมีช่องทางจำหน่ายเพิ่มขึ้น และสามารถรักษาเสถียรภาพด้านราคาตลอดฤดูผลิตปีนี้ได้อย่างมั่นคง
อย่างไรก็ตาม ผลจากการที่กรมได้เข้าไปเชื่อมโยงผู้ประกอบการให้เข้าไปรับซื้อผลผลิตมะม่วงน้ำดอกไม้ เพื่อขยายช่องทางการจำหน่ายออกสู่ตลาดใหม่ ๆ ภายใต้มาตรการบริหารจัดการผลไม้ปี 2568 ทำให้ราคามะม่วงน้ำดอกไม้ภาคเหนือ ทั้งในเขตพื้นที่ จังหวัดพิจิตร และพิษณุโลก มีราคาดีขึ้น เกษตรกรจะสามารถมีช่องทางจำหน่ายเพิ่มขึ้น และมั่นใจว่าจะสามารถจำหน่ายได้ราคาดีตลอดสิ้นสุดฤดูการผลิตปีนี้
