เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ราคาทองวันนี้ (28 ต.ค. 69) ปรับขึ้น 600 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 65,400 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (28 ต.ค. 69) ปรับขึ้น 600 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 65,400 บาท
มหกรรมบ้าน-คอนโด #50 อสังหาสาดโปรฯคึก สถาพรตั้งเป้า 100 ล้าน
Real Estate มหกรรมบ้าน-คอนโด #50 อสังหาสาดโปรฯคึก สถาพรตั้งเป้า 100 ล้าน
ธ.ก.ส. จัดสินเชื่อโซลาร์ภาคประชาชน ดอกเบี้ย 2.50% ต่อปี ช่วยเกษตรกรลดรายจ่าย เพิ่มรายได้
Finance ธ.ก.ส. จัดสินเชื่อโซลาร์ภาคประชาชน ดอกเบี้ย 2.50% ต่อปี ช่วยเกษตรกรลดรายจ่าย เพิ่มรายได้
เปิดวงถก UPOV 1991 กับทางเลือกของเกษตรกรไทย
Economic เปิดวงถก UPOV 1991 กับทางเลือกของเกษตรกรไทย
’อนุทิน‘ เข้าสภา เดินทักทาย สส.ฝ่ายค้าน
Automotive ’อนุทิน‘ เข้าสภา เดินทักทาย สส.ฝ่ายค้าน
ไฮไลต์เรียกเสียงกรี๊ด…มหกรรมหนังสือสุดคึกคัก
Biz Movement ไฮไลต์เรียกเสียงกรี๊ด…มหกรรมหนังสือสุดคึกคัก
‘iPhone Duo พับได้’ เจอปัญหา! หน้าจอร้าวหลังใช้งานไม่นาน แต่ Apple พร้อมรับมือ
Tech ‘iPhone Duo พับได้’ เจอปัญหา! หน้าจอร้าวหลังใช้งานไม่นาน แต่ Apple พร้อมรับมือ
ธอส. เปิดสินเชื่อ Solar ภาคประชาชน ดอกเบี้ย 2.50% ต่อปี มุ่งลดรายจ่าย ผ่อนเดือนละ 1,200 บาท
Finance ธอส. เปิดสินเชื่อ Solar ภาคประชาชน ดอกเบี้ย 2.50% ต่อปี มุ่งลดรายจ่าย ผ่อนเดือนละ 1,200 บาท
อนุทิน ชี้ ‘โซลาร์ภาคประชาชน’ มีแต่เรื่องดี-ช่วย ปชช.หลังถูกติงเอื้อทุนใหญ่
Politics อนุทิน ชี้ ‘โซลาร์ภาคประชาชน’ มีแต่เรื่องดี-ช่วย ปชช.หลังถูกติงเอื้อทุนใหญ่
แนวโน้มราคาทองวันนี้ (28 ต.ค. 69) บทวิเคราะห์โดย YLG Bullion
Finance แนวโน้มราคาทองวันนี้ (28 ต.ค. 69) บทวิเคราะห์โดย YLG Bullion
ดูทั้งหมด

อัตราเข้าพัก เม.ย.ร่วง จับตาไตรมาส 2 โรงแรมแห่ลดราคา

17 พ.ค. 2568 | 16:30น.
fall

ประเด็นความไม่ปลอดภัย การค้ามนุษย์ หรือกระแสที่เกี่ยวกับคำว่า “จีนเทา” ยังคงเป็นเรื่องราวที่ถูกส่งต่อกันในโลกออนไลน์ที่ส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ของประเทศไทย และสร้างความหวาดระแวงแก่นักท่องเที่ยวจีนเที่ยวไทยอย่างหนัก

บวกกับประเทศอื่น ๆ ซึ่งเป็นคู่แข่งของไทย เช่น เวียดนาม มาเลเซีย ก็โหมโปรโมตการท่องเที่ยวเชิงรุกอย่างหนัก ยิ่งทำให้จำนวนนักท่องเที่ยวจีนเปลี่ยนเดสติเนชั่นไปเที่ยวประเทศเหล่านั้นเพิ่มมากขึ้น

4 เดือน นักท่องเที่ยวจีนติดลบ 30%

“ภัทรอนงค์ ณ เชียงใหม่” รองผู้ว่าการด้านตลาดเอเชียและแปซิฟิกใต้ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ให้ข้อมูลว่า ตั้งแต่ 1 มกราคม-5 พฤษภาคม 2568 ภาพรวมท่องเที่ยวตลาดระยะใกล้เติบโตติดลบ 8.6% โดยภูมิภาคเอเชียตะวันออกติดลบเฉลี่ย 20%

ขณะที่จีนติดลบสูงสุดถึง 30% รองลงมาคือ ฮ่องกง ติดลบ 18% เกาหลีใต้ ติดลบ 14% เป็นต้น ส่วนภูมิภาคอาเซียน ติดลบ 2.3% และตลาดเอเชียใต้ เช่น อินเดีย และโอเชียเนีย เติบโตเพิ่มขึ้นประมาณ 16.2-16.3% และญี่ปุ่น เพิ่มขึ้น 12%

“ต้องยอมรับว่าปัญหาใหญ่ของเราตอนนี้อยู่ที่ตลาดจีน เพราะเป็นตลาดใหญ่ ที่สำคัญตลาดนักท่องเที่ยวขาออกของจีนก็ยังมีแนวโน้มโตต่อเนื่อง แต่จำนวนที่มาเที่ยวเมืองไทยลดลง ซึ่งตัวเลขรวม 4 เดือนแรก ตลาดจีนเราก็ยังติดลบหนักที่สุด”

คาดพลิกฟื้นช่วง ก.ค.-ส.ค.

ทั้งนี้ ประเมินว่าตลาดรวมน่าจะกลับมาฟื้นตัวอีกครั้งในช่วงประมาณเดือนกรกฎาคม-สิงหาคม 2568 เนื่องจากเป็นช่วงปิดภาคเรียน หรือช้าสุดคือเดือนตุลาคม ซึ่งเป็นช่วงวันหยุดวันชาติจีน หรือ Golden Week

อย่างไรก็ตาม เพื่อให้สอดรับกับสถานการณ์ความเป็นจริง ล่าสุด ททท.ได้ปรับเป้าจำนวนนักท่องเที่ยวจีนลงจาก 8 ล้านคน เหลือประมาณ 6.9 ล้านคน หรือใกล้เคียงกับปี 2567 ที่ผ่านมา แต่หากกรณีเลวร้ายที่สุดคือตลาดเร่งไม่ขึ้น และปัจจัยลบยังรุมเร้าหนัก คาดว่าจำนวนนักท่องเที่ยวจีนปีนี้อาจลดลงเหลือประมาณ 4-5 ล้านคน

โรงแรม

อัตราเข้าพัก เม.ย.เฉลี่ย 63%

สอดคล้องกับข้อมูลจากการสำรวจดัชนีความเชื่อมั่นผู้ประกอบการที่พักแรม (Hotel Business Operator Sentiment Index) ประจำเดือนเมษายน 2568 ของสมาคมโรงแรมไทย (THA) ที่ระบุว่า การท่องเที่ยวของไทยในช่วงเดือนเมษายน 2568 ยังคงคึกคักและได้รับความนิยมในช่วงเทศกาลสงกรานต์ ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่มีการเดินทางท่องเที่ยวทั้งจากนักท่องเที่ยวชาวไทยและชาวต่างชาติ

แต่โดยรวมยังคงอยู่ในภาวะที่น่าเป็นห่วง เนื่องจากกระแสความไม่ปลอดภัยของการเที่ยวไทยยังคงปรากฏอยู่ในโลกออนไลน์อย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ตลาดที่มีความอ่อนไหว เช่น จีน ยังคงชะลอตัวต่อเนื่อง

จากกระแสต่าง ๆ ส่งผลให้อัตราการเข้าพักเฉลี่ยเดือนเมษายน 2568 อยู่ในระดับ 63% ลดลงจากเดือนก่อนที่อยู่ระดับ 66% เป็นการลดลงตามจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่ลดลง โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวสัญชาติจีนที่ยังคงกังวลกับความไม่ปลอดภัยด้านการท่องเที่ยวในไทย

“หากโฟกัสรายภูมิภาคพบว่า อัตราการเข้าพักเฉลี่ยปรับตัวลดลงในทุกภูมิภาค ยกเว้นภาคตะวันออก กล่าวคือ ภาคเหนือมีอัตราการเข้าพักเฉลี่ย 38.7% ลดลงจากเดือนมีนาคมที่อยู่ในระดับ 47.3 ภาคกลางมีอัตราการเข้าพักเฉลี่ย 59.9 จากเดิมมีนาคมที่อยู่ในระดับ 29.2 ภาคใต้มีอัตราการเข้าพักเฉลี่ย 7.08 ลดลงจากเดือนมีนาคมที่อยู่ในระดับ 78.5 ส่วนภาคตะวันออกมีอัตราเข้าพักเฉลี่ย 69.2 เพิ่มขึ้นจากเดือนมีนาคมที่อยู่ในระดับ 67.4”

คาด Q2 โรงแรมแห่ลดราคาห้องพัก

ผลการสำรวจดังกล่าวยังคาดการณ์ด้วยว่าอัตราการเข้าพักเฉลี่ยในเดือนพฤษภาคมนี้จะยังอยู่ในแนวโน้มลดลง หรือมีอัตราเฉลี่ยประมาณ 52% และผู้ประกอบการโรงแรมส่วนใหญ่ยังคาดด้วยว่าในช่วงไตรมาส 2/2568 นี้จำนวนลูกค้าต่างชาติจะมีจำนวนลดลงจากช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยผู้ประกอบการ 1 ใน 4 ยังประเมินว่าลูกค้าจีนจะลดลงกว่า 30%

นอกจากนี้ ผู้ประกอบการโรงแรมมากกว่า 50% คาดว่าราคาห้องพักเฉลี่ยต่อวันมีแนวโน้มปรับลดลงเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยส่วนใหญ่บอกว่าจะปรับราคาลงมากกว่า 10% อย่างไรก็ตาม โรงแรม 1 ใน 4 โดยเฉพาะโรงแรม 4 ดาวขึ้นไป และโรงแรมในพื้นที่ภาคใต้ มองว่ายังสามารถปรับราคาห้องพักเพิ่มขึ้นได้บ้าง แต่ไม่เกิน 5%

โรงแรม

เสนอออกมาตรการอุ้มธุรกิจ

อย่างไรก็ตาม ผลการสำรวจครั้งนี้ กลุ่มผู้ประกอบการโรงแรมยังมีข้อเสนออยากให้รัฐบาลมีมาตรการกระตุ้นการท่องเที่ยว เช่น เพิ่มการประชาสัมพันธ์ และส่งเสริมการท่องเที่ยวทั้งเมืองหลักและเมืองรอง เพื่อดึงดูดทั้งนักท่องเที่ยวไทย และต่างชาติโดยเฉพาะสัญชาติอื่นนอกจากจีน, พัฒนาแหล่งท่องเที่ยวภาครัฐให้มีความทันสมัย สะดวกสบาย, เพิ่มการจัดอีเวนต์ การประชุมให้มากขึ้น, พัฒนาและแก้ไขภาพลักษณ์ที่ไม่ดีของไทย และสร้างความเชื่อมั่นให้แก่นักท่องเที่ยวโดยเฉพาะด้านความปลอดภัย

รวมทั้งมาตรการช่วยเหลือด้านค่าใช้จ่าย ด้านการเงินและด้านแรงงาน เช่น ลดต้นทุนค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าพลังงาน และค่าแรง, มาตรการลดหย่อนภาษีนิติบุคคล และภาษีบุคคลธรรมดา, มาตรการสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ สำหรับการปรับปรุงโรงแรม, เพิ่มทักษะแรงงาน และเพิ่มความยืดหยุ่นของขั้นตอนในการจ้างงานแรงงานต่างชาติ และมาตรการอื่น ๆ เช่น พัฒนาระบบสาธารณูปโภค ควบคุมที่พักผิดกฎหมาย เป็นต้น

โรงแรม

หวังมีตลาดใหม่ทดแทนจีน

สมาคมโรงแรมไทยยังคาดหวังว่าการท่องเที่ยวในประเทศไทยในเดือนพฤษภาคม 2568 นี้จะมีการเติบโต มีตลาดใหม่มาทดแทนตลาดจีน โดยมีปัจจัยสนับสนุนจากภาครัฐและภาคเอกชนในการจัดแคมเปญส่งเสริมการท่องเที่ยวและกิจกรรมต่าง ๆ ด้วยศักยภาพของการท่องเที่ยวไทยที่มีอยู่

โดยภาครัฐและผู้ประกอบการควรเร่งปรับลดข้อจำกัด ลดจุดอ่อน เพิ่มจุดแข็ง ยกระดับคุณภาพ ลดการเน้นปริมาณ เพื่อยกระดับการพัฒนาการท่องเที่ยวไทยให้เป็นทางเลือกลำดับแรก ๆ และคุ้มค่าที่จะกลับมาเที่ยวซ้ำ