อนุทินแพ็กทุกพรรค เชื่อ รบ.อยู่ครบเทอม บอกสายตาหายขุ่นมัวหลังเปลี่ยนเลนส์
อนุทินยันแพ็กทุกพรรค หลังโชว์ภาพพีระพันธุ์รุดเยี่ยม-เชื่อกล้าธรรมระดมคนการเมือง ต้องการเติบโตไม่ใช่คานอำนาจ ภท. ยันคุยธรรมนัสประจำ-ชี้คดีทักษิณ ไม่สะเทือน รบ. มั่นใจนายกฯ บริหารได้ครบเทอม ไร้สัญญาณปรับ ครม.-ปฏิเสธกระแสคว่ำงบฯ 69 เหตุ รบ.ร่วมกันทำมา บอกหลังเปลี่ยนเลนส์ตา เห็นอะไรชัดใสปิ๊ง
นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย (ภท.) ให้สัมภาษณ์ถึงสถานการณ์ทางการเมืองที่ถูกวิจารณ์ว่ากำลังตึงเครียดระหว่างสีแดงและสีน้ำเงินว่า ทุกอย่างเป็นปกติ รัฐมนตรีทุกคนก็เดินทางมาให้การต้อนรับประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐอินโดนีเซียกันพร้อมหน้าพร้อมตา ทำไมสื่อถึงไปมองว่าตึงเครียด สถานการณ์ในขณะนี้ไม่มีอะไรเลย
เมื่อถามว่า สถานการณ์การเมืองตอนนี้พรรคเพื่อไทยแพ็กกับพรรคกล้าธรรม เช่นเดียวกับพรรคภูมิใจไทยจับมือกับพรรครวมไทยสร้างชาติ หลังตนโพสต์ภาพนายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค รองนายกฯและ รมว.พลังงาน ในฐานะหัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ ไปเยี่ยมที่โรงพยาบาล นายอนุทินกล่าวว่า “พรรคภูมิใจไทยแพ็กกับทุกพรรค แม้กระทั่งพรรคฝ่ายค้าน หากทำเรื่องที่เป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติบ้านเมืองและประชาชน ก็พร้อมหมดทุกอย่าง เราเอาประชาชนเป็นหลัก”
เมื่อถามว่า การเติบโตของพรรคกล้าธรรม เป็นการคานอำนาจพรรคภูมิใจไทยในรัฐบาลหรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า ไม่มี ทุกพรรคการเมืองต้องการเติบโต หากพรรคไหนรับใช้ประชาชนและทำให้มั่นใจได้ พรรคนั้นก็จะเติบโต เหมือนพรรคภูมิใจไทย
เมื่อถามว่า นายอนุทินสามารถพูดคุยกับ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า สส.พะเยา ในฐานะประธานที่ปรึกษาพรรคกล้าธรรมได้ดีอยู่หรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า ได้คุยกัน คุยกันตลอดเวลา และทำงานด้วยกัน
เมื่อขอถามย้ำครั้งที่ 10 ถึงกระแสการปรับ ครม.มีหรือไม่ นายอนุทินบอกว่า “ไม่มี ขอตอบครั้งที่ 11 ว่าไม่มี”
เมื่อถามว่า สถานการณ์ที่เกิดขึ้นในตอนนี้มีผลกระทบอะไรกับรัฐบาลหรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า รัฐบาลมีความเข้มแข็ง วันนี้ก็ 320 กว่าเสียงแล้ว และยิ่งมีสมาชิกในพรรคกล้าธรรมมาเพิ่ม ยิ่งทำให้รัฐบาลเข้มแข็งขึ้น จึงทำให้ตนไปผ่าตัดรักษาเลนส์ตาได้อย่างสบายใจ
เมื่อถามว่า สถานการณ์ของนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ เกี่ยวกับคดีศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง นัดพร้อมหรือไต่สวนคดีชั้น 14 ในวันที่ 13 มิ.ย. จะกระทบรัฐบาลหรือไม่ นายอนุทินปฏิเสธว่าไม่เกี่ยว เพราะเป็นเรื่องกระบวนการยุติธรรม ส่วนรัฐบาลเป็นเรื่องฝ่ายบริหาร ไม่ว่าอะไรเกิดขึ้นรัฐบาลก็ต้องอยู่บริหารประเทศไป พร้อมอธิบาย 3 เสาหลักของประเทศ ประกอบด้วย บริหาร นิติบัญญัติ ตุลาการ แยกหน้าที่กันอยู่แล้ว
เมื่อถามว่า เมื่อถามถึงความเป็นพ่อลูกของนายทักษิณกับนายกฯ ก็ต้องถูกมองว่าเกี่ยวพันกันอยู่แล้ว นายอนุทินกล่าวว่า ตนที่เติบโต และมีภาระการรับผิดชอบระดับบริหารประเทศได้ ทุกคนก็ต้องแยกแยะถูกว่า อะไรเป็นเรื่องส่วนรวมของประเทศ ประชาชน และเรื่องส่วนตัวนำมารวมกันไม่ได้ หากนำมารวมกันก็ทำงานไม่ได้ ซึ่งยังไม่เคยเห็นใครในรัฐบาลเอาเรื่องส่วนตัวและเรื่องส่วนรวม มารวมกันในการทำงาน
เมื่อถามว่า มองสัญญาณบวกของสีน้ำเงินเป็นอย่างไร หลังศาลต่าง ๆ มีท่าทีต่าง ๆ ออกมา นายอนุทินกล่าวว่า ไม่มองอะไรเลย เพราะตนมองเรื่องการทำงาน
“ตอนนี้สายตาที่เคยขุ่นมัว ตอนนี้เปลี่ยนเลนส์ตาเรียบร้อยแล้ว ตอนนี้เห็นอะไรชัด ๆ ใสปิ๊ง ทำงานได้แล้ว และกลับมาใส่แว่นก็หล่อเหมือนเดิม” เมื่อถามว่ามองเห็นอนาคตรัฐบาลชัดหรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า “ชัดครับ ครบเทอม”
เมื่อถามถึงกระแสข่าวพรรคภูมิใจไทย จะคว่ำร่างงบประมาณร่ายจ่ายประจำปี 69 นายอนุทินปฏิเสธพร้อมยืนยันไม่มี ข่าวที่ออกมาไม่รู้ว่าใครเอาไปพูด เพราะในเรื่องงบประมาณรัฐบาลก็ทำมาด้วยกัน และผ่านความเห็นชอบจาก ครม.เรียบร้อยแล้ว ซึ่งเป็นประโยชน์ต่อประเทศและประชาชน
ก่อนอธิบายเพิ่มเติมว่า กระทรวงมหาดไทยที่ตนรับผิดชอบ งบประมาณ 4 แสนล้านบาท กระทรวงศึกษาธิการก็ 5 แสนล้านบาท กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม ก็ 2 แสนล้าน กระทรวงแรงงาน ประมาณ 3 หมื่นล้านบาท ซึ่งกระทรวงดังกล่าวที่ตนกำกับดูแล งบประมาณเกือนล้านล้านบาท
ฉะนั้นหากไม่เห็นชอบหรือไปโหวตคว่ำ มันจะผ่านมติจาก ครม.ได้อย่างไร รวมถึงกระทรวงอื่น ๆ นี่เป็นเรื่องของรัฐบาล และประชาชนเราก็ให้การสนับสนุน เพราะเป็นงบประมาณที่เราทำเอง