Skip to content

ไหวไหม-ยื่นศาลเบรก สว. งดโหวตตั้ง ‘องค์กรอิสระ’

21 พ.ค. 2568 | 09:02น.
ไหวไหม-ยื่นศาลเบรก สว. งดโหวตตั้ง ‘องค์กรอิสระ’

แม้จะมีข่าวว่า “กกต.” เหยียบคันเร่งเบาไปหน่อย กรณีการเลือก สว. แต่เมื่อดีเอสไอเข้ามาร่วมสอบ ก็ทำให้ “สปีด” การสอบของ กกต.จี๊ดจ๊าดขึ้นมา

ทำให้เกิดการออกหมายเรียก สว. 55 คน มารับทราบข้อหาฮั้วเลือกตั้ง ตั้งแต่ 19 พ.ค.เป็นต้นไป เป็นผลงานร่วมกันของคณะกรรมการสืบสวนและไต่สวน คณะที่ 26 ของ กกต. ที่มี ร.ต.อ.ชนินทร์ น้อยเล็ก รองเลขาธิการ กกต. เป็นประธาน กับดีเอสไอ

ข้อกฎหมายของกรณีนี้ เป็นไปตาม พ.ร.ป.ว่าด้วยการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา พ.ศ. 2561 มาตรา 70 ประกอบมาตรา 36 มาตรา 77 (1) และมาตรา 62 เป็นกระบวนการขั้นที่ 1 ของระเบียบ กกต.ว่าด้วยการสืบสวน ไต่สวน และวินิจฉัยชี้ขาด พ.ศ. 2561 และที่แก้ไขเพิ่มเติมถึง (ฉบับที่ 5) พ.ศ. 2566

รายชื่อ สว.ชุดแรก ที่ กก.คณะ 26 เรียกมาชี้แจง 22 คน ในวันที่ 19 พ.ค. อาทิ นายมงคล สุระสัจจะ ประธานวุฒิสภา, พล.อ.เกรียงไกร ศรีรักษ์ รองประธานวุฒิสภา คนที่ 1, นายวีระศักดิ์ วิจิตร์แสงศรี, พล.ต.ท.บุญจันทร์ นวลสาย, นายอลงกต วรกี, นายชีวะภาพ ชีวะธรรม

ชุดสอง วันที่ 20 พ.ค. รวม 22 คน อาทิ พล.ต.ต.ฉัตรวรรษ แสงเพชร, นายสมพาน พละศักดิ์ และ พ.ต.ท.สง่า ส่งมหาชัย กลุ่มที่ 3 เข้าชี้แจงวันที่ 21 พฤษภาคม รวม 11 คน อาทิ นายโชคชัย กิตติธเนศวร

และตั้งแต่เช้าวันที่ 19 พ.ค. ก็มี สว.ไปเข้าพบ กกต.ตามนัดหมาย คนแรก ๆ ก็คือ พล.อ.เกรียงไกร ศรีรักษ์ รองประธานวุฒิสภา ที่ยิ้มร่าเข้าไปรายงานตัวในช่วงเช้า

กรณีดีเอสไอเข้าไปมีบทบาทในคดีเลือก สว. ทำให้เกิดการร้องเรียนจาก สว.ไปยังศาลรัฐธรรมนูญ และมีคำสั่งให้ พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง รมว.ยุติธรรม รองประธานคดีพิเศษฯ หยุดทำหน้าที่ในส่วนที่เกี่ยวกับดีเอสไอ

เป็นเรื่องเกรียวกราวอยู่พอสมควร เพราะไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน และวิจารณ์กันว่าจะกลายเป็น “ต้นแบบ” ในการวินิจฉัยปัญหาของศาลรัฐธรรมนูญอีกหรือไม่

ที่น่าสนใจมีการเคลื่อนไหวจากกลุ่ม “สว.อิสระ” ที่มี สว.นันทนา นันทวโรภาส เป็นแกนนำคนสำคัญ ว่า สว.อิสระได้เตรียมยกร่างคำร้องและเข้าชื่อยื่นศาลรัฐธรรมนูญให้วินิจฉัย ให้ สว.หยุดทำหน้าที่บางส่วน

เหมือนกรณี พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง

โดยยื่นผ่าน นายมงคล สุระสัจจะ ประธานวุฒิสภา ให้ส่งไปยังศาลรัฐธรรมนูญ

ปัญหาคือต้องมี สว.ร่วมลงชื่อ 1 ใน 10 หรือ 20 คน แต่ระยะนี้ สว.บินไปดูงานต่างประเทศกันมาก ไม่ค่อยมีใครพร้อมเซ็นชื่อ

คำร้องนี้จะขอให้ สว. 200 คนหยุดปฏิบัติหน้าที่การเห็นชอบผู้ดำรงตำแหน่งองค์กรอิสระทั้งกระบวนการ

เช่น การตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อตรวจสอบประวัติ ความประพฤติ และพฤติกรรมทางจริยธรรม การลงมติ เป็นต้น

การให้ สว.ทุกคนหยุดปฏิบัติหน้าที่เฉพาะส่วน เพื่อให้เกิดความเสมอภาคและไม่ลักลั่น

เพราะ สว.จำนวนมากถูกตรวจสอบคดีฮั้วเลือกตั้ง แปลว่าที่มาของ สว.ไม่ชัดเจน ว่ามาโดยถูกต้อง ชอบธรรม สุจริตหรือไม่

หากที่มาไม่ชัดเจน และเข้าไปทำหน้าที่เห็นชอบกรรมการองค์กรอิสระนั้นจะเป็นการขัดกันแห่งผลประโยชน์ทันที

หากปล่อยให้กระบวนการเห็นชอบองค์กรอิสระเดินหน้า อาจจะมีผลกระทบต่อการทำหน้าที่ขององค์กรอิสระ อาจถูกร้องว่าเป็นโมฆะได้ หาก สว.ในฐานะผู้ที่เห็นชอบกรรมการองค์กรอิสระนั้นถูกชี้ว่าเป็นผู้ที่ขาดคุณสมบัติ

จึงอยากให้ สว.หยุดปฏิบัติหน้าที่เฉพาะส่วน ไม่ควรไปต่อ จนกว่ากระบวนการตรวจสอบจะสิ้นสงสัย เมื่อกระบวนการตรวจสอบ สว.แล้วเสร็จ การกลับเข้าสู่การเลือกกรรมการองค์กรอิสระใหม่ ตนมองว่าไม่สายเกินไป ดีกว่าการดันทุรังให้เกิดการเห็นชอบ

กระบวนการเข้าชื่อและยื่นคำร้องดังกล่าวจะทำให้เร็วที่สุด เพื่อให้ศาลรัฐธรรมนูญได้พิจารณาก่อนที่วุฒิสภาจะนัดประชุมในช่วงการประชุมสภาสมัยวิสามัญ ในวันที่ 29 พ.ค.

การหยุดปฏิบัติหน้าที่เฉพาะส่วน จะไม่รวมการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ต่าง ๆ ที่สำคัญ เช่น ร่าง พ.ร.บ.งบประมาณฯ เพราะ สว.ไม่มีอำนาจมาก มีเพียงการลงมติ ส่วนลด เพิ่ม หรือแก้ไขไม่ได้

การยื่นเรื่องของ สว.กลุ่มอิสระเดินตามเส้นทาง สว.ที่ยื่นศาลรัฐธรรมนูญ ให้สั่ง รมว.ยุติธรรมยุติการทำหน้าที่

แต่ก็ยังมีปัญหาว่า จะมี สว.ลงชื่อสนับสนุนครบ 20 เสียงหรือไม่ และเมื่อยื่นประธานวุฒิสภาจะส่งต่อศาลหรือไม่

หากไม่ผ่าน 2 ด่านนี้ก็ไปต่อไม่ได้

แต่ในเชิงแนวคิดหรือไอเดีย ก็เป็นทางออกสำหรับความคลางแคลงใจของสังคมได้เหมือนกัน