เปิดงบประมาณกระทรวงฯ ภูมิใจไทย ชงโปรเจกต์ขอแบ่งงบกระตุ้นเศรษฐกิจ 1.57 แสนล้าน ก่อนเริ่มศึกซักฟอกงบฯ ปี 69 วาะระแรก ภายใต้เกมการเมืองที่กำลังระอุ
หลังรัฐบาลประกาศชะลอแจกเงินหมื่น เฟส 3 มูลค่า 1.57 แสนล้าน (เมื่อ 20 พฤษภาคม 2568) แล้วเปลี่ยนวัตถุประสงค์มาดำเนินโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจ ท่ามกลางสถานการณ์เศรษฐกิจโลกที่ไม่สู้ดีจากมาตรการภาษีสหรัฐฯ ทำให้หลายกระทรวง เร่งตั้งเรื่องชงขอแบ่งปันงบจำนวนมหาศาลนี้
หนึ่งในนั้น กระทรวงมหาดไทย เดิมทีกรมการปกครองส่วนท้องถิ่น (สถ.) ออกหนังสือแจ้งทุกจังหวัด ให้เขียนแผนเสนอโครงการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ภายใน 3 วัน แต่ถูกเสียงวิจารณ์ก่อนขยายเวลาให้อีก 3 วัน เป็นวันนี้ 26 พฤษภาคม นี้ ก่อนที่สภาผู้แทนราษฎร จะนัดประชุม (สมัยวิสามัญ) เพื่อพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 เพียง 2 วัน
มหาดไทย รับลูกเร็วชงโปรเจกต์ของบกระตุ้นเศรษฐกิจ
อนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ให้สัมภาษณ์ช่วงเช้า (26 พ.ค.) ขณะนี้กระทรวงมหาดไทย โดยกรมการปกครองส่วนท้องถิ่น กำลังรวบรวมรายละเอียดคำขอโครงการจากจังหวัดต่างๆ เมื่อได้รับรายละเอียด กระทรวงฯ จะพิจารณาเบื้องต้น ก่อนเสนอต่อไปยังคณะกรรมการกลั่นกรองของกระทรวงการคลัง ในฐานะประธานการพิจารณา
แต่หลักเกณฑ์การคัดเลือกเบื้องต้น ต้องไม่ขัดกับหลักกฎหมายและตรงกับเงื่อนไข อาทิ ประมูลภายใน 1 เดือน ทำให้เสร็จภายใน 1 ปี ที่สำคัญต้องเป็นการลงทุนอย่างยั่งยืนไม่ใช้ใช้ได้เพียงชั่วคราว ซึ่งจะเป็นโครงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน ถนน ระบบน้ำประปา การป้องกันอุทกภัย รวมถึงการกักเก็บน้ำเพื่อใช้ในฤดูแล้ง เป็นต้น
ขณะที่ อรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดหัวหน้าข้าราชการกระทรวงมหาดไทย เผยว่าช่วงเย็น 26 พฤษภาคม รายละเอียดโครงการต่างๆ เมื่อถูกเสนอมา ตนจะรวบรวมและเสนอไปยัง รมว.มหาดไทย ลงนามภายในวันนี้ 28 พฤษภาคม ก่อนส่งเรื่องไปยังสำนักงบประมาณ สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สภาพัฒน์) และกระทรวงการคลัง เพื่อกลั่นกรอง จากนั้นจะนำเสนอเข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรี (ครม.) เพื่อขอความเห็นชอบต่อไป
ส่วนหน้าตาโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจของกระทรวง เบอร์หนึ่งข้าราชการมหาดไทย ชี้ว่าเป็นโครงการเกี่ยวกับโครงสร้างพื้นฐาน พัฒนาขยายถนน ทางตัดรถไฟ รวมถึงการขุดแหล่งน้ำทั้งอุปโภคบริโภค การป้องกันน้ำท่วม ส่วนกรอบงบประมาณดำเนินการยังไม่สามารถระบุได้ แต่อยู่ภายในวงเงิน 1.57 แสนล้าน ส่วนจะได้เท่าไหร่แล้วแต่คณะกรรมการพิจารณา

เกณฑ์ปั้นโครงการ ขอปันงบ 1.57 แสนล้าน
สำหรับหลักเกณฑ์ข้อเสนอ (เบื้องต้น) การขอโครงการเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ ที่สำนักนโยบายและแผน สำนักงานปลัดกระทรวงมหาดไทย กำหนด มีดังนี้
1.) เป็นการลงทุน หรือการใช้จ่ายที่สามารถกระจายเป็นเงินเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจเพื่อส่งเสริม และรักษาการจ้างงาน แล้ววางรากฐานเศรษฐกิจให้ประเทศ
2.) โครงสร้างพื้นฐาน อาทิ
2.1 ด้านน้ำ อาทิ การป้องกันอุทกภัยช่วงฤดูฝน และกักเก็บน้ำสำหรับฤดูแล้ง เพื่อกระจายไปยังชุมชนและพื้นที่ต่างๆ เพื่อสนับสนุนภาคการเกษตรทั่วประเทศ และพัฒนาปรับปรุงระบบประปา
2.2 ด้านคมนาคม แก้ปัญหาการจราจรในพื้นที่ที่เป็นคอขวดและขาดความเชื่อมโยง เพิ่มความปลอดภัยในการเดินทางและขนส่ง แก้ปัญหาจุดตัดระหว่างทางรถไฟและถนน ก่อสร้างปรับปรุงจุดพักรถบรรทุกเพื่อให้สามารถบังคับใช้ได้ตามกฎหมาย พัฒนาถนนเชื่อมโยงเมืองรองแหล่งท่องเที่ยวและพื้นที่การผลิต
2.3 ด้านการท่องเที่ยว ปรับปรุงพัฒนาแหล่งท่องเที่ยว เช่น สนามกีฬาและสิ่งอำนวยความสะดวก พัฒนาระบบอำนวยความสะดวกให้นักท่องเที่ยว
2.4 ด้านการเกษตร อาทิ การเพิ่มผลิตภาพทางการเกษตร การสนับสนุนให้เกษตรกรและผู้ประกอบการ SMEs ใช้ประโยชน์จากความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี ปรับเปลี่ยนพื้นที่การปลูกให้เหมาะสม
2.5 การลดผลกระทบแรงงาน เช่น สนับสนุนมาตรการการเงินการคลัง สนับสนุนสินเชื่อเพื่อส่งเสริมการใช้งาน
2.6 ด้านดิจิทัล พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานทางดิจิทัล เพื่อสนับสนุนการพัฒนารัฐบาลดิจิทัลและการค้าระหว่างประเทศ
2.7 ด้านเศรษฐกิจชุมชนและอื่นๆ เช่น กองทุนหมู่บ้าน (SML) โครงการพัฒนาเศรษฐกิจชุมชน โครงการพัฒนาทุนมนุษย์ด้านการศึกษาเพื่อวางรากฐานเศรษฐกิจให้ประเทศ เป็นต้น
ทั้งนี้โครงการต้องดำเนินการและเบิกจ่ายงบประมาณให้แล้วเสร็จภายในปีงบประมาณ 2568

4 กระทรวงน้ำเงิน รองบขับเคลื่อน 1 ล้านล้าน ‘ภูมิใจไทย’ ไม่คว่ำงบฯ 69
ขณะที่การเสนอขอรับการจัดสรรงบฯ ปี 2569 อนุทิน หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ยืนยันพรรคฯ สนับสนุนเต็มที่จะไม่มีการคว่ำตามที่มีกระแสข่าว เนื่องจากงบประมาณ 4 กระทรวงและหน่วยงานต่างๆ ที่กำกับดูแลโดยพรรคภูมิใจไทย มีงบเพื่อรอการขับเคลื่อนประมาณกว่า 1 ล้านล้านบาท ฉะนั้นจะทำให้การบริหารพัฒนาประเทศสะดุดไม่ได้
กระทรวงมหาดไทย : งบรวม 301,269,973,700
-สำนักงานปลัดกระทรวงมหาดไทย 6,454,245,000
-กรมการปกครอง 52,387,711,800
-กรมการพัฒนาชุมชน 5,704,094,900
-กรมที่ดิน 7,800,631,500
-กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย 7,026,425,300
-กรมโยธาธิการและผังเมือง 42,280,357,100
-กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น 179,611,508,100
กระทรวงศึกษาธิการ : งบรวม 355,108,477,500
-สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ 41,247093,100
-กรมส่งเสริมการเรียนรู้ 12,009,930,700
-สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน 270,261,723,800
-สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา 28,044,218,900
-สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา 200,614,000
-สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี 2,168,428,600
-สำนักงานคณะกรรมการ้างเสริมสวัสดิการครูฯ 158,211,300
-สำนักงานเลขาการคุรุสภา 174,003,200
-โรงเรียนมหิดลวิทยานุสรณ์ 352,598,600
-สถาบันทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติฯ 430,462,700
-สำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษาฯ 101,192,600
กระทรวงแรงงาน : งบรวม 68,069,913,200
-สำนักงานปลัดกระทรวงแรงงาน 1,367,666,400
-กรมการจัดหางาน 1,292,945,100
-กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน 2,466,326,200
-กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน 1,197,298,600
-สำนักงานประกันสังคม 61,666,602,900
-สถาบันส่งเสริมความปลอดภัยฯ 79,074,000
กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตรกรรม (อว.) : งบรวม 140,300,676,500
-สำนักงานปลัดกระทรวงการอุดมศึกษาฯ 10,368,677,300
-กรมวิทยาศาสตร์ 408,473,800
-สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ 585,310,400
-สำนักงานปรมาณุเพื่อสันติ 485,544,700
-สถาบันวิทยาลัยชุมชน 762,785,100
นอกจากนั้นเป็นองค์กรการศึกษา และสถาบันต่าง ๆ
อย่างไรก็ต้องติดตามการเมืองหลังจากนี้ แม้อาจจะผ่านช่วงการพิจารณางบฯ 69 วาระแรกไปได้ แต่การเมืองไทยอีกประมาณปีครึ่งที่กำลังนับถอยหลังสู่โหมดเลือกตั้ง สงครามการเมืองจะดุเดือดกว่านี้ หรืออยู่กับอย่างอบอุ่น ภายในบ้านรัฐบาลเพื่อไทย
