Skip to content

แผน Made-in-China 20?? สี จิ้นผิงยังมุ่งยึดฮับผลิตโลก แม้ถูกทรัมป์ทวงคืน

27 พ.ค. 2568 | 17:16น.
แผน Made-in-China 20?? สี จิ้นผิงยังมุ่งยึดฮับผลิตโลก แม้ถูกทรัมป์ทวงคืน

จีนวางแผนที่จะยึดมั่นกับกลยุทธ์โดยรวมที่ได้รับการวิพากษ์วิจารณ์จากสหรัฐ และยุโรป ว่าทำให้เกิดความไม่สมดุลทางการค้า ซึ่งถือเป็นประเด็นสำคัญของสงครามการค้า ทำให้ต้องมีการเจรจาต่อรองกับสหรัฐ ซึ่งเพิ่มอัตราภาษีนำเข้าจากจีนเป็น 145% ในเดือนเมษายน ก่อนจะลดอัตราภาษีเฉลี่ยลงเหลือประมาณ 40% หลังจากการเจรจาที่เจนีวา เมื่อต้นเดือนพฤษภาคม

กลยุทธ์ที่ว่า คือการกระตุ้นการผลิตสินค้าเทคโนโลยีขั้นสูง โดยบลูมเบิร์ก (Bloomberg) อ้างแหล่งข่าวระบุว่า รัฐบาลของประธานาธิบดีสี จิ้นผิง กำลังพิจารณาแผนแม่บทการผลิตฉบับใหม่ นับเป็นการแสดงถึงความตั้งใจที่จะกระชับอำนาจ หรือควบคุมการผลิตให้มั่นคง ทั้ง ๆ ที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐต้องการที่จะนำโรงงานต่าง ๆ กลับมายังสหรัฐเพิ่มขึ้น ตามที่ได้หาเสียง “ฟื้นฟูการผลิตคือหัวใจสำคัญ” เสาหลักในแผนเศรษฐกิจของทรัมป์ 2.0 และทรัมป์ก็ประกาศชัดว่า สหรัฐไม่ผลิตเสื้อยืด รองเท้าผ้าใบที่อยู่ในอุตสาหกรรมสิ่งทอทั้งหลาย แต่จะผลิตอาวุธยุทโธปกรณ์ทางทหาร ชิป เอไอขั้นสูงต่างหาก

หรือก็คือการเน้นย้ำว่า มหาอำนาจจีนและสหรัฐมีจุดมุ่งหมายเดียวกัน ต่างขับเคี่ยวในภาคการผลิตเทคโนโลยีขั้นสูง

มันคือการทำย้ำ “Made in China 2025” ของสี จิ้นผิง ในอีก 10 ปีข้างหน้าที่จะให้ความสำคัญกับเทคโนโลยีรวมถึงอุปกรณ์ผลิตชิป โดยแผนแม่บทใหม่นี้อาจไม่ใช้ชื่อที่เหมือนกันเพื่อหลีกเลี่ยงการวิพากษ์วิจารณ์จากประเทศตะวันตก

กลับไปดูแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติระยะ 5 ปีของจีน (คนละแผนกับแผนแม่บทการผลิตใหม่) ซึ่งจะเริ่มใช้ในปี 2026 คือการหาหนทางรักษาสัดส่วนรายได้จากภาคการผลิตในผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (GDP) ให้อยู่ในระดับคงที่ในระยะกลางถึงระยะยาว เน้นย้ำว่า ฝันของสหรัฐที่เรียกร้องให้จีนปรับสมดุลเศรษฐกิจนั้นอาจเป็นไปได้ยาก

รัฐบาลทรัมป์กำลังทำ 2 อย่างคือ พยายามผลักดันให้จีนบริโภคมากขึ้น ขณะเดียวกันก็ใช้มาตรการควบคุมการส่งออกและภาษีตาม “การแยกทางยุทธศาสตร์” (Strategic Decoupling) เพื่อให้สหรัฐสามารถพึ่งพาตนเองได้ในด้านต่าง ๆ เช่น เหล็กกล้า ยา และเซมิคอนดักเตอร์

สกอตต์ เบสเซนต์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวกับ CNBC เมื่อวันที่ 12 พฤษภาคม ใจความว่า สหรัฐต้องการการผลิตที่มากขึ้น ฝ่ายจีนต้องการการบริโภคที่มากขึ้น จึงมีโอกาสที่จะปรับสมดุลร่วมกัน ดังนั้นจะดูว่าเป็นไปได้หรือไม่

ในการประชุมสภาประชาชนแห่งชาติประจำปีนี้เมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา นายกรัฐมนตรีหลี่ เฉียงกล่าวว่า การกระตุ้นการบริโภคอย่างเต็มที่ถือเป็นลำดับความสำคัญสูงสุดของรัฐบาลในปีนี้ และขอเรียกร้องให้เจ้าหน้าที่ดำเนินการเพิ่มเติมเพื่อทำให้ดีมานด์ในประเทศเป็นเครื่องยนต์และจุดยึดหลักของการเติบโตทางเศรษฐกิจ อย่างไรก็ตาม ตั้งแต่นั้นมา เจ้าหน้าที่จีนได้ดำเนินการที่เป็นรูปธรรมเพียงเล็กน้อยในการกระตุ้นการบริโภค ผู้กำหนดนโยบายของจีนยังคงมองว่าภาคการผลิตเป็นแกนหลักของความมั่นคงแห่งชาติและการสร้างงาน และความก้าวหน้าของ DeepSeek ในด้านปัญญาประดิษฐ์ เมื่อต้นปีนี้ได้เพิ่มความมั่นใจว่ากลยุทธ์ภาคการผลิตได้ผล

ไม่เท่านั้น การเน้นย้ำในภาคการผลิต ยังสะท้อนผ่านคำพูดของประธานาธิบดีสี ที่กล่าวเมื่อวันที่ 19 พฤษภาคมระหว่างเยี่ยมชมโรงงานผลิตตลับลูกปืนเม็ดกลมในมณฑลเหอหนาน ซึ่งอยู่ตอนในของประเทศว่า จีนจะต้องเสริมสร้างความเข้มแข็งให้กับภาคการผลิตอย่างต่อเนื่อง ยึดมั่นในหลักการพึ่งพาตนเองและการพัฒนาตนเอง และเชี่ยวชาญเทคโนโลยีหลักที่สำคัญ

ย้อนไปเมื่อรัฐบาลของสีเปิดตัวแผน “Made in China 2025” ในปี 2015 มุ่งเน้นที่การทำให้จีนเป็นผู้นำในทุกสิ่งตั้งแต่ยานยนต์ไฟฟ้าและเครื่องบินพาณิชย์ไปจนถึงเซมิคอนดักเตอร์และหุ่นยนต์ สภาแห่งรัฐ (The State Council of the People’s Republic of China) ซึ่งโดยพื้นฐานแล้วเป็นคณะรัฐมนตรีของจีน ได้กำหนดเป้าหมายไว้ว่า ในช่วงเวลาดังกล่าว จีนจะต้องเปลี่ยนประเทศให้เป็นกำลังการผลิต “ระดับปานกลาง” ของโลกภายในปี 2035 และเป็น “กำลังการผลิตหลัก” ภายในปี 2049 ซึ่งถือเป็นวาระครบรอบ 100 ปีแห่งการก่อตั้งสาธารณรัฐประชาชนจีน โดยเหมา เจ๋อตุง

การทำย้ำเน้นภาคการผลิตอีกครั้ง เพราะทำแล้วสำเร็จได้ผลงอกเงย จากผลการวิจัยของ Bloomberg Economics และ Bloomberg Intelligence แสดงให้เห็นว่าแผน Made in China 2025 ประสบความสำเร็จเป็นส่วนใหญ่ โดยจากเทคโนโลยีสำคัญ 13 เทคโนโลยีที่นักวิจัยของ Bloomberg ติดตาม จีนได้ครองตำแหน่งผู้นำระดับโลกใน 5 เทคโนโลยี และกำลังไล่ตามทันในอีก 7 เทคโนโลยีอย่างรวดเร็ว

ทราบกันดีว่า ในปัจจุบันชิปที่ล้ำสมัยนำมาผลิตเอไอที่ก้าวหน้า จากที่ในอดีตบริษัทจีนประสบความสำเร็จอย่างมากในการผลิตชิปโดยใช้เครื่องมือจากต่างประเทศที่ซื้อมาก่อนที่สหรัฐ เนเธอร์แลนด์ และญี่ปุ่น จะกำหนดข้อจำกัดการส่งออก แต่การที่จีนไม่สามารถเข้าถึงเครื่องมือที่ดีที่สุดได้ยังคงเป็นอุปสรรคสำคัญต่อความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีต่อไปในปัจจุบัน และรัฐบาลของทรัมป์กำลังมองหาวิธีที่จะเข้มงวดการส่งออกชิปขั้นสูงยิ่งขึ้น

การต่อต้านของปักกิ่งต่อข้อเรียกร้องการปรับสมดุลด้านการผลิตจากฝ่ายสหรัฐ ซึ่งรวมถึงการรักษาการควบคุมอุปทานแร่หายาก สะท้อนถึงความกังวลของจีนเองเกี่ยวกับความมั่นคงของชาติและความพยายามของสหรัฐที่จะปิดกั้นจีนไม่ให้ได้รับชิปขั้นสูงและเทคโนโลยีอื่นๆที่จะนำไปผลิตเอไอขั้นก้าวหน้า ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการพัฒนาประเทศ ชิ้นส่วนสำคัญในการรักษาการเป็นมหาอำนาจและก้าวขึ้นเป็นมหาอำนาจอันดับหนึ่ง

แผนริเริ่ม “Made in China 2025” กลายเป็นหัวข้อที่ละเอียดอ่อนถูกต่อต้านจากต่างประเทศ ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมานี้เอง ซึ่งทำให้จีนยังหลีกเลี่ยงการระบุชื่อ “Made in China 2025” ด้วยซ้ำ อย่างน้อยก็ในการอภิปรายอย่างเป็นทางการ แต่ในปัจจุบันสี จิ้นผิง กลับเพิ่มการเรียกร้องให้ส่งเสริม “พลังการผลิตใหม่” รวมถึงยานยนต์ไฟฟ้า แผงโซลาร์เซลล์ และแบตเตอรี่

ขณะนี้การส่งเสริมกำลังการผลิตใหม่เป็นประเด็นที่หน่วยงานของรัฐมุ่งเน้นการวิจัยเพื่อนำมาใส่ในแผนพัฒนาห้าปีฉบับต่อไป เน้นย้ำความก้าวหน้าในเทคโนโลยีสำคัญ เช่น เซมิคอนดักเตอร์และวัสดุพลังงานใหม่ อ้างอิงตามรายงานในเดือนมีนาคมของหนังสือพิมพ์ที่อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของคณะกรรมการพัฒนาและปฏิรูปแห่งชาติ (NDRC) หน่วยงานวางแผนด้านเศรษฐกิจระดับสูงสุดของจีน

เนื้อหาของแผนผลิตปีค.ศ. 20.. ยังคงอยู่ระหว่างการถกเถียง และอาจมีการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ก่อนที่จะมีการเผยแพร่แผนพัฒนาประเทศ 5 ปีที่มีกำหนดจะเปิดเผยต่อสาธารณะในช่วงการประชุมสภานิติบัญญัติประจำปีครั้งหน้าในเดือนมีนาคม 2026 ในขณะที่แผนแม่บทการผลิตฉบับต่อไปอาจเปิดเผยได้ทุกเมื่อ ไม่ว่าจะก่อนการประชุมสภาหรือภายหลังการประชุมก็ตาม