ภูมิธรรมลั่น ไม่ตามเกมกัมพูชา ยันไทยเตรียมพร้อมทั้งกำลังทหาร-กฎหมาย
“ภูมิธรรม” แจงข่าว “เตียเยฮา” ล็อบบี้ไม่ให้ปิดด่านเลอะเทอะ ยกมติ ครม. ย้ำไทยไม่รับอำนาจศาลโลกกรณีขัดแย้งไทย-กัมพูชา แจง ปมไทยเสียเปรียบเหตุปล่อยกัมพูชาล่วงล้ำ 200 เมตร
ที่ทำเนียบรัฐบาล นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีรัฐบาลออกแถลงการณ์การแก้ไขปัญหาชายแดนกัมพูชาโดยยึด 3 กลไก จะสามารถตัดเรื่องการนำไปสู่ศาลโลกได้หรือไม่ว่า แถลงการณ์ดังกล่าวเป็นการหารือร่วมกัน สภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) กองทัพบก (ทบ.) กระทรวงการต่างประเทศ สิ่งที่แถลงคือจุดยืนของรัฐบาล โดยอยากให้ประชาชนไปดูและศึกษา
ซึ่งในแถลงการณ์มีเรื่องของจุดยืนอธิปไตยของประเทศ ยึดมั่นในบูรณภาพเหนือดินแดนไทย รวมถึงสิทธิทางกฎหมายของไทย และแก้ไขปัญหาโดยหลีกเลี่ยงความรุนแรง ซึ่งปัจจุบันนี้รัฐบาลดำเนินการไปตามขั้นตอน และข้อเท็จจริงที่รับรู้ เราไม่ได้ทำตามอารมณ์ หรือความต้องการของใคร แต่ดำเนินการภายใต้การปกป้องของอธิปไตย
ในบางเรื่องเราไม่ได้เอ่ยถึง เพราะเขาพยายามขยายวงไปถึงศาลโลก เราพยายามจะจำกัดวงไม่ให้ไปถึงจุดนั้น เราจะพูดเฉพาะจุดปะทะ และยึดเอ็มโอยู 43 เนื่องจากง่ายในการหาข้อสรุปร่วมกันได้ ขณะนี้สิ่งที่เกิดปัญหาบริเวณสามเหลี่ยมมรกต ต้นสัตบรรณถึงสามแยกลาวเรากลับมาดูตรงนี้ ส่วนพื้นที่อื่นยังไม่มีอะไรรุนแรง เราอย่าไปเล่นเกมตามเขา เพราะจะกลายเป็นประเด็นที่นานาชาติเข้ามา และเรามั่นใจในจุดยืนของกระทรวงกลาโหมและกองทัพ เรื่องนี้เป็นเรื่องสำคัญของชาติ ซึ่งจะกระทบกับเอกราชและดินแดนของประเทศไทย ไม่อยากให้ขยายวงกว้าง
ซึ่งปัจจุบันนี้รัฐบาลพยายามจำกัดวงปมความขัดแย้ง เนื่องจากมีเรื่องที่จะต้องไปเจรจาต่อรองรวมถึงเรื่องทางเทคนิค ซึ่งสิ่งที่เราได้พูดคุยกับทางกัมพูชา และนายกฯไทยได้คุยกับนายกฯกัมพูชา ตนก็พูดคุยกับรองนายกฯกัมพูชา ทุกฝ่ายยอมรับแล้วว่าในวันที่ 14 มิ.ย. 2568 จะมีการประชุมคณะกรรมาธิการเขตแดนร่วม (เจบีซี) เขตแดนไทย-กัมพูชา ที่กรุงพนมเปญ ประเทศกัมพูชา เราควรจะคิดไปทีละขั้น หากการประชุมในครั้งนี้หาข้อยุติไม่ได้ ก็ต้องดูว่ามีกลไกอะไรอีก
นายภูมิธรรมกล่าวอีกว่า ยืนยันว่ารัฐบาลเตรียมการทั้งหมดไว้แล้ว ในการต่อสู้ในแง่ของกฎหมาย การเจรจาร่วมตามกลไกต่าง ๆ และหากมีความจำเป็น ทหารเตรียมการในแนวหน้าไว้หมดแล้ว ไม่อยากให้มีการปลุกปั่นหรือตำหนิกัน ซึ่งวันนี้แกนนำฝ่ายค้านก็มีโทนเสียงที่ดีขึ้น ไม่ใช่พูดตามอารมณ์และเอามันส์ เพราะเรื่องนี้ผิดพลาดนิดเดียวเสียหายใหญ่หลวง เราอยากได้เสียงสนับสนุนจากประชาชน
เหมือนจากที่ประเทศกัมพูชาได้รับคะแนนเสียงสนับสนุนจากประชาชนของประเทศเขาเอง อยากให้เสนอแนวทางแก้ไขปัญหาไม่ใช่มานั่งตำหนิรัฐบาล ในขณะเดียวกันการปิดด่าน ก็มีกระบวนการขั้นตอนไม่ใช่ปิดไปทั่ว เรามีวิธีที่จะดำเนินการอยู่แล้ว ไม่อยากจะไปพูดว่าเราดำเนินการในขั้นตอนไหนบ้าง เพราะไม่มีประโยชน์ต่อประเทศ อย่าไปอยากรู้มาก เพราะการเปิดเผยมากเกินไปก็จะสร้างความยุ่งยากในการเจรจา
เมื่อถามว่า กระแสประชาชนไม่พอใจกับท่าทีของนายกฯและนายภูมิธรรม นายภูมิธรรมกล่าวว่า เราอยากลดความขัดแย้งไม่อยากยกระดับ ไปสู่ปัญหาระดับโลก ไม่เช่นนั้นจะเป็นปัญหาอีกมากมาย จะเรียกว่าเราใจเย็นก็ได้ เขากำลังร้อนเราก็เอาน้ำเย็นลูบ หากมองว่าเราไม่แสดงท่าทีก็พูดได้ แต่ในทางปฏิบัติได้เตรียมไว้หมดแล้ว แล้วยืนยันว่ามีความเข้าใจอันดีกับกองทัพ รวมถึง พล.ท.บุญสิน พาดกลาง แม่ทัพภาคที่ 2 ก็ได้คุยกันตลอด ไม่มีอะไรเลยที่เป็นปัญหา วันนี้ไม่ใช่เรื่องการเมืองที่ฝ่ายค้านและรัฐบาลจะมาโต้แย้งกัน เรามีจุดยืนว่าจะเจรจาเรื่องสันติ หากอนาคตจะนำไปสู่ความรุนแรง บรรทัดสุดท้ายเราก็มีความพร้อมหมด
เมื่อถามว่า ยุทธศาสตร์ที่รัฐบาลเตรียมไว้ ไม่มีประเด็นเรื่องของการนำไปสู่ศาลโลกใช่หรือไม่ นายภูมิธรรม กล่าวว่า มติคณะรัฐมนตรี (ครม.) ในรัฐบาลสมัยนายเศรษฐา ทวีสิน อดีตนายกฯ ที่มีมติครม 12 มี.ค. 2567 โดยยืนยันว่ามีหนังสือลงวันที่ 19 มี.ค. 2567 แจ้งให้หน่วยราชการทุกหน่วยทราบ และให้ถือเป็นข้อปฏิบัติ อย่างเคร่งครัด ว่าในการทำหนังสือสัญญาระหว่างประเทศใด ๆ ให้ทำข้อกำหนดไว้ว่าไม่ยอมรับเขตอำนาจศาลไอซีเจ (ศาลโลก) ในทุกเรื่อง
โดยให้เหตุผลว่า เพื่อมิให้กระทบต่ออำนาจอธิปไตยของชาติ มันชัดเจนอยู่แล้ว นายภูมิธรรมกล่าวว่า ไม่ต้องถามเลยประเด็นนี้ และไม่อยากนำเรื่องนี้มาพูดให้มันกระจายไป ในขณะที่ประชาชนก็พยายามทำความเข้าใจ ในโซเชียลมีเดียที่ดูเหมือนจะเป็นเสียงของประชาชน เชื่อว่ามีการทำไอโอขึ้นมา
ในเรื่องที่สมเด็จอัครมหาเสนาบดีเดโช ฮุน เซน ประธานวุฒิสภาแห่งราชอาณาจักรกัมพูชา หลังจากที่เอไอทำรูปสมเด็จอัครมหาเสนาบดีเดโช ฮุน เซน ลูบหัวตนนั้น ในชีวิตนี้ตนไม่เคยเจอกับท่านเลย
ส่วนกรณีที่นายภูมิธรรมจะปลดแม่ทัพภาคที่ 2 นั้น นายภูมิธรรมกล่าวอีกว่า ก็ไม่รู้ว่าไปเอาข่าวมาจากไหน นี่คือการปลุกปั่นประชาชนให้เกิดความระแวงแทงใจ ขอย้ำว่าเรื่องนี้สำคัญ และจะกระทบกับเอกราชอธิปไตยถ้าเราเดินไม่ดี เราหลีกเลี่ยงไม่ให้เกิดสงคราม เพราะเห็นแก่ประชาชนตามแนวชายแดน
นายภูมิธรรมกล่าวต่อว่า รวมถึงทหารที่ดูแลปกป้องอธิปไตย ซึ่งทหารไม่กลัว เพราะพร้อมรบตลอดเวลาอยู่แล้ว ทุกอย่างที่ได้วางไว้มีไทม์ไลน์ไว้ทั้งหมด ถ้าจะต่อสู้ทหารของชาติพร้อมอยู่แล้ว วันนี้ทำหน้าที่อย่างดี ยอมรับว่าคนของเราก็มีความอึดอัดในสถานการณ์ดังกล่าว แต่ก็ต้องรู้ด้วยว่าอะไรคือการทำงานเชิงยุทธศาสตร์ในการแก้ไขปัญหาของชาติได้มากที่สุด อยากให้เข้าใจสิ่งนี้ และอยากให้ช่วยรัฐบาลด้วย ส่วนที่มีการพบระเบิดในชายแดนไทย-กัมพูชานั้น ยังไม่รู้เลยว่าจริงหรือไม่ ยังไม่ได้รับรายงาน โซเชียลรู้ก่อนตนซึ่งขอให้รอทางฝ่ายปฏิบัติ บางครั้งข้อมูลในโซเชียลมีเดียมีทั้งจริงและไม่จริง
เมื่อถามว่า แต่มีข้อมูลชัดเจนว่าทหารกัมพูชาล้ำเข้ามาในเขตแดนไทย 200 เมตร เป็นที่มาของการเสนอปิดด่าน เพื่อกดดันให้ออกจากจุดนั้น แต่มีการสั่งให้ชะลอการปิดด่านเอาไว้ก่อน ทำให้ประเทศไทยเสียเปรียบกัมพูชาไปแล้ว นายภูมิธรรมกล่าวว่า ขณะนี้ด่านต่าง ๆ ยังไม่ได้ได้รับผลกระทบอะไร และใช้มาตรการจากเบาไปหาหนัก
เมื่อถามว่า ทหารพยายามเสนอปิดด่าน เพื่อไปกดดันให้ทหารกัมพูชาถอนกำลังออกจาก 200 เมตร นายภูมิธรรมกล่าวอีกว่า เรื่องนี้มีกระบวนการอยู่แล้ว ขอให้เราได้ทำหน้าที่ของเราอย่างเต็มที่
เมื่อถามย้ำอีกว่า ในจุดนั้นทหารกัมพูชาพึ่งล่วงล้ำมา นายภูมิธรรมกล่าวว่า ต้องเอาหลักฐานทางอากาศมาชี้แจงกัน ซึ่งจะตอบโจทย์ทุกอย่าง อยากให้รอ
เมื่อถามอีกว่า ทางกัมพูชาย้ำออกมาได้มีการได้เปรียบไทยแล้ว ทางทหารจึงได้ขอให้นายภูมิธรรม ปิดด่านเพื่อกดดัน นายภูมิธรรมกล่าวว่า ไม่ใช่ อยากให้ใจเย็น ล้ำหรือไม่ล้ำมันมีแผนที่อ้างสิทธิในพื้นที่นั้นอยู่แล้ว ต่างฝ่ายต่างประกาศอาณาเขต ซึ่งฝ่ายไหนเป็นคนละเมิดกลไกในเอ็มโอยู 43 จะดำเนินการเอง ซึ่งในแนวหน้ายังไม่ไปสู่จุดที่ปะทะกัน ซึ่งแม่ทัพภาคที่ 2 ก็ยืนยันกับตน เราอยู่ในจุดที่เขาล้ำเข้ามาในไทยไม่ได้เด็ดขาด แต่จุดที่เป็นปัญหาอยู่เป็นจุดที่อยู่ในจุดที่อ้างสิทธิกัน
เมื่อถามว่า เจ้าหน้าที่ทหารแจ้งว่าอย่างไรในเรื่องของการติดตาม นายภูมิธรรมกล่าวอีกว่า เขาไม่ได้แจ้งว่าจะขอปิดด่าน เขาแจ้งว่าหากถึงจุดหนึ่งก็จะขอปิดด่าน ซึ่งตนก็บอกว่าปิดได้อยู่แล้ว แต่มองว่าในขณะนี้ยังไม่มีอะไรที่จะไปถึงจุดนั้น ซึ่งเราก็ไม่ได้ปฏิเสธที่จะปิดด่าน ขึ้นอยู่กับการประเมินสถานการณ์แต่ละวัน
เมื่อถามย้ำว่า แม่ทัพภาคที่ 2 ย้ำว่ากัมพูชาล้ำเข้ามาในเขตแดนไทย 200 เมตรนั้น นายภูมิธรรมกล่าวว่า ขอให้ไปดูในเวทีเจบีซี
เมื่อถามถึงกรณีกระแสข่าว พล.อ.เตีย เซ็ยฮา รองนายกฯและ รมว.กลาโหมกัมพูชา ได้โทรศัพท์มาหาเพื่อให้ปิดด่าน นายภูมิธรรมกล่าวอย่างมีอารมณ์ว่า อันนี้เลอะเทอะ แต่ยอมรับว่าได้โทร.คุยกันจริง แต่ไม่ได้คุยกันมาก คุยเฉพาะบางส่วนที่เกี่ยวข้อง ในฐานะผู้นำระดับสูงของกัมพูชา ประเด็นสำคัญคือการอยากให้ใช้กลไกเจบีซี และไม่ให้เกิดความรุนแรง อยากให้ทั้ง 2 ฝ่ายแยกออกจากกัน เรายังไม่เคยพูดเรื่องปิดด่านเลย และมีการต่อรองให้มีการจัดประชุมเจบีซีให้เกิดขึ้นโดยเร็ว
ส่วนกรณีที่มีกระแสปลุกปั่นให้เกิดการปฏิวัตินั้น นายภูมิธรรมกล่าวว่า ก็ไม่เป็นไร เป็นความเห็นของแต่ละคน แต่เชื่อว่ารัฐบาลทหาร กองทัพคุยกันดีอยู่แล้ว
เมื่อถามถึงความคืบหน้าเรือดำน้ำกับเรื่องเครื่องบินกริปเพนจะเข้าที่ประชุม ครม.หรือไม่ นายภูมิธรรมกล่าวอีกว่า ยังไม่เข้า ส่วนที่กองทัพอากาศเตรียมแถลงเครื่องบินรบฝูงใหม่เป็นเครื่องบินกริปเพนนั้น กองทัพอากาศสามารถดำเนินการได้ แต่อย่างไรก็ต้องรอสัญญาณจากรัฐบาล จะแถลงอย่างไรก็ได้ แต่ถ้ายังไม่นำเข้า ครม. ก็ยังไม่มีผลอะไร