เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ดูทั้งหมด

เอ็มจี ปรับ ‘CI โชว์รูม’ครั้งใหญ่ เขย่าพอร์ตสินค้า คุมเข้มคุณภาพเซอร์วิส-ขาย

21 มิ.ย. 2569 | 08:08น.

เอ็มจีเล็งปรับมาตรฐานโชว์รูมทั่วประเทศครั้งใหญ่ใหม่ คุมเข้มงานขาย-บริการหลังการขาย เดินหน้าปรับ CI ใหม่ครบ 130 แห่งทั่วประเทศ เชื่อมีส่วนสำคัญให้ลูกค้าตัดสินใจซื้อรถคันต่อไป ย้ำ “ราคา” มีผลต่อการขาย แต่ไม่เท่าคุณภาพเซอร์วิส ส่วนปีนี้ยืนยันเป้าหมายยอดขาย 3 หมื่นคัน

ฉัตวิทัย ตันตราภรณ์

นายฉัตวิทัย ตันตราภรณ์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท เอ็มจี เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยถึงแผนงานปีนี้ว่า บริษัทเร่งดำเนินการคือ การเข้ามาดูแลเพื่อเพิ่มความแข็งแกร่งและประสิทธิภาพ รวมทั้งปรับภาพลักษณ์ของดีลเลอร์เน็ตเวิร์ก ตัวแทนจำหน่าย เพื่อพัฒนาและปรับปรุงโชว์รูมและศูนย์บริการรถยนต์เอ็มจีในทุกมิติ จากปัจจุบันที่มีโชว์รูมและศูนย์บริการสองรูปแบบ มีอยู่ 126 สาขาทั่วประเทศ ได้แก่

1.โชว์รูมมาตรฐาน MG ที่เน้นโทนสีแดงเพื่อดูแลในส่วนของรถยนต์ MG

2.MG Evolution โชว์รูม ซึ่งเป็นโชว์รูมโทนสีน้ำเงินฟ้า ที่ออกแบบมาเป็นพิเศษเพื่อรองรับการขายและบริการหลังการขายสำหรับรถยนต์ไฟฟ้าและกลุ่มผลิตภัณฑ์รถยนต์อีวีระดับพรีเมี่ยม ซึ่งได้เปิดตัวไปอย่างเป็นทางการเมื่อเดือนกรกฎาคม 2567 ที่ผ่านมา

ขณะนี้บริษัทอยู่ระหว่างการหารือและวางแผนงานเพื่อปรับพอร์ตสินค้า และมาตรฐานโชว์รูมและศูนย์บริการตามอัตลักษณ์ใหม่ (CI) โดยเตรียมแผนงานเพื่อจะพัฒนาในทุกมิติสำหรับส่วนงานขายและบริการหลังการขายเพื่อให้ได้ตามมาตรฐานและมีความทันสมัยอย่างต่อเนื่อง

ทั้งนี้ บริษัทเชื่อว่างานบริการหลังการขายมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อความสำเร็จของธุรกิจยานยนต์ และเชื่อว่างานบริการหลังการขายนั้นยังจะสามารถช่วยให้ตัวแทนจำหน่ายหรือบริษัทผู้ผลิตรถยนต์สามารถขายรถคันที่ 2 และ 3 ให้กับลูกค้าได้

นอกจากนี้บริษัทเชื่อว่าตัวแทนจำหน่ายหรือดีลเลอร์ ยังเป็นหน้าด่านที่สำคัญและเป็นตัวกลางระหว่างบริษัทผู้ผลิตรถยนต์และลูกค้า ดังนั้นแล้วการให้ความสำคัญกับส่วนนี้ ที่มีทั้งฝ่ายขายและบริการหลังการขายจึงถือเป็นเรื่องที่ละเลยไม่ได้

“ผมเชื่อว่าเราดูแลลูกค้าอย่างต่อเนื่องในส่วนของงานอาฟเตอร์เซลจะมีส่วนสำคัญอย่างยิ่งที่จะทำให้เราสามารถขายรถยนต์คันถัดไปให้กับลูกค้าได้และถือเป็นกุญแจสำคัญที่ไม่ควรละเลย”

ทั้งนี้คาดว่าบริษัทจะเริ่มทยอยดำเนินการเพื่อปรับปรุงพอร์ตสินค้าและโชว์รูมศูนย์บริการทั่วประเทศได้ในเร็ว ๆ นี้

ขณะที่เป้าหมายยอดขายรถยนต์โดยรวม MG เชื่อว่าเป็นไปตามที่ประกาศไว้ ปีนี้จะมียอดขายอย่างน้อย 30,000 คัน โดยรถยนต์รุ่นใหม่ล่าสุดที่เพิ่งเปิดอย่าง MG URBAN ซึ่งอยู่ในเป้าหมายข้างต้นแล้ว และเบื้องต้นคาดว่าจะมียอดขายไม่น้อยกว่า 1,000-1,500 คันต่อเดือนในช่วงเปิดตัว

ก่อนหน้านี้บริษัทได้เริ่มดำเนินการผลิตและส่งมอบไปยังดีลเลอร์ทั่วประเทศเรียบร้อยแล้ว หากลูกค้าเข้ามาจองรถก็พร้อมที่จะมีรถยนต์เพื่อส่งมอบให้กับลูกค้าได้ทันที เพื่อให้ตอบรับกับนโยบายของบริษัทในการเตรียมความพร้อมรอบด้านสำหรับการเปิดตัวรถยนต์รุ่นใหม่

โดยผู้ที่ซื้อรถ MG URBAN ภายในวันที่ 31 กรกฎาคมนี้จะได้รับราคาพิเศษ ได้แก่

รุ่น STANDARD ราคาพิเศษเปิดตัว 529,900 บาท จากราคา 579,900 บาท,รุ่น MAX ราคาพิเศษเปิดตัว 599,900 บาท จากราคา 649,900 บาท และรุ่น ULTRA ราคาพิเศษเปิดตัว 749,900 บาท จากราคา 709,900 บาท

อย่างไรก็ตามบริษัทมั่นใจว่า MG URBAN จะได้รับการตอบรับที่ดีจากกลุ่มลูกค้าเนื่องจากรถมีบุคลิกและกลุ่มเป้าหมายที่ชัดเจน และแตกต่างจาก MG 4 เน้นเจาะกลุ่มลูกค้าที่ชื่นชอบเพอร์ฟอร์มานซ์เป็นหลัก

ส่วนแผนการส่งออก MG URBAN เพื่อไปทำตลาดต่างประเทศตามเป้าหมายนั้น คาดจะได้ความชัดเจนในเร็ว ๆ นี้อย่างแน่นอน