Skip to content

จุลพันธ์ เผยคำของบกระตุ้นศก. ทะลุ 4 แสนล้าน สั่งคัดเข้ม-โครงการต้องตรง 4 กลุ่ม

06 มิ.ย. 2568 | 15:45น.
จุลพันธ์ เผยคำของบกระตุ้นศก. ทะลุ 4 แสนล้าน สั่งคัดเข้ม-โครงการต้องตรง 4 กลุ่ม

จุลพันธ์เผยหน่วยงานต่าง ๆ แห่ของบฯ โครงการกระตุ้นเศรษฐกิจล้นทะลัก 4 แสนล้าน รวมกว่า 1 หมื่นโครงการ สั่งทบทวน-คัดเข้ม โครงการเข้าเงื่อนไขตรงกรอบ 4 กลุ่ม

นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยถึงการประชุมคณะกรรมการกลั่นกรองโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจ โดยมีนายพิชัย ชุณหวชิร รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังเป็นประธาน ว่า เมื่อวานนี้ (5 มิ.ย. 68) มีคำขอเสนอโครงการเข้ามามากกว่า 400,000 ล้านบาท ซึ่งผ่านการคัดกรองในเบื้องต้นแล้ว โดยคณะกรรมการได้ใช้เวลาในการพิจารณาอย่างรอบคอบ เพราะโครงการเหล่านี้มีความสำคัญ และต้องตอบโจทย์ในการกระตุ้นเศรษฐกิจอย่างแท้จริง

“ในส่วนของโครงการดิจิทัลวอลเลต แม้จะมีความคิดเห็นจากบางหน่วยงานที่ค่อนข้างเข้มงวด รัฐบาลก็พร้อมปรับเปลี่ยนวิธีดำเนินการเพื่อให้สอดคล้องกับข้อเสนอแนะต่าง ๆ ทั้งนี้ เราเลือกที่จะชะลอโครงการออกไปก่อน เพื่อให้แน่ใจว่าโครงการจะเกิดประโยชน์สูงสุดแก่ประชาชน และเกิดผลทางเศรษฐกิจอย่างเป็นรูปธรรม โดยโครงการจะต้องเร็ว โดน และได้ผล” รมช.คลังกล่าว

นายจุลพันธ์กล่าวว่า สำหรับการพิจารณาโครงการจึงต้องดูอย่างละเอียดรอบด้าน โดยเฉพาะเมื่อมีข้อเสนอมากกว่า 10,000 โครงการ ขณะที่วงเงินที่มีอยู่จริงมีเพียง 1.57 แสนล้านบาท จากยอดคำขอกว่า 400,000 ล้านบาท ทำให้คณะกรรมการต้องพิจารณาอย่างเข้มข้นและคัดเลือกโครงการที่เหมาะสมที่สุด

ซึ่งคณะกรรมการจะไม่ลงรายละเอียดโครงการทีละชิ้น แต่จะพิจารณาในภาพรวมตามประเภทและกลุ่ม เพื่อให้สามารถจัดสรรงบประมาณได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยจะเน้นโครงการ 4 กลุ่มหลัก ตามกรอบแนวคิดที่กำหนดไว้ หากโครงการใดไม่เข้าเกณฑ์ หรือยังไม่พร้อม เช่น ยังไม่ได้รับอนุญาตที่จำเป็น หรือเอกสารยังไม่ครบถ้วน ก็อาจต้องตัดออกจากการพิจารณา

โดยได้ไปมอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกลับไปทบทวนรายละเอียดของโครงการช่วงเสาร์-อาทิตย์นี้ เพื่อกลับมารายงานที่ประชุมอีกครั้งในเร็ว ๆ นี้ และสุดท้าย การอนุมัติโครงการต่าง ๆ จะต้องให้เม็ดเงินลงสู่ระบบได้เร็วที่สุด และสามารถขับเคลื่อนเศรษฐกิจได้ตามเป้าหมาย เนื่องจากมีกรอบระยะเวลาที่กำหนด เพราะจะต้องใช้เงินก่อนวันที่ 30 ก.ย. 68

นายจุลพันธ์ยืนยันว่า สาเหตุที่ยังไม่สรุปโครงการนั้น ไม่เกี่ยวข้องกับช่วงคาบเกี่ยวการปรับคณะรัฐมนตรี (ครม.) ซึ่งในเรื่องดังกล่าวนั้น เป็นหน้าที่ของนางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เป็นคนตัดสินใจ