Skip to content

แกะนัยคำพูดประธาน ‘อีซีบี’ ดัน ‘ยูโร’ ผงาดท้าทายดอลลาร์

07 มิ.ย. 2568 | 08:10น.
แกะนัยคำพูดประธาน ‘อีซีบี’ ดัน ‘ยูโร’ ผงาดท้าทายดอลลาร์
คอลัมน์ : ชีพจรเศรษฐกิจโลก
ผู้เขียน : นงนุช สิงหเดชะ

นโยบายภาษีต่างตอบโต้ของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐอเมริกา ที่สร้างความปั่นป่วนให้กับสินทรัพย์อเมริกา ทำให้นักลงทุนขาดความเชื่อมั่น ทยอยลดการถือครองดอลลาร์ ไปถือสินทรัพย์อื่นแทน ทั้งทองคำและพันธบัตรของประเทศอื่น เช่น ยุโรปและญี่ปุ่น

ประกอบกับการที่ทรัมป์พุ่งเป้าเล่นงานสหภาพยุโรป (อียู) มากเป็นพิเศษ ทั้งที่เป็นพันธมิตรเก่าแก่ ด้วยทัศนคติส่วนตัวที่ว่าสหภาพยุโรปถูกจัดตั้งขึ้นมาเพื่อทำลายสหรัฐ ทำให้ทรัมป์มีท่าทีเป็นปฏิปักษ์อย่างมากต่ออียู ทั้งด้านการค้าและความมั่นคง ดังนั้น จึงหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่อียูจะแสดงท่าทีอย่างเปิดเผยที่จะใช้โอกาสนี้เพิ่มบทบาทของตัวเองในเวทีโลก

ซีเอ็นบีซีรายงานว่า เมื่อไม่นานมานี้ “คริสติน ลาร์การ์ด” ประธานธนาคารกลางยุโรป (อีซีบี) กล่าวระหว่างการบรรยายที่สถาบันการศึกษาแห่งหนึ่งในเบอร์ลิน เยอรมนี ว่าภูมิทัศน์ด้านภูมิรัฐศาสตร์ที่กำลังเปลี่ยนแปลงในขณะนี้ เปิดโอกาสให้บรรดาผู้วางนโยบายในยุโรปเพิ่มสถานะของเงินยูโร

“ความร่วมมือพหุภาคีกำลังถูกแทนที่ด้วยแนวคิดแบบต้องมีผู้แพ้หรือชนะเท่านั้น รวมถึงแนวคิดแบบทวิภาคี ทำให้เกิดความไม่แน่นอนในพื้นฐานของเงินดอลลาร์สหรัฐที่มีบทบาทครอบงำโลก ดังนั้น มันอาจเปิดประตูแห่งโอกาสสำหรับเงินยูโรในการเพิ่มบทบาทระหว่างประเทศ”

หากต้องการเพิ่มบทบาทของยูโร สามารถทำได้ด้วยการใช้นโยบายผสมผสานอย่างถูกต้อง ประการแรก ยุโรปต้องมีรากฐานที่แข็งแกร่ง น่าเชื่อถือด้านภูมิรัฐศาสตร์ ด้วยการรักษาพันธสัญญาที่จะคงไว้ซึ่งการค้าแบบเปิด และมีความแข็งแกร่งด้านความมั่นคง เพื่อเป็นสิ่งค้ำยันความปลอดภัยให้กับระบบการค้าแบบเปิดนั้น

“นั่นเป็นเพราะนักลงทุน โดยเฉพาะนักลงทุนอย่างเป็นทางการ มักจะแสวงหาการรับประกันความปลอดภัยด้านภูมิรัฐศาสตร์ กล่าวคือพวกเขาอยากจะลงทุนในสินทรัพย์ของภูมิภาคที่เชื่อถือได้ด้านความมั่นคง และสามารถปกป้องพันธมิตรได้ด้วยอำนาจแข็ง (Hard Power-อำนาจทางเศรษฐกิจ ทหาร หรือกำลังอื่น ๆ)”

ประการที่สอง ยุโรปต้องเสริมความแข็งแกร่งด้านรากฐานเศรษฐกิจ เพื่อให้เป็นจุดหมายปลายทางอันดับต้น ๆ สำหรับทุนโลก ซึ่งสามารถทำได้ด้วยการทำให้ตลาดทุนมีความลึกและมีสภาพคล่องมากขึ้น ประการที่สาม ต้องเพิ่มความเข้มแข็งด้านกฎหมาย ด้วยการรักษาหลักนิติรัฐ รวมถึงการมีเอกภาพทางการเมือง เพื่อจะสามารถต่อต้านแรงกดดันจากภายนอก

ประธานอีซีบีระบุว่า หากเงินยูโรมีสถานะเพิ่มขึ้นในแง่ของการเป็นทุนสำรองระหว่างประเทศ จะนำผลประโยชน์มหาศาลมาสู่ยุโรป ทั้งการสามารถกู้ยืมด้วยต้นทุนที่ต่ำ ปกป้องยุโรปจากความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน ปกป้องจากการถูกแซงก์ชั่น หรือมาตรการบีบบังคับอื่น ๆ จากภายนอกประเทศ กล่าวอย่างสั้น ๆ มันจะช่วยให้ยุโรปควบคุมชะตากรรมของตัวเองได้

ขณะเดียวกัน ควรทำให้เงินยูโรเป็นทางเลือกของนักธุรกิจสำหรับการค้าขายระหว่างประเทศ ซึ่งสามารถทำได้ด้วยการทำข้อตกลงการค้าใหม่ ๆ กับต่างประเทศ ขยายการชำระเงินข้ามแดน ทำข้อตกลงด้านสภาพคล่องกับอีซีบี อย่างไรก็ตาม การปฏิรูปเศรษฐกิจภายในของยุโรปอาจเป็นเรื่องรีบด่วนกว่า เพราะตลาดทุนของ “ยูโรโซน” (สมาชิกสหภาพยุโรปที่ใช้เงินยูโร) ยังคงกระจัดกระจาย ไม่มีประสิทธิภาพ และขาดสภาพคล่องที่แท้จริง หากยูโรโซนสามารถเสนอสินทรัพย์ปลอดภัยที่หลากหลาย ก็จะดึงดูดนักลงทุนได้

นอกจากนี้ เธอระบุว่า “การกู้ร่วม” จะปูรากฐานให้กับยุโรปในการค่อย ๆ เพิ่มปริมาณสินทรัพย์ที่ปลอดภัยให้กับนักลงทุน หากทำสำเร็จ ผลประโยชน์จะใหญ่หลวง เมื่อมีการลงทุนไหลเข้ามาในยุโรป จะช่วยให้ผู้เล่นในยุโรปสามารถกู้เงินด้วยต้นทุนที่ต่ำ ช่วยปกป้องยุโรปจากการเปลี่ยนแปลงของอัตราแลกเปลี่ยน

คำกล่าวของประธานอีซีบี ที่แสดงให้เห็นถึงความทะเยอทะยานที่จะให้ยูโรมีบทบาทมากขึ้นในเวทีโลก ย่อมหนีไม่พ้นที่จะถูกมองว่าดอลลาร์สหรัฐกำลังถูกท้าทาย แต่โอกาสและความเป็นไปได้จะมากน้อยแค่ไหน บรรดานักวิเคราะห์มีความเห็นแตกต่างกันไป อย่างเช่น จอร์จ บัคลีย์ หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ของโนมูระ บอกว่ามีความเป็นไปได้ในระดับหนึ่ง เนื่องจากนักลงทุนกระจายความเสี่ยงไปจากเงินดอลลาร์

บัคลีย์ระบุว่า ดอลลาร์ยังคงเป็นสกุลเงินอันดับหนึ่งของโลก ในแง่ที่ถูกถือเป็นทุนสำรองระหว่างประเทศ ตามมาด้วยยูโร ซึ่งยังห่างจากดอลลาร์มาก แต่ขณะนี้เงินยูโรกำลังมีโมเมนตัมเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งเป็นผลจากสิ่งต่าง ๆ ที่กำลังเกิดขึ้นในสหรัฐ หากนักลงทุนต้องการสับเปลี่ยนการลงทุนนอกเหนือจากดอลลาร์ ก็แน่นอนว่ายูโรเป็นทางเลือกที่เห็นชัด เพราะเป็นกลุ่มการค้าขนาดใหญ่ เชื่อว่าภายในสิ้นปี 2025 ค่าเงินยูโรเทียบดอลลาร์จะแข็งค่าขึ้นไปอยู่ที่ 1 ยูโร ต่อ 1.20 ดอลลาร์สหรัฐ

ส่วน อารอน ฮิลล์ หัวหน้าฝ่ายวิเคราะห์ตลาดของ FP Markets ชี้ว่า อิทธิพลของดอลลาร์ยัง “น่าเกรงขาม” เพราะแม้ว่าสหภาพยุโรปจะมีน้ำหนักทางเศรษฐกิจมาก แต่ก็มีอุปสรรคใหญ่ เพราะประเทศสมาชิกยังไม่มีเอกภาพด้านการเมือง นอกจากนั้น ยังต้องพึ่งพาด้านความมั่นคงจากสหรัฐ ทำให้อิทธิพลระดับโลกยังจำกัด และข้อจำกัดของเงินยูโรจะยังไม่หายไปในเร็ววันนี้

เช่นเดียวกับ จอห์น พลาสซาร์ด ผู้เชี่ยวชาญการลงทุนของ Mirabaud Group ที่เห็นว่ายูโรยังไม่สามารถแข่งขันกับดอลลาร์สหรัฐได้ในขณะนี้ เพราะดอลลาร์ยังเป็นสกุลเงินที่ธนาคารกลางต่าง ๆ ทั่วโลกถือเป็นทุนสำรองระหว่างประเทศเกือบ 60%

สำหรับบทบาทของดอลลาร์ในระดับโลกนั้น ลดลงมาหลายปี ปัจจุบันมีสัดส่วนเกือบ 60% ของทุนสำรองระหว่างประเทศทั่วโลก ต่ำสุดในรอบหลายสิบปี อย่างไรก็ตาม ยังสูงกว่ายูโรที่มีสัดส่วนประมาณ 20% ส่วนดัชนีค่าเงินดอลลาร์ปรับตัวลงมากกว่า 8% ตั้งแต่ต้นปีนี้