Skip to content

HSBC เปิดบทวิจัย การวางมือ-ส่งต่อ ธุรกิจครอบครัวในเอเชีย

13 มิ.ย. 2568 | 09:00น.
HSBC เปิดบทวิจัย การวางมือ-ส่งต่อ ธุรกิจครอบครัวในเอเชีย

เอชเอสบีซี โกลบอล ไพรเวท แบงค์กิ้ง (HSBC Global Private Banking) เปิดเผยรายงานฉบับใหม่ในหัวข้อ “ธุรกิจครอบครัวในเอเชีย : ความสอดคล้องในการวางแผนสืบทอดธุรกิจ” ซึ่งวิเคราะห์ความพร้อมของเจ้าของธุรกิจครอบครัวในเอเชียในการสืบทอดธุรกิจและการบริหารจัดการความมั่งคั่งในอนาคต

พบว่า เจ้าของธุรกิจครอบครัวในเอเชียให้ความสำคัญกับการส่งต่อมรดกและรักษาความมั่งคั่งไว้ให้กับทายาทรุ่นหลัง แต่อย่างไรก็ตาม มีเพียงจำนวนน้อยเท่านั้นที่ได้เตรียมแผนการสืบทอดธุรกิจในครอบครัวอย่างจริงจัง โดยเฉพาะกลุ่มที่เป็นเจ้าของธุรกิจรุ่นที่ 2 หรือ 3 ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความแตกต่างที่เห็นได้ชัดระหว่างความตั้งใจและการลงมือวางแผนส่งต่อธุรกิจไปยังทายาทจากรุ่นสู่รุ่นอย่างเป็นรูปธรรมเมื่อเทียบกับเจ้าของธุรกิจครอบครัวในตลาดฝั่งตะวันตก

ทั้งนี้ เจ้าของธุรกิจครอบครัวถึง 78% ทั่วโลกยังต้องการรักษาธุรกิจไว้ในครอบครัว แต่ก็มีกว่า 52% ที่ยังไม่มีแผนสำหรับอนาคต โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ประกอบการในเอเชีย ซึ่งประมาณ 2 ใน 3 ของผู้ตอบแบบสอบถามจากจีนแผ่นดินใหญ่ ฮ่องกง และไต้หวัน ยังไม่มีแผนการในอนาคตว่าจะบริหารธุรกิจต่อจากรุ่นของตนอย่างไร

โดยความแตกต่างที่สำคัญของแรงจูงใจและแนวทางทางเลือกในการสืบทอดธุรกิจที่เจ้าของธุรกิจครอบครัวในแต่ละประเทศ ได้แก่ อินเดีย มีสัดส่วนผู้ประกอบการที่ตั้งใจส่งต่อธุรกิจให้สมาชิกในครอบครัวมากที่สุดถึง 79% ซึ่งใกล้เคียงกับสหราชอาณาจักร (77%) และสวิตเซอร์แลนด์ (76%) ในขณะที่ผู้ประกอบการในฮ่องกงมีความตั้งใจในลักษณะเดียวกันน้อยกว่าเกือบครึ่งหนึ่ง (44%)

ขณะที่จีนแผ่นดินใหญ่มี 56% และไต้หวันมี 61%

เจ้าของธุรกิจครอบครัวในจีนแผ่นดินใหญ่ (25%) ฮ่องกง (29%) ไต้หวัน (27%) และสิงคโปร์ (22%) มีความสนใจในทางเลือกที่จะขายธุรกิจออกไปเพื่อยุติบทบาทการบริหารธุรกิจมากที่สุดเมื่อเปรียบเทียบกับเจ้าของธุรกิจครอบครัวใน 10 ตลาดที่ได้มีการสำรวจ ทั้งนี้ สำหรับเจ้าของธุรกิจครอบครัวในทั่วโลกนั้น กลุ่มธุรกิจที่นิยมขายธุรกิจเพื่อส่งต่อความมั่งคั่งไปยังทายาทสูงสุด คือ ธุรกิจอิเล็กทรอนิกส์ (21%) ซึ่งเอเชียครองสัดส่วนเกือบ 2 ใน 3 ของการส่งออกธุรกิจอิเล็กทรอนิกส์ทั่วโลก

ความต้องการในการขายธุรกิจของครอบครัวที่แตกต่างกัน อาจเกี่ยวเนื่องกับประสบการณ์ตรงและแรงจูงใจของผู้ตอบแบบสอบถามที่สืบทอดธุรกิจของครอบครัว โดยจากผลสำรวจในกลุ่มเจ้าของธุรกิจรุ่นที่ 2 หรือ 3 พบว่าเกือบ 60% ของผู้ตอบแบบสอบถามในจีนแผ่นดินใหญ่ รู้สึกว่าตนมีหน้าที่รับผิดชอบในการสืบทอดธุรกิจครอบครัว ในขณะที่ในอินเดียมีเพียง 7% เท่านั้น

ถึงแม้ว่าครอบครัวในเอเชียจะมีการวางแผนการสืบทอดธุรกิจน้อยกว่าภูมิภาคอื่นในโลก แต่กลับตระหนักถึงความจำเป็นในการวางแผนจัดการความมั่งคั่งอย่างเป็นระบบมากขึ้น โดยธุรกิจครอบครัวมีบทบาทสำคัญต่อเศรษฐกิจในเอเชีย

โดยเฉพาะในอินเดียซึ่งมีสัดส่วนสูงถึง 79% ของ GDP ซึ่งนับว่าสูงเป็นอันดับต้น ๆ ของโลก และจีนแผ่นดินใหญ่ที่ประมาณ 50% ของ GDP ทำให้ธุรกิจครอบครัวมีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนภาคเอกชน

นางอีดิธ อัง หัวหน้าฝ่ายที่ปรึกษาด้านธุรกิจครอบครัว สายงานโกลบอล ไพรเวท แบงค์กิ้ง ประจำภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก ธนาคารเอชเอสบีซี กล่าวว่า การเริ่มต้นพูดคุยเรื่องการสืบทอดธุรกิจตั้งแต่เนิ่น ๆ จะช่วยให้ครอบครัวสามารถสร้างความเข้าใจร่วมกันได้ชัดเจนยิ่งขึ้น และเปิดโอกาสให้ที่ปรึกษาทางธุรกิจทำงานร่วมกับครอบครัวได้อย่างใกล้ชิด ทำให้ทุกคนจะมีเวลาที่จะเรียนรู้ และเตรียมพร้อมสำหรับการเปลี่ยนผ่านอย่างราบรื่น