แม้รัฐบาลจะให้ความสำคัญกับการท่องเที่ยวในฐานะเครื่องยนต์เศรษฐกิจหลัก แต่ปัจจัยที่ภาคเอกชนยังเป็นความกังวลคือ ความล่าช้าเชิงนโยบาย ความไม่แน่นอนด้านเศรษฐกิจและภูมิรัฐศาสตร์โลก การแข่งขันรุนแรงจากประเทศคู่แข่ง รวมถึงภาพลักษณ์ด้านความปลอดภัยและความเชื่อมั่นนักท่องเที่ยว
“ชัย อรุณานนท์ชัย” ประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (สทท.) บอกว่า ประเทศไทยกำลังอยู่ในจุดเปลี่ยนสำคัญของอุตสาหกรรมท่องเที่ยว สิ่งที่ภาคเอกชนต้องการมากที่สุดคือ ความชัดเจน และความต่อเนื่องของนโยบายภาครัฐ โดยประเด็นที่ สทท.ได้นำเสนอรัฐบาลไปเมื่อ 15 พฤษภาคมที่ผ่านมาในงาน “ผู้ประกอบการพูด รัฐบาลฟัง” ณ ทำเนียบรัฐบาล
ประกอบด้วย 1.เรื่องเร่งด่วนที่ต้องรีบดำเนินการ คือ การฟื้นความเชื่อมั่นด้านความปลอดภัยและภาพลักษณ์ประเทศไทย การกระตุ้นตลาดนักท่องเที่ยวคุณภาพและเพิ่มรายได้ต่อหัวโดยเร่งออกมาตรการร่วมรัฐ-เอกชน เพื่อดึงนักท่องเที่ยวคุณภาพสูง
ปรับปรุง Visa Facilitation และสิทธิประโยชน์ภาษีด้านท่องเที่ยว รวมถึงสนับสนุนเที่ยวบินตรง Co-Marketing กับสายการบินและ OTA ระดับโลก เพื่อเพิ่มรายได้ต่อหัวมากกว่าการแข่งขันเชิงปริมาณ รวมถึงเร่งลงทุนโครงสร้างพื้นฐานท่องเที่ยวและเชื่อมโยงเมืองรอง
2.วางรากฐานยุทธศาสตร์ภายใน 4 ปี โดยมองว่ารัฐบาลควรเปลี่ยนประเทศไทยจาก “Tourism Destination” สู่ “Tourism Economy” ยกระดับการท่องเที่ยวให้เป็นเครื่องยนต์เศรษฐกิจหลักเชื่อม Soft Power, Creative Economy, Wellness, Sports, Entertainment, Food Economy, MICE, Green Economy
การสร้าง National Tourism Data Platform รวบรวมข้อมูล นักท่องเที่ยว พฤติกรรมการใช้จ่าย, Mobility Data ข้อมูลการเดินทาง, Airline Intelligence ข้อมูลเชิงลึกของสายการบิน ฯลฯ การพัฒนาแรงงานท่องเที่ยวแห่งอนาคต เช่น Upskill/Reskill ด้านภาษา, AI & Digital Tourism ฯลฯ รวมถึงการสร้าง Tourism Academy ระดับประเทศ
การผลักดัน Thailand Sustainable Tourism Model สร้างมาตรฐาน Green Tourism ระดับประเทศ เพื่อให้ไทยแข่งขันได้ในตลาดยุโรปและนักท่องเที่ยวคุณภาพสูงในอนาคต และปฏิรูประบบบริหารจัดการท่องเที่ยวแบบ Single Command โดยเสนอจัดตั้ง “War Room ด้านการท่องเที่ยวแห่งชาติ”
และ 3.สิ่งที่ต้องยุติ (Policy Exit) ประกอบด้วย การยุติระบบราชการที่ล่าช้า และการอนุมัติหลายขั้นตอน เช่น การอนุญาตจัดกิจกรรม, การถ่ายทำภาพยนตร์, Event & Festival Licensing, การขอใช้พื้นที่ราชการ เพื่อเพิ่มโอกาสจากขั้นตอนที่ซับซ้อน รวมถึงยุตินโยบาย “แข่งขันด้านราคาถูก” มุ่งสู่คุณภาพ รายได้ ความยั่งยืน และ Value Creation
สอดคล้องกับ “เทียนประสิทธิ์ ไชยภัทรานันท์” นายกสมาคมโรงแรมไทย (THA) ที่เสนอให้รัฐบาลสนับสนุนเที่ยวบินเช่าเหมาลำ (Charter Flight) ในหลายเส้นทาง เพื่อให้การเดินทางมาเมืองไทยมีค่าใช้จ่ายถูกลง และแก้ปัญหาจากการยกเลิกเที่ยวบินของสายการบินต่าง ๆ การสนับสนุนโครงการ Co Payment สำหรับการท่องเที่ยวภายในประเทศ
นอกจากนี้ยังระบุว่า มาตรการฟรีวีซ่าสำหรับการท่องเที่ยวยังมีความจำเป็น แต่ควรพิจารณาประเทศที่มีศักยภาพ ไม่จำเป็นต้องใช้นโยบายเดียวกันครอบคลุมทั้ง 93 ประเทศ เช่น จำนวนวันพำนักในประเทศไทย และจำนวนครั้งต่อปี ฯลฯ
และสนับสนุนให้มีการสร้างแพลตฟอร์มสำหรับการจองห้องพักของคนไทยกับโรงแรมที่มีใบอนุญาตถูกต้อง เพื่อให้มีการคิดค่าการตลาดถูกกว่า OTA ต่างชาติ เพื่อให้นักท่องเที่ยวจ่ายค่าห้องพักถูกลง และออกกฎหมายควบคุมโอทีเอต่างชาติ ให้มีการจ่ายภาษีค่าการตลาดให้กับรัฐ และพิจารณากำหนดค่าคอมมิชชั่นให้เป็นธรรม ซึ่งปัจจุบันสูงมาก
นอกจากนี้ยังควรมีการพัฒนาโครงข่ายคมนาคมเพื่อสนับสนุนให้การท่องเที่ยวกระจายไปยังเมืองรอง สนับสนุนให้มีการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวใหม่ ควบคุมไม่ให้มีการสูบกัญชาในที่สาธารณะจะกระทบ Repeated Guest
รวมถึงการหาเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำให้โรงแรมขนาดกลางและขนาดเล็ก เพื่อปรับปรุงโรงแรม และประหยัดพลังงาน
ทั้งนี้ เพื่อสนับสนุนให้ประเทศไทยก้าวขึ้นเป็น Tourism Hub ของเอเชียได้อย่างแท้จริง