Endgame
คอลัมน์ : Politics policy people forum
เหมือนระเบิดปรมาณูลงใจกลางรัฐบาล เมื่อมีคลิปเสียงสนทนาระหว่าง แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี กับสมเด็จฮุน เซน
แรงกระแทกทางการเมืองรุนแรงจนกระทั่งบีบให้นายกฯลาออก หรือยุบสภา
คนการเมืองนอกพรรคเพื่อไทย มองว่าผลทางการเมืองเรื่องนี้ รุนแรงกว่านิรโทษกรรมสุดซอย เมื่อ 11 ปีก่อน
ขณะที่คนในพรรคเพื่อไทย มองในแง่บวกว่า ยังพอมีทางออก ฝ่ายไทยยังไม่ได้เสียหาย ไม่ได้เสียดินแดน ไม่ได้เสียเปรียบฝ่ายกัมพูชา
เพียงแค่จัดการอารมณ์ของประชาชนให้เข้าที่เข้าทาง บรรเทาสถานการณ์ที่ร้อนแทบเดือด ให้เบาลง
จึงเป็นที่มาของภาพ แพทองธาร ออกมาแถลงอย่างเป็นทางการ
“ต้องขออภัยพี่น้องประชาชนที่ทำให้เกิดความไม่สบายใจ และดิฉันมีโอกาสได้คุยกับทางแม่ทัพภาคที่ 2 และกองทัพ ได้อธิบายถึงเจตนาว่าเป็นเพียงเทคนิคของการสื่อสารที่จะเจรจาต่อไปว่าเราจะต้องแสดงความเข้าใจเพื่อคุยในรายละเอียดต่อไป เพื่อให้การปะทะหยุดลง ซึ่งเป็นความตั้งใจที่แท้จริง ที่ต้องการให้สถานการณ์สงบสุข และไม่ทราบว่าจะมีการอัดคลิปและเผยแพร่แบบนี้ โดยทำความเข้าใจกับกองทัพเรียบร้อยแล้ว ซึ่งกองทัพรับฟัง วันนี้เราต้องร่วมมือกันเพื่อที่จะผนึกกำลังเอาไว้เช่นกัน”
ชิงเช็กแถวทหาร
รัฐบาลพยายามจัดการสถานการณ์ในช่วงที่สั่นคลอนที่สุด นายกฯได้เรียกหน่วยงานความมั่นคง ทั้งหมดเข้าหารือที่ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล นำโดย ภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกฯ และ รมว.กลาโหม มาริษ เสงี่ยมพงษ์ รมว.การต่างประเทศ พล.อ.ณัฐพล นาคพาณิชย์ รมช.กลาโหม
พล.อ.ทรงวิทย์ หนุนภักดี ผบ.สส. พล.อ.พนา แคล้วปลอดทุกข์ ผบ.ทบ. พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร. พล.อ.ธราพงษ์ มะละคำ รองปลัดกระทรวงกลาโหม พล.ร.อ.ไพโรจน์ เฟื่องจันทร์ เสนาธิการทหารเรือ พล.อ.อ.วชิระพล เมืองน้อย เสนาธิการทหารอากาศ
เพราะพรรคเครือข่ายทักษิณ เคยมีประวัติเลวร้ายทางการเมือง ถูกรัฐประหารมาแล้ว 2 ครั้ง ในยุครัฐบาลทักษิณ 2 คือพรรคไทยรักไทย และพรรคเพื่อไทย ในยุครัฐบาลยิ่งลักษณ์ ชินวัตร
ดังนั้น ช่วงที่เปราะบางที่สุดเวลานี้ “แพทองธาร” จึงเรียกหน่วยความมั่นคง กองทัพบก เรือ อากาศ ตำรวจ เข้าทำเนียบรัฐบาล
ก่อนเป็นภาพยืนเรียงแถวเป็นวอลเปเปอร์ ขณะที่ “แพทองธาร” แถลงขออภัย “รัฐบาลไทยกับกองทัพก็ขอแสดงความรับผิดชอบในเรื่องการปกป้องอธิปไตยที่เรากำลังดูแลร่วมกัน และขอยืนยันอีกครั้งว่า รัฐบาลกับกองทัพเป็นหนึ่งเดียวกัน ฉะนั้นอยากให้ประชาชนเป็นหนึ่งเดียวกับเราด้วย เพื่อที่จะสามัคคีเอาไว้ในชาติ ปกป้องอธิปไตยของเราไว้”
“และเวลานี้ไม่ใช่เวลาที่เราจะต้องมาสู้กันเอง สิ่งที่เกิดขึ้น ดิฉันต้องขออภัยในความไม่ทราบจริง ๆ ว่ามีการอัดคลิปแบบนี้เกิดขึ้น ฉะนั้นเรื่องนี้ตนรับทราบดี และต่อจากนี้ก็จะระวังในเรื่องการพูดคุยให้มากขึ้น และจากการที่พูดคุยกับกองทัพมั่นใจอย่างหนึ่งว่า ถ้าเรารวมกันเป็นหนึ่ง สามัคคีกัน เราจะสามารถผ่านวิกฤตนี้ไปด้วยกันอย่างแข็งแรงได้”
ดิ้นหนี Endgame
อีกด้านหนึ่ง พรรคเพื่อไทย โดยประเสริฐ จันทรรวงทอง รองนายกฯและ รมว.ดีอี ตั้งโต๊ะแถลงตอบโต้กัมพูชาปมคลิปเสียง พร้อมฉายข้อมูลว่า กัมพูชาเป็นศูนย์กลางของอาชญากรรมคอลเซ็นเตอร์ โยงถึงชนชั้นปกครอง
ขณะที่ นพดล ปัทมะ อดีต รมว.การต่างประเทศ ออกมาขอความเป็นธรรมให้นายกฯ เนื่องจากเป็นการกระทำที่ปกป้องผลประโยชน์ชาติ ขอให้โอกาสนายกฯพิสูจน์ตัวเอง เช่นเดียวกับกระทรวงการต่างประเทศ เรียกทูตกัมพูชาประจำประเทศไทย รับหนังสือประท้วงจากรัฐบาลไทย
คนในรัฐบาล คนในพรรค เดินหน้าชี้แจง เพื่อไม่ให้ถูกต้อนจน Endgame
นิติสงครามถอดถอน อิ๊งค์
อย่างไรก็ตาม ในแง่ของความเป็นรัฐบาลหลังจากถูกระเบิดปรมาณูการเมืองทำลายล้าง ยังอยู่ในสภาวะสั่นคลอนอย่างหนัก จากเดิมที่อยู่ในสถานะเป็นผู้ “ไล่ต้อน” พรรคภูมิใจไทยเข้ามุมอับจากเกมยึดกระทรวงมหาดไทย พร้อมกับบีบให้พรรคภูมิใจไทยกลายเป็นฝ่ายค้าน ขณะที่พรรคภูมิใจไทย ยอมแตกหัก
แต่พลันที่คลิปเสียงหลุด พรรคภูมิใจไทย พลิกเกม ถอนตัวร่วมรัฐบาลทันที ทั้ง 2 จังหวะชี้เป็นชี้ตาย เกิดขึ้นในจังหวะด้ายเข้าเข็ม พอเหมาะพอเจาะ
หนทางข้างหน้า แม้รัฐบาลลากสถานการณ์ไปต่อก็ลำบาก เพราะพรรคภูมิใจไทย กุมความได้เปรียบในโครงสร้างการเมือง
สว.สีน้ำเงิน ที่ถูกฝ่ายสีแดงไล่ต้อนก่อนหน้านี้ ได้จังหวะที่นายกฯเพลี่ยงพล้ำ เคลื่อนเกมยื่นถอดถอนนายกฯ ออกจากตำแหน่ง ต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) และศาลรัฐธรรมนูญ
เนื่องจากขาดคุณสมบัติและมีลักษณะต้องห้ามตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 160 ไม่ซื่อสัตย์สุจริต และขัดมาตรฐานจริยธรรมร้ายแรง
อีกคดีที่คนในพรรคเพื่อไทย ยอมรับว่าน่าห่วง คือ กรณีที่ ป.ป.ช. ได้มีมติรับเรื่องให้ไต่สวนกรณีทุจริตแผนการใช้งบประมาณโครงการ งบประมาณโครงการบริหารจัดการน้ำเพื่อรับมือภัยแล้งและฝนทิ้งช่วงปี 2568 วงเงินกว่า 5.1 หมื่นล้าน ถูกมองว่าเป็นการจัดงบฯลงพื้นที่ สส.พรรคเพื่อไทย คนละ 50 ล้าน จนสำนักงบประมาณต้องสั่งเบรก
รวมถึงคดีอันตรายถึงโครงสร้างอำนาจเพื่อไทย กรณีที่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองไต่สวนคดี ชั้น 14 และคดี ม.112
ฮั้ว สว.ระทึกสีน้ำเงิน
ขณะที่ฝ่ายสีน้ำเงิน ยังชุลมุนอยู่กับคดีฮั้ว สว. ที่เดินทางใกล้ถึงจุดจบ แกนนำคนสำคัญอย่าง เนวิน ชิดชอบ-อนุทิน ชาญวีรกูล และแกนนำ กรรมการบริหารพรรคถูกเรียกชี้แจงเกือบยกแผง ข้อหาของคนระดับบน คือ “ล้มล้างการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข” โทษสถานเดียวคือ “ยุบพรรค” แต่ยังต้องผ่านการพิจารณาจากคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ชุดใหญ่ งานนี้ต้องมี “เหยื่อ” สังเวย แต่จะมากหรือน้อย หรือใหญ่แค่ไหน ต้องดูอีกชอตหลังจากเกมพลิก
ขณะที่ปมที่ดินเขากระโดง ของตระกูลชิดชอบ ก็ยังไม่จบสิ้นสะเด็ดน้ำ เมื่อกระทรวงมหาดไทย ที่กำกับดูแลกรมที่ดิน พ้นมือจากพรรคภูมิใจไทย อาจเป็นหนึ่งในปมที่ฝ่ายสีแดงเล่นงาน
เนวิน-อนุทิน เคย Endgame เพื่อไทย ไปตั้งพรรคภูมิใจไทยเมื่อ 16 ปีก่อน
วันนี้ รัฐบาลเพื่อไทย Endgame ภูมิใจไทยไปเป็นฝ่ายค้าน
Endgame รัฐบาลแพทองธาร 1 ฝ่าด่านขึ้นซีซันใหม่