เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ดูทั้งหมด

นายกฯ ชู 3 แนวทางอัพสปีด ‘เอไอ’ เร่งลงทุนโครงสร้าง-คน 5 แสนล้าน

25 มิ.ย. 2568 | 11:37น.

นายกฯ เปิดประชุม the 3rd UNESCO Global Forum on the Ethics of AI 2025 กำหนดมาตรฐานเอไอที่ดี เสริมขีดการแข่งขัน พร้อมชูสามแนวทางพัฒนาเอไอในประเทศ และแผนลงทุนโครงสร้างพื้นฐานเอไอ 5 แสนล้านบาท

นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี กล่าวสุนทรพจน์เนื่องในการเปิดประชุม the 3rd UNESCO Global Forum on the Ethics of AI 2025 ซึ่งประเทศไทยเป็นเจ้าภาพ ระหว่างวันที่ 24-27 มิ.ย. 2569 เวทีนี้รวบรวมผู้นำและผู้เชี่ยวชาญจาก 104 ประเทศทั่วโลก ว่า “AI ไม่ใช่อนาคตอีกต่อไป แต่เป็นพลังที่กำหนดรูปแบบปัจจุบันของเรา” เธอย้ำว่าประเทศไทยพร้อมที่จะเป็นผู้นำในการทำให้ AI กลายเป็นพลังสำคัญที่ดี ซึ่งเป็นประโยชน์ต่อทุกคนและไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง

แพทองธาร ชินวัตร
แพทองธาร ชินวัตร

นายกรัฐมนตรีได้กำหนดแนวทาง 3 แนวทางสำหรับอนาคตของ AI ในประเทศไทย ประการแรก เน้นย้ำถึงความสำคัญของการเพิ่มมูลค่าเศรษฐกิจจาก AI เช่น ช่วยให้เกษตรกรใช้น้ำได้อย่างมีประสิทธิภาพ ช่วยให้แพทย์ตรวจพบโรคได้เร็วขึ้น และทำให้ครูสามารถให้การเรียนรู้ที่ปรับให้เหมาะสมกับแต่ละบุคคลได้

ประการที่สอง บังคับใช้การกำกับดูแลที่เข้มงวดเพื่อป้องกันการใช้ AI อย่างไม่เหมาะสม โดยเฉพาะในการเผยแพร่ข้อมูลเท็จ Deepfake และเนื้อหาที่สร้างขึ้นมาเพื่อบ่อนทำลายความเชื่อมั่นของสาธารณะ

ประการที่สาม เน้นย้ำถึงความจำเป็นในการให้มนุษย์เป็นศูนย์กลางของการเปลี่ยนผ่าน AI

แม้ว่าเอไออาจเข้ามามีบทบาทในงาน แต่ต้องถูกใช้เพื่อสนับสนุนคนงาน ไม่ใช่เพื่อทดแทนพวกเขา และเรียกร้องให้ทุกภาคส่วนลงทุนในการปรับปรุงทักษะและปกป้องศักดิ์ศรีของแรงงานมนุษย์

ประเทศไทยยังผลักดันยุทธศาสตร์ AI ระดับชาติผ่านคณะกรรมการ AI ระดับชาติ เป้าหมายของรัฐบาลคือการใช้ AI เป็นเครื่องยนต์ที่เปลี่ยนแปลงการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม โดยมุ่งเน้นความโปร่งใส ความรับผิดชอบ และพื้นฐานจริยธรรมที่แข็งแกร่ง ภายในปี 2027 ประเทศมีเป้าหมายที่จะสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจอย่างน้อย 4 พันล้านบาท ผ่านโครงการที่เกี่ยวข้องกับ AI

ส่วนหนึ่งที่สำคัญของแผนนี้คือ เพื่อให้แน่ใจว่าธุรกิจขนาดเล็กและขนาดกลางสามารถเข้าถึงและใช้เครื่องมือ AI ได้อย่างมีประสิทธิภาพ การทำเช่นนี้จะช่วยลดต้นทุนการดำเนินงาน เพิ่มผลผลิต และเพิ่มความสามารถในการแข่งขันในตลาดโลก

ด้านนายประเสริฐ จันทรรวงทอง รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) กล่าวเสริมว่า ในฐานะเจ้าภาพของฟอรั่มยูเนสโกโลกครั้งที่ 3 เรื่องจริยธรรมของ AI 2025 การจัดงานนี้นำไปสู่การยกระดับขีดการแข่งขันของประเทศ ทั้งแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ ในเวทีย่อยต่าง ๆ

“เรามีการร่วมมือกับ UNESCO จัดตั้งศูนย์ AI Practice เพื่อเพิ่มขีดความสามารถแข่งขันเอไอ ให้ความรู้ ลดความเหลื่อมล้ำ ศูนย์กลางภูมิภาค ให้ประเทศอื่น ๆ เข้ามามีส่วนร่วม”

เราไปประกาศสร้างคนด้านเอไอเพิ่มเติมอีกกว่าแสนคนในปีนี้ เทรนด์หน่วยงาน การลงทุนโครงสร้างพื้นฐานปัญญาประดิษฐ์ เพื่อให้สอดคล้องสถานการณ์เอไอที่เปลี่ยนไป ตามแนวทางของคณะกรรมการปัญญาประดิษฐแห่งชาติ ซึ่งมีแผนการลงทุนสอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติ พ.ศ. 2568-2570 วงเงินลงทุน 15.4 พันล้านเหรียญสหรัฐ หรือราว 5 แสนล้านบาท (การลงทุนจากภาคเอกชนในโครงสร้างพื้นฐาน เช่น ดาต้าเซ็นเตอร์ คลาวด์ และอื่น ๆ)

งานนี้สุดท้ายที่เราจะได้รับคือ มาตรฐานสำหรับการกำกับดูแล เพื่อให้เอไอที่มีมาตฐาน มีความปลอดภัย สร้างความเชื่อมั่นให้เศรษฐกิจและสังคม นำไปสู่การยกขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ

รองนายกฯ เน้นย้ำว่า แม้จะมีการเปลี่ยนแปลงรัฐมนตรี การขับเคลื่อนงานด้านเอไอ สามารถขับเคลื่อนได้ปกติ ไม่มีอุปสรรคในตอนนี้ ด้วยมีแผน มีคณะกรรมการขับเคลื่อนอยู่แล้ว

นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรีได้จัดการประชุมทวิภาคีกับนางออเดรย์ อาซูลาย ผู้อำนวยการใหญ่ของยูเนสโก ในการประชุมนั้นทั้งสองฝ่ายตกลงที่จะตั้ง AIGPC (ศูนย์ธรรมาภิบาลปัญญาประดิษฐ์) เพื่อดำเนินการตามข้อเสนอแนะของยูเนสโกเกี่ยวกับจริยธรรมของ AI ความร่วมมือนี้จะเพิ่มศักยภาพของประเทศในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิกในการนำแนวทาง AI ที่มีจริยธรรมมาใช้

ขณะเดียวกัน ยังเพิ่มความสามารถในการตอบสนองต่อภัยคุกคามที่เกิดขึ้นใหม่ เช่น การฉ้อโกงที่เกิดจาก AI การให้ข้อมูลที่ผิดพลาด และการหลอกลวงออนไลน์

ศูนย์ธรรมาภิบาลปัญญาประดิษฐ์ (AIGPC) จะเป็นศูนย์กลางระดับภูมิภาคสำหรับการพัฒนาศักยภาพ โปรแกรมการรับรอง และศูนย์วิจัยและความรู้ที่เกี่ยวข้องกับ AI

แท็กที่เกี่ยวข้อง

AI (เอไอ) แพทองธาร ชินวัตร