ภูมิธรรมเข้าอำลากระทรวงกลาโหม ทิ้งทวนเซ็นเรือดำน้ำ รอบรรจุวาระเข้า ครม. ชี้เครื่องบินกริพเพนรอคนใหม่ บอกเว้นวรรค ‘รมว.กลาโหม’ รอคนเหมาะสม
เวลา 09.00 น. นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เดินทางมายังศาลาว่าการกระทรวงกลาโหม เพื่อสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำกระทรวงทั้ง 7 จุด เช่น อารักขเทวสถาน เจ้าพ่อหอกลอง พระบรมรูปหล่อสมเด็จพระนเรศวรมหาราช เป็นต้น ซึ่งเป็นการอำลาตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม
นายภูมิธรรมให้สัมภาษณ์ว่า เป็นการอำลาตามสถานการณ์ เพราะได้รับการโปรดเกล้าฯ แล้ว เป็นรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เพียงแต่ยังปฏิบัติหน้าที่ไม่ได้ เพราะต้องรอเข้าเฝ้าถวายสัตย์ฯ ในวันพรุ่งนี้ (3 ก.ค.)
หลังจากนั้นจะมีการประชุม ครม.นัดพิเศษแล้ว ก็คงจะเข้าปฏิบัติหน้าที่ได้ตามปกติ ซึ่งในฐานะที่อยู่ที่นี่มา 9 เดือน ก็ยังรู้สึกว่าเร็วไปหน่อย กำลังเข้าใจ รับทราบ และเห็นปัญหา เห็นศักยภาพที่จะมาช่วยแก้ปัญหาให้ดีขึ้น
ซึ่ง 9 เดือนที่มาอยู่ก็เข้าใจ และมีส่วนทำงานร่วมกับผู้บังคับบัญชาระดับสูงของกระทรวงกลาโหมและเหล่าทัพ ทุกอย่างที่เราทำก็ไปในทิศทางที่คิดว่าเป็นประโยชน์ หลายเรื่องได้เริ่มก่อให้เห็น โดยเฉพาะการดูแลสวัสดิการของทหารชั้นผู้น้อย และทหารทั้งหมดของกองทัพในเรื่องที่เป็นขวัญกำลังใจ ในฐานะที่กองทัพเป็นด่านแรกที่ต้องเผชิญกับวิกฤตต่าง ๆ และยังช่วยเหลือประชาชน
ก็ขอบคุณทุกอย่างที่ได้ช่วยและสนับสนุนมา ดีใจและขอบคุณที่ได้รับการต้อนรับและเป็นส่วนหนึ่งของครอบครัวกลาโหม ครอบครัวของทหาร ที่ผ่านมาก็ได้ทำไปแล้วหลายเรื่อง อย่างเรื่องที่ค้างเป็นปัญหา เช่น เรือดำน้ำ ก็เซ็นเข้าไปที่คณะรัฐมนตรีแล้ว ก็รอบรรจุวาระ ไปผ่านรองนายกฯ ฝ่ายความมั่นคง
ส่วนที่ยังเหลืออยู่ เช่น การทำบ้านพักอาศัย การปรับกำลังพล ซึ่งตนมีความเชื่อมั่นว่าสิ่งต่าง ๆ ที่วางไว้น่าจะประสบความสำเร็จได้ เพราะพบว่าผู้บังคับบัญชาระดับสูงของกระทรวงกลาโหมและเหล่าทัพมีไมนด์เซตที่เข้าใจโลกที่เปลี่ยนแปลงไป
เพราะฉะนั้นการปรับกำลังพลให้มีขนาดเล็กลง มีประสิทธิภาพ และมีอาวุธยุทโธปกรณ์ที่เหมาะสมกับเทคโนโลยีที่เกิดขึ้นในสมัยใหม่ ก็เป็นสิ่งที่จะถูกปูทางและดำเนินการต่อไป โดยเรื่องเหล่านี้ได้คุยกับผู้บัญชาการเหล่าทัพ ในวันที่ประชุมสภากลาโหมแล้ว และทางกลาโหมเองก็คงจะดำเนินการจัดการต่อไป
นอกจากนี้ ยังได้คุยกับ พล.อ.ณัฐพล นาคพาณิชย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม แล้วว่าอะไรที่ทำอยู่ก็ให้ทำไป ส่วนเรื่องชายแดนกัมพูชาก็ยังไม่ทิ้ง ยังให้หลักการไป คิดว่าจะพยายามถึงที่สุดให้เกิดผลสำเร็จ ตามที่นายกรัฐมนตรีบอกว่าไม่อยากเห็นการใช้กำลังในการสู้รบ แต่อยากเห็นการจบลงด้วยสถานะเดิมที่เคยมี แต่เรื่องนี้เป็นเรื่อง 2 ฝ่ายต้องใช้เวลาพูดคุย และมีกระบวนการทางกฎหมายระหว่างประเทศที่จะกำหนด
นายภูมิธรรมยอมรับว่า เรื่องเรือดำน้ำเซ็นเข้าใน ครม.แล้ว รอให้ ครม.บรรจุวาระ และต้องให้ผ่านรองนายกฯ ฝ่ายความมั่นคง เพราะเรื่องเหล่านี้เดินไปแล้ว ก่อนจะมีการโปรดเกล้าฯ ครม.แพทองธารชุดใหม่
แต่โครงการจัดซื้อเครื่องบินกริพเพน เซ็นไม่ทัน ก็ต้องให้รัฐมนตรีใหม่เข้ามาดำเนินการ ซึ่งเรื่องเรือดำน้ำก็ต้องผ่านรองนายกฯ ฝ่ายความมั่นคง ก็คือตน เพราะเรื่องนี้เซ็นออกไปแล้วตั้งแต่ก่อนสิ้นเดือนมิถุนายน
ส่วนปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ก็เป็นไปตามสถานการณ์ที่เกิดขึ้น เวลาที่บ้านเมืองมีความสับสน หรือมีความไม่ชัดเจน การก่อความไม่สงบก็จะเกิดขึ้นตามมา ซึ่งตนมีกรอบที่จะดำเนินการในเรื่องนี้เรียบร้อยแล้ว คงจะเสนอรองนายกฯ ฝ่ายความมั่นคง และประสานต่อในส่วนต่าง ๆ ยืนยันจะทำต่อ และบอก พล.อ.ณัฐพลไปแล้ว ว่าเรื่องนี้ทำต่อเลย เพราะมันเป็นการรวบรวมความเห็นมาจากหลายหน่วย ทำให้มองในทุกมิติ และเชื่อว่าการแก้ปัญหาครั้งนี้จะมีเรื่องใหม่ ๆ ที่ยังไม่เคยได้ทำ และน่าจะแก้ไขปัญหาให้ดีขึ้นได้ และเร็วที่สุด
ส่วนกรณีเว้นว่างตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เป็นเพราะเหตุใด นายภูมิธรรมกล่าวว่า ไม่ว่าจะทำอย่างไรก็มีข้อสงสัย ก็เป็นเรื่องความเหมาะสม คงเป็นเรื่องที่ทางราชการไม่อยากจะพูด ก็ถือว่าทำทุกอย่างให้อยู่ในกลไกที่ทุกคนสามารถทำหน้าที่ได้อย่างเต็มที่
เมื่อถามย้ำว่าตำแหน่งนี้เป็นโควตาของพรรคเพื่อไทย นายภูมิธรรมบอกว่า ที่ผ่านมาเคยเป็นของพรรคเพื่อไทยรับผิดชอบ ตอนนี้เป็นเรื่องที่เราไม่ได้คิดว่าต้องเป็นเพื่อไทยหรือไม่เป็นเพื่อไทย ตอนนี้ที่สำคัญคือรัฐมนตรีกลาโหมที่มีศักยภาพ มีความสามารถ เชื่อมโยงกับเหล่าทัพต่าง ๆ ได้อย่างดี และสามารถทำหน้าที่ปกป้องอธิปไตยของประเทศ และทำหน้าที่ของกระทรวงกลาโหมอย่างสุดความสามารถ
ส่วนที่มีข่าวว่าจะได้รัฐมนตรีกลาโหมคนใหม่ในช่วง 3 เดือนนี้ นายภูมิธรรมกล่าวว่า ถ้าข่าวลือที่ยังไม่รู้ ก็อย่าเอามาถามตน เพราะมันลอย ๆ แต่ย้ำว่าการตัดสินใจก็ต้องพยายามเลือกคนที่เหมาะสมที่สุด อย่างตนก็ยังดูด้านดีด้านลบ มนุษย์ไม่มีอะไรที่ร้อยเปอร์เซ็นต์ ถ้าตราบใดเข้ามาทำงานได้ ซื่อสัตย์สุจริต ก็ไม่มีปัญหา ถ้าตราบใดทำงานแล้วมีข้อสงสัยก็ต้องพิสูจน์ตัวเอง พิสูจน์ได้ก็ไม่มีปัญหา พิสูจน์ไม่ได้ก็ต้องรับภาระตามสิ่งที่ตัวเองได้กระทำ
สำหรับการเข้าทำงานในกระทรวงมหาดไทย นายภูมิธรรมบอกว่าจะเข้าไปวันศุกร์ที่ 4 กรกฎาคม ประมาณ 10.00 น. เพื่อสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำกระทรวง และพูดคุยกับผู้บริหารระดับสูง ส่วนการมอบนโยบายคงเป็นตามสถานการณ์ที่เปลี่ยนไป แต่เรื่องใหญ่ ๆ สำคัญ ตนคิดไว้แล้ว ซึ่งจะพูดคุยให้เข้าใจกันจะได้ทำงานได้อย่างราบรื่น พร้อมย้ำว่าตนยังรับผิดชอบงานความมั่นคงทั้งหมด และเพิ่มเติมคือกระทรวงมหาดไทย