Whoscall เพิ่มฟีเจอร์ ปุ่ม SOS รวมเบอร์โทรศัพท์แบงก์ และแนะนำขั้นตอนการแจ้งความ ช่วยเหลือเหยื่อถูกมิจฉาชีพหลอกโอนเงิน
ปัญหาการหลอกลวงให้โอนเงินของมิจฉาชีพ ยังคงเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยจากข้อมูลของศูนย์ปฏิบัติการแก้
ทั้งนี้ ภัยคุกคามออนไลน์มีพั
- การหลอกให้ลงทุนผ่านระบบออนไลน์ โดยใช้ช่องทางโซเชียลมีเดีย เช่น Facebook, Messenger และ LINE
- การหลอกให้โอนเงินเพื่อรับรางวั
ล
- การข่มขู่ทางโทรศัพท์จนผู้รั
บสายเกิดความกลัวและยอมโอนเงิน
- การหลอกลวงให้โอนเงินเพื่
อทำงานหารายได้พิเศษหรือรายได้ เสริม
ปุ่ม SOS รวมเบอร์แบงก์-ขั้นตอนแจ้งความ
จากสถานการณ์มิจฉาชีพหลอกโอนเงินที่ยังคงเกิดมากขึ้น ทำให้บริษัท โกโกลุก (ประเทศไทย) ผู้ให้บริการแอปพลิเคชั่น Whoscall เปิดตัวฟีเจอร์ใหม่ล่าสุด “SOS ขอความช่วยเหลือ” ซึ่งออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์การรับมือกับสถานการณ์ฉุกเฉินได้อย่างครอบคลุมและทันท่วงที โดยช่วยเหลือผู้ใช้งานที่ตกเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพหลอกโอนเงิน ผ่านขั้นตอนสำคัญต่าง ๆ ได้อย่างครบถ้วนในแอปเดียว
นายแมนวู จู ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท โกโกลุก (ประเทศไทย) กล่าวว่า Whoscall ยึดมั่นพันธกิจในการปกป้อง ผู้ใช้งานจากภัยมิจฉาชีพทุกรูปแบบ โดยเฉพาะในช่วงเวลาวิกฤตหลังจากที่ผู้ใช้งานรู้ตัวว่ากำลังเผชิญกับเหตุการณ์ไม่ปกติจากมิจฉาชีพซึ่งเป็นช่วงเวลาที่ต้องตัดสินใจและดำเนินการอย่างรวดเร็ว
ฟีเจอร์ “SOS ขอความช่วยเหลือ” จึงถูกพัฒนาขึ้นเพื่อเป็นเครื่องมือสำคัญในการช่วยเหลือผู้ใช้งานในสถานการณ์เร่งด่วน ตั้งแต่การอายัดบัญชี ไปจนถึงการแจ้งความออนไลน์หรือแจ้งความกับศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขปัญหาอาชญากรรมออนไลน์ (AOC) ได้ครบจบในแอปเดียว
สำหรับฟีเจอร์ “SOS ขอความช่วยเหลือ” ที่ Whoscall ได้พัฒนาขึ้นเพื่อเป็นตัวช่วยให้แก่ผู้เสียหายได้ถูกออกแบบมาให้ใช้งานได้ง่าย โดยครอบคลุม 2 ขั้นตอนหลักในการจัดการสถานการณ์เมื่อผู้ใช้งานตกเป็นเป้าหมายของมิจฉาชีพ ได้แก่
การติดต่อธนาคารเพื่ออายัดบัญชี
Whoscall ได้รวบรวมเบอร์โทรศัพท์ฉุกเฉินของธนาคารและผู้ให้บริการวอลเลตชั้นนำในประเทศไทยไว้ในที่เดียว เพื่อให้ผู้ใช้งานสามารถติดต่ออายัดบัญชีของตนเองและบัญชีมิจฉาชีพได้อย่างรวดเร็วที่สุด พร้อมรับ
“เลขที่อ้างอิง” (Bank Case ID) สำหรับใช้เป็นหลักฐานในการแจ้งความต่อไป
การแจ้งความออนไลน์หรือติดต่อศูนย์ AOC (สายด่วน 1441)
หลังจากได้ Bank Case ID ฟีเจอร์จะแนะนำช่องทางการแจ้งความออนไลน์กับศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขปัญหาอาชญากรรมออนไลน์ (AOC) ผ่านสายด่วน 1441 พร้อมให้คำแนะนำในการเตรียมข้อมูลที่จำเป็น เพื่อให้ผู้ใช้งานสามารถดำเนินการแจ้งความได้อย่างรวดเร็วและครบถ้วน
“จากจำนวนผู้เสียหายที่เพิ่มขึ้นในแต่ละวันอย่างต่อเนื่องในประเทศไทย เราจึงมีความมุ่งมั่นในการคิดค้นเครื่องมือที่ช่วยให้ ผู้ใช้งานสามารถจัดการสถานการณ์ฉุกเฉินได้ด้วยตนเองอย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งนี้เรามองว่า ฟีเจอร์ “SOS ขอความช่วยเหลือ” จึงไม่ใช่แค่เทคโนโลยี แต่เป็นส่วนหนึ่งที่เราตั้งใจจะดูแลชีวิตผู้คนให้ปลอดภัยขึ้นในโลกออนไลน์” นายแมนวูกล่าว

