Skip to content

ไม่มีทางตัน

06 ก.ค. 2568 | 11:16น.
ไม่มีทางตัน
คอลัมน์ : Market-think 
ผู้เขียน : สรกล อดุลยานนท์

ตอนนี้ผมเดินไปวงไหน นักธุรกิจทุกคนจะเดินมาถามเรื่องเดียวเลยครับ

คือ เรื่อง “การเมือง”

เขากังวลใจกับเรื่องเสถียรภาพของรัฐบาลมาก

ก่อนหน้านี้ เวลาคุยเรื่องการเมือง นักธุรกิจจะออกลูกบ่นมากกว่า

บ่นว่าทำไมรัฐบาลทำแบบนี้

ทำไมนายกฯไม่ทำเรื่องนี้

อะไรประมาณนั้น

แต่พอถึงวันนี้ ทุกคนสนใจเรื่องเดียวคือ เสถียรภาพของรัฐบาล

ตามประสาคนทำธุรกิจ ทุกคนต้องการ “ความแน่นอน”

อยากรู้ว่ารัฐบาลเป็นใคร นโยบายเป็นอย่างไร

จะได้วางแผนได้

แต่วันนี้สถานการณ์การเมืองพลิกผันครั้งใหญ่ เมื่อเกิดคลิปลับ “อังเคิล-หลาน”

จนนำไปสู่ “ม็อบใหญ่” ที่อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ

และคำตัดสินของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ รับเรื่องนี้ไว้พิจารณาด้วยคะแนน 9:0

ตามด้วยการสั่งพักการปฏิบัติหน้าที่นายกรัฐมนตรี ของ “แพทองธาร ชินวัตร” จนกว่าศาลจะมีคำตัดสิน ด้วยคะแนน 7:2

เรื่องนี้มีนัยสำคัญทางการเมืองมาก

เพราะรัฐบาลเพิ่งปรับ ครม.ใหม่ พรรคภูมิใจไทยชิงถอนตัวจากการร่วมรัฐบาล เมื่อพรรคเพื่อไทยจะยึดกระทรวงมหาดไทยกลับคืนมา

จำนวนเสียง สส.รัฐบาลลดฮวบลง

ทำให้เสียงค่อนข้างปริ่มน้ำ

แค่เปิดประชุมสภา วันแรก สภาก็ล่มแล้ว เมื่อฝ่ายค้านเสนอนับองค์ประชุม

ตอนนี้แวดวงการเมืองตั้งคำถามว่า ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญจะตัดสินอย่างไร

ถ้าดูจากเสียง 7:2 ที่ให้ยุติการปฏิบัติหน้าที่ และจากเนื้อหาในคลิปลับนั้นแล้ว

มีโอกาสสูงมากที่ “อุ๊งอิ๊ง” จะไม่รอด

และถ้าดูจากคดีที่ผ่านมา

คดีของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ที่ศาลสั่งหยุดปฏิบัติหน้าที่ ใช้เวลาพิจารณา 37 วัน

คดีของ “เศรษฐา ทวีสิน” ศาลไม่ได้สั่งหยุดปฏิบัติหน้าที่ ใช้เวลาพิจารณา 83 วัน

จากข้อมูลนี้แสดงว่าตั้งแต่ “สิงหาคม” เป็นต้นไป มีโอกาสที่ศาลรัฐธรรมนูญจะมีคำตัดสิน

ซึ่งเป็นจังหวะเดียวกันกับที่ “ม็อบใหญ่” จะกลับมาอีกครั้ง

จริง ๆ ตามธรรมชาติม็อบ เมื่อจุดติดแล้วต้องรีบเดินหน้าต่อ

แต่เพราะเดือนกรกฎาคม ถือเป็น “เดือนมหามงคล”

ไม่ควรเคลื่อนไหวทางการเมือง

ก็เลยต้องเว้นวรรคไป 1 เดือน

ครับ สมมุติว่านายกฯแพทองธาร ต้องพ้นจากตำแหน่งจริง

ตามรัฐธรรมนูญต้องโหวตหาตัวนายกรัฐมนตรีคนใหม่ในสภา

นี่คือ ช่วงของความปั่นป่วนทางการเมือง

เพราะพรรคร่วมรัฐบาลไม่จำเป็นต้องสนับสนุน นายชัยเกษม นิติสิริ แคนดิเดตนายกฯคนที่ 3 ของพรรคเพื่อไทย

เขาอาจเปลี่ยนใจไปสนับสนุน นายอนุทิน ชาญวีรกูล ก็ได้

แต่วันนี้ด้วยจำนวน สส.ของแต่ละพรรค เรามีพรรคการเมืองใหญ่ 2 พรรค คือ พรรคเพื่อไทย หรือ พรรคประชาชน

คนจะเป็น “นายกรัฐมนตรี” ต้องได้เสียงสนับสนุนจากพรรคใดพรรคหนึ่ง

ไม่เช่นนั้น เสียงไม่พอ

ดังนั้น ถ้า “อนุทิน” จะเป็นนายกฯ เขาก็ต้องได้เสียงสนับสนุนจากพรรคใดพรรคหนึ่งใน 2 พรรคนี้

การที่พรรคเพื่อไทยจะหนุนนายอนุทิน เป็นเรื่องยากมาก

ยกเว้นมี “ดีลลับ” ที่พรรคเพื่อไทยต้องทำตาม

พรรคประชาชนประกาศท่าทีใหม่ว่า ยังยืนยันไม่เป็นรัฐบาล แต่อาจจะสนับสนุนแคนดิเดตนายกฯและพรรคการเมืองแบบมีเงื่อนไข

คือ เรื่องแก้ไขรัฐธรรมนูญ และยุบสภา

ซึ่งอาจเป็น “ชัยเกษม” หรือ “อนุทิน” ก็ได้

การเดินเกมแบบนี้ ทำให้คนที่คิดจะดันการเมืองไปสู่ “ทางตัน” ทำได้ยากขึ้น

แต่ที่ต้องไม่ลืมเป็นอันขาด ก็คือ อำนาจ “ยุบสภา” ในมือของรักษาการนายกรัฐมนตรีนะครับ

ถ้าเกมการเมืองเดินไปสู่ทางที่พรรคเพื่อไทยจะสูญเสียอำนาจบริหาร

เขายุบสภาได้ทันที

ถามว่าเป็นไปได้ไหม

…เป็นไปได้ครับ

แท็กที่เกี่ยวข้อง

การเมือง ม็อบ รัฐบาล