รัฐบาลไทยเดินหน้าหนุนอุตสาหกรรมภาพยนตร์ ด้วยนโยบายซอฟต์พาวเวอร์ ทั้งการอัดฉีดทุนหนังอินดี้ ดันสู่เวทีโลก พร้อมปั้นบุคลากรรุ่นใหม่ผ่านโครงการ OFOS ขณะเดียวกันภาคส่วนต่าง ๆ เร่งผลักดัน พ.ร.บ.ภาพยนตร์ฉบับใหม่ ให้ตอบโจทย์ธุรกิจยุคใหม่และโรงหนังทางเลือกทั่วประเทศ
ความพยายามของรัฐบาลไทยในการขับเคลื่อน “ซอฟต์พาวเวอร์” เริ่มส่งผลเชิงบวกต่ออุตสาหกรรมภาพยนตร์อย่างเป็นรูปธรรม ทั้งในมิติของการผลิต การสนับสนุนทุน และการเปิดโอกาสให้ผลงานไทยก้าวสู่เวทีระดับโลก
นางสาวมิณราญาพร สำนองคำ อนุกรรมการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมด้านภาพยนตร์ ละคร ซีรีส์ สารคดี และแอนิเมชัน เปิดเผยกับ ประชาชาติธุรกิจ ว่า ประเทศไทย ได้จัดงาน SPLASH – Soft Power Forum 2025 ขึ้น เพื่อแสดงถึงการส่งเสริมซอฟต์พาวเวอร์ของรัฐบาลไทย ที่ได้ช่วยเพิ่ม “ความคล่องตัว” ให้กับผู้ประกอบการในวงการภาพยนตร์ทั้งรายเล็กและรายใหญ่ โดยเฉพาะในด้านการผลิตและการจัดจำหน่าย ทั้งในประเทศและต่างประเทศ
หนึ่งในข้อเสนอสำคัญที่ถูกหยิบยกขึ้นมาคือ การผลักดัน พระราชบัญญัติภาพยนตร์ฉบับใหม่ เพื่อแทนที่ พ.ร.บ.ภาพยนตร์ พ.ศ. 2551 โดยมีเป้าหมายให้กฎหมายมีความยืดหยุ่น ทันสมัย และเอื้อต่อธุรกิจขนาดเล็ก เช่น “ไมโครซีนีมา” หรือโรงหนังขนาดจิ๋ว รวมถึงแพลตฟอร์มฉายภาพยนตร์เฉพาะทาง ซึ่งปัจจุบันยังขาดพื้นที่ฉายภาพยนตร์ทางเลือกหรือหนังนอกกระแสอย่างเพียงพอ
“พ.ร.บ.ฉบับใหม่ควรมีบทบัญญัติที่เปิดพื้นที่ให้กับหนังต้นทุนต่ำแต่มีคุณภาพสูง เพราะถ้าไม่มีที่ฉายเลย ก็ไม่สามารถเติบโตในตลาดได้” นางสาวมิณราญาพร กล่าว
รัฐหนุนทุน ช่วยหนังอินดี้ไปไกลถึงเวทีโลก
ภายใต้กรอบการทำงานของคณะกรรมการและอนุกรรมการซอฟต์พาวเวอร์ รัฐบาลได้จัดสรรงบประมาณสนับสนุนผลงานภาพยนตร์ไทยอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะกลุ่ม “หนังอินดี้” หรือผลงานอิสระที่ได้รับการคัดเลือกจากเทศกาลภาพยนตร์ระดับนานาชาติ แต่ขาดทุนในการเดินทางหรือประชาสัมพันธ์
การอุดหนุนนี้ช่วยให้ผลงานไทยมีโอกาสเผยแพร่สู่สายตาชาวโลก และสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้กับวงการภาพยนตร์ไทยบนเวทีสากล ขณะเดียวกันก็เป็นแรงกระตุ้นให้เกิดการสร้างสรรค์ผลงานที่หลากหลายมากขึ้น พัฒนาคนรุ่นใหม่ผ่านโครงการ OFOS อีกหนึ่งกลไกสำคัญในการปั้นอนาคตของอุตสาหกรรม คือ โครงการ OFOS (Open Future of Storytelling) ซึ่งมุ่งสร้างบุคลากรรุ่นใหม่ในสายงานภาพยนตร์ ละคร และแอนิเมชัน โดยจัดเวิร์กช็อปและหลักสูตรอีเลิร์นนิ่งให้กับนักเรียนและนักศึกษา โดยเชิญผู้กำกับ นักแสดง และนักเขียนบทมืออาชีพเข้าไปถ่ายทอดประสบการณ์จริงในพื้นที่ต่าง ๆ ทั่วประเทศ ปัจจุบันดำเนินงานแล้วในกว่า 36 จังหวัด
โครงการนี้ได้รับเสียงตอบรับที่ดีจากทั้งครู นักเรียน และผู้ประกอบการ เพราะช่วยย่นระยะเวลาในการเรียนรู้จากทฤษฎีสู่การปฏิบัติ และสร้างแรงบันดาลใจให้คนรุ่นใหม่เข้าสู่อุตสาหกรรมภาพยนตร์อย่างมีคุณภาพ
มาตรการส่งเสริมกองถ่ายต่างชาติ เพิ่มรายได้-โปรโมตประเทศ
นอกจากนี้ รัฐบาลยังมี มาตรการคืนภาษี (rebate) 30% ให้แก่กองถ่ายภาพยนตร์จากต่างประเทศที่เข้ามาถ่ายทำในไทย ซึ่งไม่เพียงกระตุ้นรายได้จากอุตสาหกรรมการถ่ายทำ แต่ยังเป็นเครื่องมือประชาสัมพันธ์ประเทศไทยผ่านโลเกชันในภาพยนตร์อีกด้วย
จากสถิติที่ผ่านมา หลายประเทศเลือกไทยเป็นสถานที่ถ่ายทำสำคัญ ส่งผลให้เกิดการจ้างงานในท้องถิ่น เพิ่มรายได้ให้ธุรกิจบริการในพื้นที่ และส่งเสริมภาพลักษณ์ของไทยในฐานะศูนย์กลางด้านภาพยนตร์ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
จี้ พ.ร.บ.ใหม่ต้องมาเพื่ออนาคตอุตสาหกรรม
แม้ว่าการออก พ.ร.บ.ภาพยนตร์ฉบับใหม่อาจต้องใช้เวลาอีกประมาณ 1 ปี แต่ภาคเอกชนและผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมเชื่อมั่นว่า หากรัฐเดินหน้าอย่างจริงจัง และรับฟังข้อเสนอจากผู้มีส่วนเกี่ยวข้องอย่างรอบด้าน จะทำให้กฎหมายฉบับใหม่นี้สามารถตอบโจทย์ความเปลี่ยนแปลงของอุตสาหกรรมได้จริง
ไม่ว่าจะเป็นการส่งเสริมโรงหนังขนาดเล็ก การสนับสนุนแพลตฟอร์มใหม่ ๆ หรือการลดอุปสรรคให้กับผู้ผลิตอิสระ ล้วนเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญของการพัฒนาอุตสาหกรรมภาพยนตร์ไทยอย่างยั่งยืน