Skip to content

ความฝัน 4.0 ของ AIS – AMATA เมืองอัจฉริยะที่ดึงดูดการลงทุนในยุคเอไอ

09 ก.ค. 2568 | 16:09น.
ความฝัน 4.0 ของ AIS – AMATA เมืองอัจฉริยะที่ดึงดูดการลงทุนในยุคเอไอ

อมตะ ผนึก AIS วางโครงข่ายอัจฉริยะ 5G พลิกนิคมอุตสาหกรรมอายุ 50 ปี พร้อมรับยุคเอไอ และการผลิตอัจฉริยะ 4.0 เอื้อการเคลื่อนย้ายโรงงานและการผลิตยุคใหม่เป็นศูนย์กลางอุตสาหกรรมอัจฉริยะแห่งอาเซียน

หลังดีลร่วมทุนในปี 2559 ของ บมจ.แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส (AIS) และ บมจ. อมตะ คอร์ปอเรชัน (AMATA) ในการจัดตั้งบริษัท อมตะ เน็ทเวอร์ค จำกัด (AN) เพื่อวางโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลรองรับการพลิกโฉมนิคมอุตฯ อายุ 50 ปี สู่ “เมืองอัจฉริยะ” ในยุคสมัยใหม่

“วิวัฒน์ กรมดิษฐ์ ประธานเจ้าหน้าที่เทคนิควิศวกรรม และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ในประเทศไทย บมจ. อมตะ คอร์ปอเรชัน ได้บอกเล่าถึง “ความฝัน” ของอมตะ ที่ไม่ได้ต้องการสร้างพื้นที่สำหรับโรงงานอุตสาหกรรม แต่เป็น “เมืองที่สมบูรณ์แบบ” The ‘Perfect City’ Concept “Beyond Industrial Estate” และทำให้ทุกคน “ชนะ” เป็นเมืองที่ทุกคนสามารถใช้ชีวิตและเติบโตไปพร้อมกับอมตะ เมืองครบวงจรที่มีทั้งโรงเรียน โรงแรม ระบบชีวิต และโครงสร้างพื้นฐานครบทุกมิติ รองรับแรงงานและผู้บริหาร

“วันนี้ อมตะมีประชากรที่อาศัยอยู่ 3.5 แสนคน เราตั้งเป้าว่าจะมีประชากรถึง 1 ล้านคน อาศัยอยู่ในสมาร์ทซิตี้เหล่านี้”

ดังนั้น “การเชื่อมต่อ” ระบบทุกอย่างในนิคมจะต้องไร้รอยต่อ รวดเร็ว “ไร้สาย” ทำให้ AN เดินหน้าวางโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลใหม่ทั้งในนิคมชลบุรี 1-2 และ ระยอง ครอบคลุมการติดตั้ง 5G Private Network ทั่วทั้งนิคม วางโครงข่ายไร้สายเพื่อ อุปกรณ์ IoT เครื่องจักรโรงงาน ทำให้นักลงทุนที่มาตั้งโรงงานมีระบบควบคุมคุณภาพและการจัดการพลังงานแบบเรียลไทม์ ช่วยลดต้นทุนและเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตได้อย่างชัดเจน

“ปัจจุบัน อมตะมีพื้นที่นิคมรวมกว่า 50,000 ไร่ในประเทศไทย และตั้งเป้าขยายพื้นที่เพิ่มเป็น 65,000 ไร่ ภายในปี 2568 พร้อมทั้งมีการลงทุนในต่างประเทศ ได้แก่ เวียดนาม ลาว และเมียนมา การลงทุนที่โดดเด่นในช่วงนี้ อย่างเรื่องดาต้าเซ็นเตอร์ ที่สอดรับการพัฒนาเอไอในปัจจุบันนั้น อมตะเรามีการตั้งดาต้าเซ็นเตอร์อยู่ในนิคมมานานกว่า 10 ปีแล้ว และกำลังขยายพื้นที่เพิ่มอีกเพื่อรองรับผู้เล่นระดับโลก ทั้ง NTT Docomo ของญี่ปุ่น และบริษัท จีเอสเอ ดาต้า เซ็นเตอร์ จำกัด”

“ในวันนี้นักลงทุนไม่ได้ต้องการแค่น้ำ ไฟ และที่ดินสำหรับตั้งโรงงาน แต่เป็นโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล และระบบเมืองอัจฉริยะที่ตอบสนองการใช้ชีวิตของผู้คนในเมืองอย่าง อมตะซิตี้ ซึ่งการพัฒนาเมืองอัจฉริยะ ไม่ใช่ระบบสายไฟเบอร์หรือ 5G แต่ต้องมีระบบหลังบ้านที่เชื่อมโยงอย่างไร้รอยต่อ ทั้งในส่วนของโรงพยาบาล โรงเรียน ระบบน้ำ และพลังงาน รวมถึงการสนับสนุนจากภาครัฐที่ต้องมีเสถียรภาพ เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับนักลงทุน ว่าสามารถเปิดดำเนินการโรงงานได้ภายใน 7-8 เดือนหลังจากตัดสินใจลงทุน”

ไม่ใช่แค่ อมตะ แต่ปูพรม 5G อุตสาหกรรมทั้งภาคตะวันออก

“วสิษฐ์ วัฒนศัพท์” หัวหน้าหน่วยธุรกิจงานปฏิบัติการและสนับสนุนด้านเทคนิคทั่วประเทศ AIS กล่าวว่า ภาคตะวันออกของไทย โดยเฉพาะ EEC มีความสำคัญยิ่ง เพราะในภาคส่วนอุตสาหกรรมนี้ สร้างสัดส่วน GDP มากกว่า 30% แต่ในทางเดียวกัน ประเทศไทยยังคงอยู่ในยุคอุตสาหกรรม 2.0 ถึง 61%

ขณะที่มีเพียง 2% เท่านั้นที่ก้าวเข้าสู่ยุค 4.0 อย่างแท้จริง จึงถือเป็นโจทย์ใหญ่ที่ AIS เข้ามาปลั๊กอินระบบ IoT, AI, Cloud และ Big Data เข้ากับระบบโรงงานเดิม ผ่านการออกแบบเฉพาะเจาะจง (Tailor-Made) แทนการใช้โซลูชั่นสำเร็จรูป

“AIS ทำงานร่วมกับนิคมอุตสาหกรรม 16 แห่งใน EEC พร้อมพัฒนาโครงข่ายร่วมกับพาร์ตเนอร์อย่างบริษัท อมตะ คอร์ปอเรชัน จำกัด (มหาชน) และจัดตั้งศูนย์ Collaboration Center เพื่อแสดงรูปแบบการใช้งาน (Use Case) จริง ที่สามารถวัดผลได้ ทั้งในด้านการเพิ่มผลผลิต (Productivity) และการลดต้นทุนอย่างเป็นรูปธรรม ไม่ว่าจะเป็น โรงงานต้นแบบ 5G ในวังจันทร์วัลเลย์ ระบบ IoT ในท่าเรือแหลมฉบัง และ AI สำหรับบริหารจัดการ Supply Chain ถือเป็นตัวอย่างของการนำเทคโนโลยีลงสู่ระบบเศรษฐกิจจริง

ทั้งนี้ การจะพัฒนาอุตสาหกรรมสู่ 4.0 ที่การผลิตเป็นออโตเมต ส่วนสำคัญคือการเข้าใจความต้องการที่หลากหลาย และเฉพาะเจาะจงของโรงงาน หรือในอุตสาหกรรมนั้น ๆ แล้วจึงออกแบบโซลูชั่นที่เหมาะสม ในส่วนนี้ AIS ไม่ได้อยากจะวางโครงข่ายเพียงอย่างเดียว แต่ต้องทำงานร่วมกับผู้ประกอบการอย่างใกล้ชิด เพื่อให้เทคโนโลยีสามารถสร้างผลลัพธ์ทางเศรษฐกิจได้จริง

“สมภพ กิตติวิรุฬห์วัฒน” หัวหน้างานปฏิบัติการภูมิภาค-ภาคตะวันออก AIS เปิดเผยว่า พื้นที่ภาคตะวันออก โดยเฉพาะในเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ซึ่งครอบคลุมจังหวัดชลบุรี ระยอง และฉะเชิงเทรา ถือเป็นหัวใจสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ ด้วยศักยภาพด้านภูมิศาสตร์ที่หลากหลาย ทั้งทะเล หมู่เกาะ ภูเขา และระบบขนส่งที่เชื่อมต่อทั้งทางเรือ สนามบิน และรถไฟความเร็วสูง

โครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลอื่น ๆ ใน EEC ทั้งในโรงงาน เมือง และชุมชนเกษตร รวมถึงสถานที่ท่องเที่ยวอย่างเกาะสำคัญต่าง ๆ นั้น AIS เข้าไปมีบทบาทสำคัญทั้งสิ้น โดยในพื้นที่ EEC ขณะนี้มีสัญญาณครอบคลุม 100% ส่วนพื้นที่ทั้งภาคตะวันออกครอบคลุมกว่า 95%

ในส่วนนิคมอุตสาหกรรมนั้นได้กล่าวไปแล้วว่า AIS เข้าไปมีส่วนวางโครงข่ายอย่างครอบคลุมแล้ว อีกหนึ่งในส่วนสำคัญของเศรษฐกิจตะวันออก คือ การท่องเที่ยว AIS ได้ลงทุนขยายโครงข่ายไปยังเกาะสำคัญ เช่น เกาะล้าน เกาะสีชัง เกาะเสม็ด และหมู่เกาะช้าง (เกาะช้าง เกาะหมาก เกาะกูด) โดยการลากสายไฟเบอร์ออปติก (Fiber Optic) ใต้ทะเลไปถึงทุกเกาะ และสำรองการสื่อสารด้วยระบบคลื่นไมโครเวฟ เพื่อรองรับการใช้งานหนาแน่นในฤดูกาลท่องเที่ยว

แท็กที่เกี่ยวข้อง

AIS 5G อมตะ ซิตี้