เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ในหลวง พระราชินี ทอดพระเนตรคอนเสิร์ต “โอเปรา โกส์ ทู ฮอลลีวูด”
ข่าวในพระราชสำนัก ในหลวง พระราชินี ทอดพระเนตรคอนเสิร์ต “โอเปรา โกส์ ทู ฮอลลีวูด”
บินตรง “คุนหมิง-อุดรฯ” ล่ม ทัวร์เร่งคืนเงินเต็มจำนวนหวั่นกระทบภาพลักษณ์
เศรษฐกิจภูมิภาค บินตรง “คุนหมิง-อุดรฯ” ล่ม ทัวร์เร่งคืนเงินเต็มจำนวนหวั่นกระทบภาพลักษณ์
“โอปอล สุชาตา” เตรียมอำลาตำแหน่ง Miss World 2026
Biz Movement “โอปอล สุชาตา” เตรียมอำลาตำแหน่ง Miss World 2026
“ชัชชาติ” สำรวจ ดาต้าเซ็นเตอร์ พระราม9 หลังชาวบ้าน-ร้านค้าร้องกลิ่นน้ำมันคลุ้ง
News “ชัชชาติ” สำรวจ ดาต้าเซ็นเตอร์ พระราม9 หลังชาวบ้าน-ร้านค้าร้องกลิ่นน้ำมันคลุ้ง
‘เอสซี-เสนา’ ฝ่าวิกฤตกู้ยาก ผนึก ‘แบงก์ใหญ่’ ช่วยคนซื้อบ้าน 
Real Estate ‘เอสซี-เสนา’ ฝ่าวิกฤตกู้ยาก ผนึก ‘แบงก์ใหญ่’ ช่วยคนซื้อบ้าน 
ยศชนัน-ศูนย์กันก่อนท่วม ชู Localize Technology ปั้นน้ำเป็นทุนเศรษฐกิจ
การศึกษา ยศชนัน-ศูนย์กันก่อนท่วม ชู Localize Technology ปั้นน้ำเป็นทุนเศรษฐกิจ
WOODY เจ้าตลาดคอนเทนต์สู่ Well-being Ecosystem
Biz Movement WOODY เจ้าตลาดคอนเทนต์สู่ Well-being Ecosystem
เปิดหลังบ้านความยั่งยืน NCC ‘Carbon Neutral Event’ เรื่องที่ไม่เคยถูกเล่ามาก่อน
SD เปิดหลังบ้านความยั่งยืน NCC ‘Carbon Neutral Event’ เรื่องที่ไม่เคยถูกเล่ามาก่อน
ไทยเบฟร่วม Bangkok Business Summit 2026 ชู SEP สร้างการเติบโตยั่งยืน
SD ไทยเบฟร่วม Bangkok Business Summit 2026 ชู SEP สร้างการเติบโตยั่งยืน
เชียงใหม่-ลำพูน ปลุกอีเวนต์โคมลอย “Moonlight Sky Lantern 2026” ดันห้องพักยี่เป็งเต็ม 100%
เศรษฐกิจภูมิภาค เชียงใหม่-ลำพูน ปลุกอีเวนต์โคมลอย “Moonlight Sky Lantern 2026” ดันห้องพักยี่เป็งเต็ม 100%
ดูทั้งหมด

ตลท.ชี้ตลาดทุนไทยยังแกร่ง แม้ศก.โตต่ำ ลุยสร้างความเชื่อมั่นรับมือภาษีสหรัฐฯ

13 ก.ค. 2568 | 09:30น.
อัสสเดช คงสิริ

ตลาดหลักทรัพย์ฯ มองตลาดทุนไทยยังแข็งแกร่งแม้เศรษฐกิจโตต่ำ – เร่งสร้างความเชื่อมั่นรับมือภาษีสหรัฐฯ ผ่านโครงการ JUMP+ พร้อมดึง New Economy หนุนระยะยาว

นายอัสสเดช คงสิริ กรรมการและผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) เปิดเผยภายในกิจกรรมพัฒนาศักยภาพผู้สื่อข่าวเศรษฐกิจระดับสูง (พศส.) ประจำปี 2568 “รู้ทันโลกการเงิน ทลายหนี้สู่ความยั่งยืน” จัดโดยสมาคมผู้สื่อข่าวเศรษฐกิจ ถึงสถานการณ์เศรษฐกิจและการลงทุน ภายหลังสหรัฐฯ มีแนวโน้มประกาศจัดเก็บภาษีนำเข้าจากไทยในอัตราที่สูงขึ้น ว่า ขณะนี้ตลาดการเงินทั่วโลก รวมถึงไทย ยังอยู่ในภาวะผันผวนจากหลายปัจจัย โดยเฉพาะความไม่ชัดเจนของมาตรการภาษีจากสหรัฐฯ ซึ่งยังต้องติดตามผลการเจรจาระหว่างทีมไทยแลนด์และสหรัฐฯ ที่หวังว่าจะหาจุดร่วมกันได้ในลักษณะ win-win

แม้เศรษฐกิจไทยในปี 2568 จะถูกประเมินจากธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ว่าจะเติบโตที่ 2.3% แต่ยังเผชิญความไม่แน่นอนสูง ทำให้เป็นแรงกดดันต่อการขยายตัวของเศรษฐกิจในระยะต่อไป อย่างไรก็ตาม หากดูจากปัจจัยพื้นฐานของตลาดทุนไทย พบว่า บริษัทจดทะเบียนยังมีค่า P/E อยู่ในระดับต่ำ ขณะที่ Dividend Yield อยู่ในระดับสูงเมื่อเทียบกับภูมิภาค บ่งชี้ว่าตลาดยังมีความน่าสนใจและมีความเสี่ยงขาลง (Downside Risk) ค่อนข้างจำกัด

“นักลงทุนต่างประเทศ โดยเฉพาะกองทุน อยากเห็นความชัดเจนว่าธุรกิจไทยจะเติบโตได้อย่างไรในอนาคต แม้เศรษฐกิจโตช้า แต่ไม่ใช่ภาวะถดถอย หากบริษัทจดทะเบียนสามารถแสดงศักยภาพการเติบโตที่สูงกว่า GDP ได้ ก็จะช่วยดึงดูดความเชื่อมั่นมากขึ้น” นายอัสสเดช กล่าว

ตลาดหลักทรัพย์ฯ จึงเดินหน้าผลักดันโครงการ “JUMP+” เพื่อส่งเสริมให้บริษัทจดทะเบียนวางแผนการเติบโตในระยะ 3 ปี สร้างความมั่นใจให้นักลงทุนว่าองค์กรมีทิศทางที่ชัดเจน พร้อมย้ำว่า ยังมีหลายภาคธุรกิจที่มีศักยภาพ เช่น กลุ่ม Health care ที่ยังเติบโตได้ดี และการท่องเที่ยวซึ่งเป็นเครื่องยนต์หลักของเศรษฐกิจไทย

ขณะเดียวกัน ตลาดหลักทรัพย์ฯ ยังตระหนักถึงโครงสร้างอุตสาหกรรมไทยที่ยังเป็นอุตสาหกรรมดั้งเดิมจำนวนมาก จึงมีเป้าหมายร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อดึงดูดกลุ่มเศรษฐกิจใหม่ (New Economy) เข้าสู่ตลาดทุน เพิ่มความหลากหลายและศักยภาพของตลาดในระยะยาว

ในด้านการปรับปรุงโครงสร้างตลาดทุนให้ทันสมัยและเข้าถึงง่ายมากขึ้น ยังอยู่ระหว่างการหารือกับสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เพื่อพิจารณาปรับปรุงกฎเกณฑ์และขั้นตอนต่าง ๆ อำนวยความสะดวกให้กับนักลงทุนรายย่อย

สำหรับช่วงครึ่งหลังของปี 2568 มองว่า หากการเจรจาภาษีระหว่างไทยกับสหรัฐฯ ได้ข้อยุติที่ชัดเจน จะช่วยเสริมความมั่นใจให้นักลงทุนสามารถประเมินได้ว่าอุตสาหกรรมใดของไทยมีขีดความสามารถในการแข่งขัน พร้อมเสนอว่า รัฐบาลควรใช้งบประมาณอย่างมีประสิทธิภาพในการกระตุ้นเศรษฐกิจ เพื่อสร้างแรงขับเคลื่อนเพิ่มเติม

สำหรับแผนรับมือภาษีสหรัฐฯ ที่อาจมีผลบังคับใช้ในวันที่ 1 ส.ค. ซึ่งตั้งเป้าไว้ที่ 36% นายอัสสเดชกล่าวว่า ทางตลาดหลักทรัพย์ฯ ได้ดำเนินการในหลายด้านเพื่อช่วยลดภาระต้นทุนให้กับบริษัทจดทะเบียน โดยเฉพาะในประเด็นด้าน ESG ซึ่งทั่วโลกให้ความสำคัญเพิ่มขึ้น เช่น มาตรการ CBAM ของสหภาพยุโรป ที่กระทบต้นทุนด้านสิ่งแวดล้อม

“ตลาดหลักทรัพย์ฯ มีบทบาทสำคัญในการเป็นศูนย์กลางเชื่อมโยงและพัฒนาแพลตฟอร์มกลาง เพื่อลดต้นทุนการดำเนินงานของบริษัทจดทะเบียนรายย่อย ที่อาจไม่มีทรัพยากรเพียงพอในการรับมือกับกฎเกณฑ์ใหม่ ๆ หากต้องจัดการเองทั้งหมด” นายอัสสเดช กล่าว

ทั้งนี้ตลาดทุนไทยยังมีศักยภาพ แม้เศรษฐกิจโดยรวมจะขยายตัวช้ากว่าประเทศเพื่อนบ้านก็ตาม สิ่งสำคัญคือนักลงทุนต้องวิเคราะห์ข้อมูลอย่างรอบด้าน โดยเฉพาะผลกระทบของภาษีที่จะเกิดขึ้นในอุตสาหกรรมต่าง ๆ ซึ่งตลาดหลักทรัพย์ฯ จะสนับสนุนข้อมูลที่ถูกต้อง ชัดเจน และรวดเร็ว เพื่อใช้ประกอบการตัดสินใจลงทุนอย่างมีประสิทธิภาพต่อไป