Skip to content

พรหมินทร์ มั่นใจหลักฐานแจงปมคลิปเสียง เลี่ยงตอบดึง วิษณุ ร่วมทีมกฎหมาย

14 ก.ค. 2568 | 13:22น.
พรหมินทร์ มั่นใจหลักฐานแจงปมคลิปเสียง เลี่ยงตอบดึง วิษณุ ร่วมทีมกฎหมาย

เลขาธิการนายกฯ ขอเวลารวบรวมหลักฐานแจงศาล รธน.ปมคลิปเสียง หากไม่ทันจ่อขอยืด 15 วัน ยันมีหลักฐาน-พยานพร้อม เหตุอยู่ในวงสนทนา เลี่ยงตอบดึง ‘วิษณุ’ ร่วมทีมกฎหมายหรือไม่

นพ.พรหมินทร์ เลิศสุริย์เดช เลขาธิการนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงการขอขยายระยะเวลาส่งคำชี้แจงต่อศาลรัฐธรรมนูญ (รธน.) ออกไปอีก 15 วัน กรณีคลิปเสียงสนทนาระหว่าง น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี กับสมเด็จฮุน เซน ประธานวุฒิสภากัมพูชา ว่าขณะนี้อยู่ระหว่างเตรียมการ หากไม่สามารถชี้แจงได้ทันก็จะขอยืดระยะเวลาออกไป

ส่วนได้ขอให้นายวิษณุ เครืองาม อดีตรองนายกฯ เข้ามาช่วยดูคดีหรือไม่ เลขาธิการนายกฯกล่าวว่า วันนี้ข้อเท็จจริงต้องมาก่อน ซึ่งที่ปรึกษากฎหมายทุกคน หากมีข้อคิดเห็นและข้อแนะนำดี ๆ เราพร้อมรับฟังทั้งหมด

สำหรับทีมกฎหมายมีกี่ชุดนั้น นพ.พรหมินทร์ระบุว่ามีทีมกฎหมายของนายกรัฐมนตรีจะมาจากทางไหนก็แล้วแต่

เมื่อถามว่าจะใช้อะไรในการชี้แจงข้อกล่าวหา นพ.พรหมินทร์กล่าวว่า ความเป็นจริงมีเจตนาที่จะรักษาผลประโยชน์ของประเทศชาติ ตนว่าต้องสื่อสารกันให้ชัดเจน แม้กระทั่งกระบวนการที่ทำผ่านมา เพราะเราถูกเขาใช้ประโยชน์จากวิธีการต่าง ๆ ที่ไม่เหมาะสม เช่น เอาคลิปพูดคุยส่วนตัวมาเปิดเผย แต่หากฟังในเนื้อหาก็จะเห็นเจตนาทั้งหมดในการรักษาผลประโยชน์ของประเทศ ด้วยวิธีการที่เราสื่อสารกับคนที่ไม่ได้เป็นตัวแทนรัฐบาล ตนว่าหลักการนี้ชัดเจน

เมื่อถามย้ำว่า เจตนาที่นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ พูดบนเวทีเมื่อสัปดาห์ที่แล้วจะสามารถนำไปชี้แจงต่อศาลรัฐธรรมนูญได้ใช่หรือไม่ นพ.พรหมินทร์ยืนยันว่าตนอยู่ในเหตุการณ์ วันนั้นนายกรัฐมนตรีถูกติดต่อมา แล้วถูกเลื่อนนัดมา 2-3 ครั้ง และนายกรัฐมนตรีก็ไม่สบายใจ

ตนจึงได้เชิญนายมาริษ เสงี่ยมพงษ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ และนายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมในขณะนั้นเข้าไปด้วย เพื่อรอนายเคลียง ฮวด ผู้ประสานและล่ามแปลภาษาของฝั่งกัมพูชา โดยนายเคลียง ฮวด อ้างว่าต้องหารือกับสมเด็จฮุน เซนก่อน

แต่กลับมีการถ่ายภาพของสมเด็จฮุน เซน นอนส่งกลับมา ซึ่งทางเราขอให้ปลุกเนื่องจากเป็นเรื่องใหญ่ แต่เขากลับไม่ทำตาม ขณะเดียวกัน ข้อสำคัญคือสมเด็จฮุน เซน ไม่ได้เป็นผู้แทนของรัฐบาล

เมื่อถามย้ำว่า แสดงว่าการเจรจาระหว่างสมเด็จฮุน เซน ไม่ใช่การเจรจาระหว่างรัฐบาลสามารถหยิบยกขึ้นมาต่อสู้ในชั้นศาลได้ใช่หรือไม่ นพ.พรหมินทร์กล่าวว่า เราต้องเล่าในเรื่องข้อเท็จจริง แล้วจะเห็นเจตนา เพราะนายกรัฐมนตรีเน้นการคุยกับภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง แม้จะมีการต่อสายนอกเวลา แต่ไม่มีการรับปากอะไร เพียงบอกว่าจะไปหารือแล้วจะกลับมาคุยเท่านั้น แต่เขากลับเอาเรื่องนี้มาเผยแพร่ระหว่างที่เราประชุมอยู่

เมื่อถามว่าทั้ง 3 คนจะเป็นพยานให้นายกรัฐมนตรีในชั้นศาลใช่หรือไม่ นพ.พรหมินทร์กล่าวว่า หากมีความจำเป็นที่ต้องยืนยัน เรามีหลักฐานครบ มีพยานที่จะยืนยันเจตนา และหารือใกล้ชิดกับกองทัพอยู่มาโดยตลอด ไม่ได้มีอะไรอย่างที่เขากล่าวหา