เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ดูทั้งหมด

เที่ยวไทยคนละครึ่ง 2568 รัฐจ่ายค่าที่พัก 5 ห้อง วิธีรับส่วนลด

18 ก.ค. 2568 | 15:04น.
เที่ยวไทยคนละครึ่ง 2568

เที่ยวไทยคนละครึ่ง 2568

ลงทะเบียนเที่ยวไทยคนละครึ่ง 2568 ผ่านแอป Amazing Thailand รัฐจ่ายค่าที่พักให้ 5 ห้อง รับส่วนลด

ตามที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้มีมติเห็นชอบโครงการและรายการกระตุ้นเศรษฐกิจจำนวน 110,000 ล้านบาท จากกรอบวงเงิน 157,000 ล้านบาท ตามที่กระทรวงการคลังเสนอมา โดยเมื่อวันที่ 25 มิถุนายน 2568 รัฐบาลได้เปิดให้ผู้ประกอบการลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการล่วงหน้า ต่อมา ททท.ได้กลับมาเปิดระบบลงทะเบียนโครงการดังกล่าวอีกครั้งเมื่อวันที่ 10 กรกฎาคมที่ผ่านมา

เงื่อนไขการใช้สิทธิ

1.รัฐบาลสนับสนุนแบ่งเป็นเที่ยวเมืองหลัก รัฐบาลสมทบให้ 40% ประชาชนจ่ายเอง 60% เที่ยวเมืองรอง หรือเมืองน่าเที่ยว รัฐบาลสมทบให้ 50% ประชาชนจ่ายเอง 50%

2.แยกการใช้เดินทางเที่ยววันธรรมดาจันทร์-ศุกร์ รัฐบาลสมทบให้ 50% ประชาชนจ่ายเอง 50% หากเที่ยววันเสาร์-อาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์ รัฐบาลสมทบให้ 40% ประชาชนจ่ายเอง 60%

3.กำหนดจำนวนสิทธิให้ใช้ได้อยู่ที่ 5 สิทธิหรือคืนต่อคน

4.ใช้จ่ายในโรงแรมที่พักสูงสุดไม่เกิน 3,000 บาทต่อห้องต่อคืน

5.มีคูปองดิจิทัลใช้จ่ายในร้านอาหาร ร้านขายของที่ระลึก ร้านค้าโอท็อป และแหล่งท่องเที่ยวได้ด้วย

วิธีลงทะเบียนสำหรับประชาชน

-เปิดให้ประชาชนลงทะเบียนผ่านแอปพลิเคชั่น “Amazing Thailand” สามารถดาวน์โหลดแอปดังกล่าวได้ทางระบบ IOS และ Android

-ขั้นตอนการลงทะเบียน

-โหลดแอปโดยค้นหาคำว่า Amazing Thailand

-เข้าแอป Amazing Thailand

-เลือก “โครงการเที่ยวไทยคนละครึ่ง”

-กดเลือกประชาชนทั่วไป

-สำหรับการเข้าใจงานครั้งแรก เลือก “ยังไม่เคยเข้าร่วมโครงการ” กด “ลงทะเบียน”

-อ่านรายลเะอียดการลงทะเบียนแล้วกด “ถัดไป”

-อ่านและเลือก “ยอมรับ” ข้อกำหนดและความเป็นส่วนตัว แล้วกด “ยอมรับ”

-กด “ดำเนินการต่อ” ถ้าไม่มีแอป ThaID ให้ดำเนินการติดตั้ง

-กรอกข้อมูลบัตรประชาชน แล้วกด “ถัดไป”

-กรอกข้อมูลที่อยู่ตามบัตรประชาชนแล้วกด “ถัดไป”

-กรอกข้อมูลที่อยู่ปัจจุบันแล้วกด “ถัดไป”

-ตรวจสอบข้อมูลให้ถูกต้องแล้วกด “ยืนยันข้อมูล”

-กรอกข้อมูลบัญชีผู้ใช้งานแล้วกด “สมัครสมาชิก”

-กรอกรหัส OTP เพื่อยืนยันเบอร์ดทรศัพท์ แล้วกด “ดำเนินการต่อ”

-ตั้งรหัส PIN และยืนยันรหัส PIN

-กด “ดำเนินการต่อ” เพื่อดำเนินการยืนยันตัวตนกับแอป ThaID

-รอระบบดำเนินการ กดเปิดแอป ThaID ดำเนินการตามขั้นตอนในแอป ThaID

-ผู้ที่ผ่านเงื่อนไขจะได้รับสิทธิเข้าร่วมโครงการ หากเข้าร่วมโครงการให้กด “ยืนยันสิทธิ” หากไม่ต้องการให้กด “สละสิทธิ”

-แจ้งรับสิทธิเข้าร่วมโครงการสำเร็จให้กด “ดำเนินการต่อ”

-เข้าสู่หน้าแรกโครงการเที่ยวไทยคนละครึ่ง

วิธีลงทะเบียนสำหรับผู้ประกอบการ

-ลงทะเบียนได้ตั้งแต่ 25 มิถุนายน 2568 เวลา 00.01 น.

-ลงทะเบียนผู้ประกอบการ : เที่ยวไทยคนละครึ่งได้ที่ https://partner.tat.or.th

ประเภทของผู้ประกอบการที่เปิดรับ

-ร้านอาหาร

-ร้านขายของที่ระลึก

-ร้านค้า OTOP

-แหล่งท่องเที่ยว/กิจกรรมท่องเที่ยว

-สปา/นวดเพื่อสุขภาพ

-รถเช่า/เรือเช่า

-โรงแรม/ที่พัก

ลงทะเบียนที่แอป Amazing Thailand-เว็บไซต์เท่านั้น

นางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เปิดเผยว่า ว่าตามที่ ททท.ได้มีการแจ้งปิดระบบการลงทะเบียนประชาชนเข้าร่วมโครงการ “เที่ยวไทยคนละครึ่ง” เป็นการชั่วคราว เพื่อปรับปรุง พัฒนาระบบในส่วนที่เกี่ยวข้อง เมื่อวันที่ 4 กรกฎาคม 2568 ที่ผ่านมานั้น

ททท.ได้มีการดำเนินการปรับปรุงระบบเป็นที่เรียบร้อยแล้ว จึงขอเปิดระบบให้ประชาชนที่สนใจสามารถลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการเที่ยวไทยคนละครึ่งได้ทางแอปพลิเคชั่น Amazing Thailand หรือ https://www.เที่ยวไทยคนละครึ่ง.com ตั้งแต่วันที่ 10 กรกฎาคมเป็นต้นไป

โดยประชาชนสามารถลงทะเบียนได้โดยไม่จำกัดจำนวนคน แต่ละคนรับสิทธิสูงสุดไม่เกิน 5 สิทธิ แบ่งเป็นที่พักในเมืองหลัก 3 สิทธิ เมืองน่าเที่ยว 2 สิทธิ และจะได้รับสิทธิต่อเมื่อมีการชำระเงินค่าที่พักโดยตรงกับทางโรงแรมแล้ว โดยผู้ที่ชำระเงินก่อนจะได้รับสิทธิก่อน (First Come First Served) และสามารถใช้สิทธิได้วันละ 1 ห้อง/คืน

นางสาวฐาปนีย์กล่าวว่า การที่ ททท.เลือกใช้แอปพลิเคชั่น Amazing Thailand ในการลงทะเบียนเที่ยวไทยคนละครึ่ง แทนการพึ่งพาแอปพลิเคชั่นอื่น ๆ ของทางภาครัฐที่ได้มีการพัฒนามาแล้วนั้น เนื่องจากจะทำให้ ททท.สามารถเข้าถึงข้อมูลด้านพฤติกรรมของนักท่องเที่ยว

ซึ่งจะเป็นประโยชน์สำหรับการวางแผนและทำการตลาดเชิงรุก การพัฒนายุทธศาสตร์การท่องเที่ยว เพื่อขับเคลื่อนการท่องเที่ยวด้วย Data-Driven Strategy ตลอดจนสามารถขยายโอกาสไปถึงการสนับสนุนผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมท่องเที่ยว (Stakeholders’ Ecosystem) ให้สามารถตอบโจทย์นักท่องเที่ยวได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้นในอนาคต

รวมถึงช่วยให้งบประมาณที่ภาครัฐอุดหนุนลงไปก่อให้เกิดประโยชน์สูงสุด โดย ททท.ให้ความสำคัญกับความโปร่งใสและความปลอดภัยในการใช้งานของผู้รับบริการ โดยการใช้ ThaID ซึ่งเป็นแอปพลิเคชั่นของภาครัฐในการยืนยันตัวตนสำหรับผู้ใช้สิทธิ นอกจากเป็นการบูรณาการการทำงานร่วมกันแล้ว ยังเป็นการยกระดับมาตรฐานการยืนยันตัวตนของภาครัฐ เพื่อเพิ่มความโปร่งใส ป้องกันการสวมสิทธิแบบในอดีต และการจัดสรรงบประมาณเป็นไปอย่างทั่วถึงและสมเหตุสมผล ซึ่งถือเป็นหัวใจสำคัญของโครงการนี้

ทั้งนี้ สำหรับประชาชนที่ได้จองห้องพักและชำระเงินเพื่อใช้สิทธิในโครงการเที่ยวไทยคนละครึ่งเรียบร้อยแล้ว หากยังไม่มีการยืนยันตัวตันผ่าน ThaID ขอให้ยืนยันตัวตนก่อนการเดินทางใช้สิทธิ เพื่อป้องกันปัญหาการสวมสิทธิในการเดินทาง

สำหรับข้อขัดข้องบางประการและความไม่สะดวกในการใช้งานที่ประชาชนและผู้ประกอบการได้รับในช่วงการเริ่มต้นโครงการ ซึ่งส่งผลให้เกิดความล่าช้าในการลงทะเบียน ตลอดจนความไม่สะดวกในการเข้ารับบริการของประชาชนและผู้ประกอบการในการใช้สิทธิ ททท.ได้เร่งดำเนินการแก้ไขในประเด็นปัญหาต่าง ๆ ทั้งในเรื่องการใช้โดเมนใหม่ในการรองรับการลงทะเบียนโครงการ การปรับ Flow การยืนยันตัวตนให้เกิดขึ้นก่อนขั้นตอนการชำระเงิน เพื่อให้ระบบทำงานได้เสถียรมากขึ้น

รวมถึงการเพิ่มจำนวน Contact Center และการรองรับของระบบแชตผ่านช่องทาง LINE และเร่งทำให้ระบบมีความเสถียรและใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพโดยเร็วที่สุด ซึ่งภายหลังจากการเปิดลงทะเบียนใหม่อีกครั้ง พบว่าสามารถรองรับการเข้าลงทะเบียนของประชาชนและผู้ประกอบการได้ดีขึ้น

สำหรับประเด็นในเรื่องการร้องเรียนราคาห้องพักที่มีราคาสูงกว่าปกตินั้น ทาง ททท.จะเร่งตรวจสอบราคาห้องพักของผู้ประกอบการ หากพบว่ามีการปรับราคาสูงขึ้นกว่าค่าเฉลี่ยในช่วงที่ผ่านมา จะมีการตักเตือนและขอให้แก้ไข และตัดออกจากระบบหากไม่ปฏิบัติตาม

“ททท.ได้เร่งดำเนินการคัดกรองผู้ประกอบการที่มีความพร้อม และตรงกับความสนใจของประชาชนเข้ามาในระบบเพิ่มมากขึ้น เพื่อให้ประชาชนมีทางเลือกมากที่สุด ทั้งในส่วนของจำนวนและคุณภาพของสถานประกอบการที่เข้าร่วมโครงการ โดยล่าสุดโครงการได้เปิดให้สถานประกอบการประเภทโรงแรม สามารถนำเสนอเรตราคาห้องพักได้สำหรับช่วงวันธรรมดาและวันหยุด เพื่อเป็นทางเลือกในการใช้สิทธิในระบบแก่ประชาชนให้มากขึ้น” นางสาวฐาปนีย์กล่าว