13 จังหวัดเสี่ยงสูง เตรียมรับมือดินโคลนถล่ม หลังฝนตกต่อเนื่อง วันที่ 21-24 ก.ค. 2568
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ได้ติดตามสถานการณ์เตือนระวังดินโคลนถล่มพื้นที่ลาดชันและเชิงเขาช่วง 21-24 ก.ค. 68 เนื่องจากฝนตกหนักต่อเนื่องและมีฝนสะสม ระหว่างวันที่ 21-24 กรกฎาคม 2568 เนื่องจากมีฝนตกหนักต่อเนื่องและมีฝนสะสม โดยเฉพาะในพื้นที่ลาดชัน และเชิงเขา
พื้นที่เสี่ยงดินโคลนถล่ม
ปภ. ได้แจ้งเตือนไปยังจังหวัดและอำเภอต่าง ๆ ดังนี้
ภาคเหนือ
- จังหวัดตาก : อำเภอท่าสองยาง, แม่ระมาด, แม่สอด, อุ้มผาง, เมือง, บ้านตาก, สามเงา
- จังหวัดแม่ฮ่องสอน : อำเภอสบเมย, แม่สะเรียง, แม่ลาน้อย, ขุนยวม, เมือง, ปางมะผ้า, ปาย
- จังหวัดน่าน : อำเภอเฉลิมพระเกียรติ, ทุ่งช้าง, เชียงกลาง, ท่าวังผา, ปัว, บ่อเกลือ, สันติสุข, เมืองน่าน
- จังหวัดแพร่ : อำเภอวังชิ้น, เด่นชัย, ร้องกวาง, สอง
- จังหวัดพะเยา : อำเภอจุน, ปง, เชียงคำ, ภูซาง
- จังหวัดเชียงราย : อำเภอเทิง, พญาเม็งราย, เชียงแสน, เชียงของ, แม่จัน, แม่ฟ้าหลวง, แม่สาย, เวียงป่าเป้า
ภาคตะวันตก
- จังหวัดกาญจนบุรี : อำเภอสังขละบุรี, ทองผาภูมิ, ด่านมะขามเตี้ย, ศรีสวัสดิ์, ไทรโยค, เมือง
ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
- จังหวัดอุดรธานี : อำเภอนายูง, น้ำโสม
- จังหวัดหนองบัวลำภู : อำเภอสุวรรณคูหา
- จังหวัดชัยภูมิ : อำเภอคอนสาร, หนองบัวแดง, เกษตรสมบูรณ์
คำแนะนำสำหรับประชาชนที่อยู่ในพื้นที่เสี่ยง
ปภ. ขอให้ประชาชนในพื้นที่ดังกล่าวเตรียมความพร้อมรับมือสถานการณ์ฉุกเฉิน โดยปฏิบัติดังนี้ :
- เตรียมสิ่งของจำเป็น : เช่น ไฟฉาย, ยา, เอกสารสำคัญ หลีกเลี่ยงพื้นที่เสี่ยง
- : ไม่เข้าไปในพื้นที่ลาดชันหรือเชิงเขาที่มีความเสี่ยงสูง
- สังเกตสิ่งบอกเหตุ
- เสียงแตกหักของต้นไม้
- ต้นไม้โยกเอนผิดปกติ
- สัตว์ป่าแตกตื่น
- เสียงเคลื่อนตัวของดินโคลนหรือน้ำหลาก
- ดินอิ่มน้ำหรือชุ่มน้ำผิดปกติ
- ระดับน้ำในแม่น้ำหรือห้วยเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็วผิดปกติ
- น้ำมีสีขุ่นขึ้น
ทั้งนี้ ขอให้ประชาชนติดตามข่าวสารจากทางราชการในพื้นที่อย่างใกล้ชิดเพื่อรับทราบข้อมูลและสถานการณ์ล่าสุด
หากต้องการแจ้งเหตุหรือขอความช่วยเหลือ สามารถติดต่อได้ทาง ไลน์ ปภ.รับแจ้งเหตุ 1784 โดยเพิ่มเพื่อนที่ Line ID : @1784DDPM หรือโทร. สายด่วนนิรภัย (ปภ.) 1784 ตลอด 24 ชั่วโมง
พื้นที่เสี่ยงภัยฝนตกหนัก กรมอุตุฯเตือน พายุวิภา พัดถล่ม 22-24 ก.ค.นี้
กรมอุตุนิยมวิทยา อัพเดตพายุโซนร้อนกำลังแรง “วิภา (WIPHA)” เช้าวันนี้ (22/7/68) ว่า เมื่อ เวลา 04.00 น. มีศูนย์กลางอยู่ห่างประมาณ 50 กิโลเมตร ทางตะวันออกของเมืองท้ายบิ่ญ ประเทศเวียดนาม กำลังเคลื่อนตัวทางทิศตะวันตกค่อนทางใต้เล็กน้อย ด้วยความเร็วประมาณ 15 กิโลเมตรต่อชั่วโมง
คาดว่าพายุนี้จะเคลื่อนขึ้นฝั่งบริเวณเมืองนี้ ในช่วงสายวันนี้ (22 ก.ค. 68) และจะอ่อนกำลังลงเป็นพายุดีเปรสชั่นและหย่อมความกดอากาศต่ำตามลำดับ
หลังจากนั้นพายุนี้มีแนวโน้มจะเคลื่อนตัวตามแนวร่องมรสุมที่พาดผ่านประเทศลาวตอนบนและภาคเหนือตอนบนต่อไป
ในขณะที่มรสุมตะวันตกเฉียงใต้ ที่พัดเข้าหาศูนย์กลางของพายุ ยังคงมีกำลังแรง แม้พายุนี้จะอ่อนกำลังลงเป็นหย่อมความกดอากาศต่ำเมื่อใกล้เข้าสู่ประเทศไทยแล้วก็ตาม
แต่จะส่งผลกระทบทำให้มีฝนตกหนักถึงหนักมากในพื้นที่ภาคเหนือ ภาคอีสานตอนบน ภาคกลางด้านตะวันตก ภาคตะวันออก ต้องระวังฝนตกหนัก ฝนตกสะสม อาจทำให้เกิดสภาวะน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลากได้ในพื้นที่ดังกล่าว
โดยเฉพาะช่วง 22-24 ก.ค. 68 ต้องเตรียมการรับมือและเตรียมความพร้อมหากจำเป็นต้องอพยพ รวมทั้งอาจมีลมแรงหลายพื้นที่ และคลื่นลมมีกำลังแรง โดยเฉพาะช่วง 22-25 ก.ค. 68 ชาวเรือควรเดินเรือด้วยความระวัง คลื่นลมแรง เรือเล็กงดออกจากฝั่งโดยเด็ดขาด และยังต้องติดตามประกาศจากกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างใกล้ชิด
พยากรณ์อากาศ 24 ชั่วโมงข้างหน้า
ประเทศไทยมีฝนตกหนักบางแห่ง กับมีลมแรง โดยมีฝนตกหนักมากบางพื้นที่ (15 จังหวัด) บริเวณจังหวัดเชียงราย ลำปาง พะเยา น่าน แพร่ ตาก เลย หนองคาย บึงกาฬ อุดรธานี สกลนคร นครพนม กาญจนบุรี จันทบุรี และตราด
ขอให้ประชาชนในบริเวณดังกล่าวระวังอันตรายจากฝนตกหนักถึงหนักมากและฝนที่ตกสะสม ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก โดยเฉพาะพื้นที่ลาดเชิงเขาใกล้ทางน้ำไหลผ่านและพื้นที่ลุ่ม
ทั้งนี้เนื่องจากมรสุมตะวันตกเฉียงใต้กำลังแรงพัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทย ประกอบกับมีร่องมรสุมพาดผ่านประเทศเมียนมาตอนบน และประเทศลาวตอนบน ในขณะที่พายุโซนร้อนกำลังแรง “วิภา” ที่ปกคลุมบริเวณอ่าวตังเกี๋ย คาดว่าจะเคลื่อนขึ้นฝั่งบริเวณประเทศเวียดนามตอนบนในวันนี้ (22 ก.ค. 68) และจะอ่อนกำลังลงเป็นพายุดีเปรสชั่นและหย่อมความกดอากาศต่ำตามลำดับ หลังจากนั้นพายุนี้มีแนวโน้มจะเคลื่อนตัวตามแนวร่องมรสุมที่พาดผ่านประเทศลาวตอนบนและภาคเหนือตอนบนต่อไป
สำหรับคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันตอนบนมีกำลังแรง โดยมีคลื่นสูง 2-4 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 4 เมตร ส่วนทะเลอันดามันตอนล่างและอ่าวไทยตอนบนมีคลื่นสูง 2-3 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 3 เมตร ขอให้ชาวเรือบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยเดินเรือด้วยความระมัดระวังและหลีกเลี่ยงการเดินเรือในบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง ส่วนเรือเล็กบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยตอนบนควรงดออกจากฝั่ง