สถาบันวิจัยและพัฒนาอัญมณีและเครื่องประดับแห่งชาติ (GIT) ประกาศความพร้อมจัดงานประชุมวิชาการนานาชาติด้านอัญมณีและเครื่องประดับ ครั้งที่ 8 หรือ GIT 2025 เดินหน้าตอกย้ำบทบาทประเทศไทยในฐานะศูนย์กลางวิชาการและเป็นผู้นำอุตสาหกรรมในระดับโลก ชูแนวคิด “Responsible Gem & Jewelry Supply Chain” ดึงผู้เชี่ยวชาญทั่วโลกร่วมถกประเด็นความยั่งยืน กำหนดจัดขึ้นระหว่าง 8-9 กันยายน 2568 ณ โรงแรมแกรนด์ ไฮแอท เอราวัณ กรุงเทพฯ
นายสุเมธ ประสงค์พงษ์ชัย ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยและพัฒนาอัญมณีและเครื่องประดับแห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ GIT เปิดเผยว่า สถาบันมีกำหนดจัดงานประชุมวิชาการนานาชาติด้านอัญมณีและเครื่องประดับ ครั้งที่ 8 (GIT 2025) เพื่อเป็นเวทีสำคัญในการรวบรวมผู้เชี่ยวชาญระดับโลก ที่ให้นักวิชาการ นักวิจัย นักออกแบบ ผู้ประกอบการ นักลงทุน และผู้มีส่วนเกี่ยวข้องจากทั่วโลก
มาร่วมแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ นำเสนอผลงานวิชาการ และอภิปรายเกี่ยวกับนวัตกรรมที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมอัญมณีและเครื่องประดับ โดยมุ่งเน้นด้านความยั่งยืนเป็นหัวใจหลักของการจัดงานในปีดังกล่าว
ซึ่งการประชุมครั้งนี้มีเป้าหมายสำคัญในการยกระดับมาตรฐานของภาคอุตสาหกรรมอัญมณีและเครื่องประดับไทย ควบคู่กับการสร้างเครือข่ายความร่วมมือระดับนานาชาติที่เข้มแข็ง ซึ่งไม่เพียงแต่จะแสดงถึงขีดความสามารถทางวิชาการและความเป็นผู้นำของสถาบันในระดับโลกเท่านั้น แต่ยังมีส่วนในการกำหนดทิศทางอนาคตของอุตสาหกรรม
โดยเบื้องต้นจะเน้นย้ำถึงความสำคัญของการจัดซื้อจัดจ้างและการจัดหาอย่างรับผิดชอบ (Responsible Sourcing) การออกแบบเชิงนวัตกรรม และการสร้างรูปแบบธุรกิจที่มีจริยธรรม เพื่อเสริมสร้างภาพลักษณ์ของประเทศไทยในฐานะ “ศูนย์กลางการผลิตและการค้าอัญมณีและเครื่องประดับของโลก” ให้เด่นชัดยิ่งขึ้น
นอกจากนี้ ผู้เข้าร่วมงานประชุม GIT 2025 ยังจะได้รับโอกาสพิเศษในการเข้าร่วมงานแสดงสินค้าอัญมณีและเครื่องประดับ Bangkok Gems and Jewelry Fair ครั้งที่ 72 ซึ่งจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 9-13 กันยายน 2568 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่ต่อเนื่องกัน เอื้อประโยชน์สูงสุดแก่ผู้ที่อยู่ในวงการอุตสาหกรรมอัญมณีและเครื่องประดับจากทั่วโลก
“GIT 2025 จะเป็นเวทีที่สะท้อนถึงศักยภาพของประเทศไทยในการเป็นผู้นำด้านอัญมณีและเครื่องประดับอย่างแท้จริง เราต้องการสร้างการรับรู้และผลักดันให้อุตสาหกรรมตลอดทั้งห่วงโซ่อุปทานหันมาให้ความสำคัญกับความยั่งยืนและความรับผิดชอบ ซึ่งเป็นเทรนด์ที่ทั่วโลกกำลังจับตามอง”