กรมอุตุฯประกาศ ปิดศูนย์ปฏิบัติการ พายุ “วิภา” หลังพายุผ่านพ้นไปแล้ว
กรมอุตุฯประกาศปิดศูนย์ปฏิบัติการติดตามพายุ “วิภา” หลังอิทธิพลของพายุผ่านพ้นไปแล้ว แต่ยังต้องเฝ้าระวังระดับน้ำตามลำน้ำที่ท่วมและเพิ่มสูงและล้นตลิ่งต่อไปอีกระยะ โดยเฉพาะที่จังหวัดน่านและพะเยา รวมถึงประชาชนในภาคเหนือ
วันที่ 24 กรกฎาคม 2568 ดร.สุกันยาณี ยะวิญชาญ อธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยา เป็นประธานการประชุมติดตามสถานการณ์ภายหลังการสลายตัวของพายุวิภา ร่วมด้วยนายนัฐวุฒิ แดนดี รองอธิบดีฝ่ายวิชาการ ศูนย์อุตุนิยมวิทยาภาค สถานีอุตุนิยมวิทยา และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องร่วมงาน
ก่อนหน้านี้ กรมอุตุนิยมวิทยาได้เปิดศูนย์ปฏิบัติการติดตามพายุ “วิภา” ตั้งแต่วันที่ 21 ก.ค. 68 เป็นต้นมา เพื่อติดตามพายุ “วิภา” ตามที่กรมอุตุนิยมวิทยาได้คาดการณ์และประกาศแจ้งเตือน ซึ่งอิทธิพลของพายุทำให้เกิดฝนตกหนักหลายพื้นที่ของภาคเหนือ ภาคอีสานตอนบน โดยเฉพาะบริเวณ จ.น่าน พะเยา เชียงรายมีฝนตกหนัก ทำให้มีสถานการณ์น้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก อุทกภัย ดินโคลนถล่ม ส่งผลกระทบต่อประชาชนในภาคเหนือ ทั้งชีวิต ทรัพย์สิน และความปลอดภัยของประชาชน
และวันนี้ (24 ก.ค. 68) สถานการณ์ได้เริ่มมีฝนตกลดน้อยลงแล้ว หลังจากพายุ “วิภา” สลายตัว แต่ยังเฝ้าระวังระดับน้ำตามลำน้ำที่เพิ่มสูงและล้นตลิ่งต่อไปอีกระยะ
อนึ่ง สำหรับหย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรงที่อ่อนกำลังลงจากพายุดีเปรสชั่น “วิภา” มีแนวโน้มจะเคลื่อนออกไปทางประเทศเมียนมาในช่วงวันที่ 25-26 ก.ค. 2568 นี้
อธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยากล่าวว่า ได้ฝากให้ศูนย์อุตุนิยมวิทยาภาค และสถานี ติดตาม และรายงานสภาพอากาศช่วงฤดูมรสุม หรือฤดูฝนอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งให้สำรวจและรวบรวมข้อมูลของเหตุการณ์ เพื่อให้ทุกหน่วยงานสามารถนำไปใช้ประโยชน์ต่อไปได้ และขอบคุณศูนย์สถานีทุกแห่ง กองพยากรณ์อากาศ กองสื่อสาร และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ในการร่วมกันดำเนินการในภารกิจครั้งนี้
ทั้งนี้ ยังขอให้ประชาชนติดตามข่าวพยากรณ์อากาศจากกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างใกล้ชิดต่อไป

จับตาพายุ 2 ลูกใหม่
ก่อนหน้านี้วันเดียวกัน กรมอุตุนิยมวิทยาได้อัพเดตสถานการณ์ล่าสุด พายุบริเวณทะเลจีนใต้และมหาสมุทรแปซิฟิกตะวันตก คืนวันที่ 23/7/68 ระบุว่า พายุ “วิภา” ไปแล้ว แต่มีก่อตัวอีก 2 ลูก บริเวณทะเลจีนใต้และมหาสมุทรแปซิฟิกตะวันตก แต่จากการคาดการณ์ทั้ง 2 ลูกนี้ ยืนยันยังไม่มีแนวโน้มเคลื่อนเข้าสู่ประเทศไทย ประชาชนไม่ต้องกังวล ขอให้ติดตามเป็นระยะ ๆ กับกรมอุตุนิยมวิทยา
ขณะที่ในแผนที่อากาศผิวพื้นของกรมอุตุนิยมวิทยา เผยภาพให้เห็นชัดถึงพายุ 2 ลูกดังกล่าว โดยกรมอุตุนิยมวิทยาระบุว่ามีหย่อมความกดอากาศต่ำบริเวณประเทศเมียนมา (จากพายุวิภาที่อ่อนกำลังลง) และมีร่องมรสุมที่พาดผ่านตอนบนของภาคเหนือ ประเทศลาวตอนบน เข้าสู่หย่อมความกดอากาศต่ำบริเวณประเทศเวียดนามตอนบน
ประกอบกับมีพายุโซนร้อน “ก๋อมัย” (CO-MAY) บริเวณด้านตะวันตกของประเทศฟิลิปปินส์ และมีพายุโซนร้อน “ฟรานซิสโก” (FRANCISCO) บริเวณมหาสมุทรแปซิฟิก (ดูกราฟิกประกอบ)
สำหรับชื่อของพายุฟรานซิสโก (FRANCISCO) หมายถึงชื่อของผู้ชาย (ภาษาชนเผ่าชามอร์ไรในหมู่เกาะมาเรียนา (Mariana) เป็นพายุลูกที่ 7 จากการนับจำนวนพายุ RSMC ของโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น
ส่วนชื่อของพายุก๋อมัย (CO-MAY) หมายถึงหญ้าเจ้าชู้ ตั้งชื่อโดยประเทศเวียดนาม เป็นพายุลูกที่ 8 จากการนับจำนวนพายุ RSMC ของโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น
