แบงก์พาณิชย์ ระดมออกมาตรการช่วยลูกค้า ได้รับผลกระทบความไม่สงบบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา และ อุทกภัยในพื้นที่ภาคเหนือ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ธนาคารพาณิชย์ได้ออกมาตรการเร่งด่วนเพื่อช่วยเหลือลูกค้าที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ความไม่สงบบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา และ อุทกภัยในพื้นที่ภาคเหนือ
สมาคมธนาคารไทย-ธนาคารสมาชิก เร่งช่วยเหลือ
นายผยง ศรีวณิช ประธานสมาคมธนาคารไทย เปิดเผยว่า สมาคมธนาคารไทยและธนาคารสมาชิก มีความห่วงใยต่อลูกค้าและประชาชนผู้ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ดังกล่าว พร้อมเดินหน้ามาตรการให้ความช่วยเหลืออย่างเร่งด่วนและเหมาะสม เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนในเบื้องต้น ผ่านมาตรการทางการเงินที่ได้ดำเนินการมาอย่างต่อเนื่อง เพื่อช่วยเหลือลูกค้าและประชาชนในสถานการณ์ฉุกเฉิน
มาตรการช่วยเหลือลูกค้าที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ความไม่สงบในพื้นที่ชายแดนไทย-กัมพูชา
ธนาคารสมาชิกพิจารณาให้ความช่วยเหลือ ครอบคลุมสินเชื่อบัตรเครดิต พิจารณาปรับลดอัตราการผ่อนชำระขั้นต่ำให้แก่ลูกหนี้ที่ได้รับผลกระทบ สินเชื่อส่วนบุคคล พิจารณาขยายระยะเวลาการชำระหนี้ พักชำระเงินต้นหรือดอกเบี้ยชั่วคราว และปรับโครงสร้างหนี้ให้สอดคล้องกับความสามารถในการชำระหนี้ของลูกค้า และ สินเชื่อทุกประเภท พิจารณาให้ความช่วยเหลือเพิ่มเติมตามสภาพคล่องของลูกหนี้ เพื่อบรรเทาภาระทางการเงินในช่วงวิกฤต
มาตรการช่วยเหลือลูกค้าที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์น้ำท่วม
ครอบคลุมการลดภาระในการชำระหนี้ การสนับสนุนทางการเงินเพื่อเสริมสภาพคล่องในการดำรงชีพและการประกอบธุรกิจ รวมถึงการฟื้นฟูซ่อมแซมที่อยู่อาศัยและทรัพย์สินที่ได้รับความเสียหาย
สมาคมธนาคารไทย ได้ประสานธนาคารสมาชิกในการให้ความช่วยเหลือลูกค้าอย่างเร่งด่วน ซึ่งธนาคารหลายแห่งได้ออกมาตรการเพื่อบรรเทาผลกระทบในเบื้องต้นแล้ว ขณะที่ธนาคารอื่น ๆ อยู่ระหว่างการพิจารณาดำเนินการเพิ่มเติมอย่างเร่งด่วน ทั้งนี้ การให้ความช่วยเหลือจะพิจารณาตามความเหมาะสมของแต่ละราย โดยคำนึงถึงสถานการณ์และความจำเป็นของลูกค้าเป็นสำคัญ เพื่อให้สามารถกลับมาดำรงชีพและดำเนินธุรกิจต่อไปได้อย่างปกติโดยเร็ว โดยเงื่อนไขและเกณฑ์การพิจารณาลูกค้าแต่ละรายเป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่แต่ละธนาคารกำหนด
สามารถแจ้งความประสงค์ขอรับความช่วยเหลือได้ที่ธนาคารที่ใช้บริการอยู่ ผ่านทางสาขา เจ้าหน้าที่หรือฝ่ายงานที่ดูแลสินเชื่อ หรือ Call Center ของแต่ละธนาคารได้ทันที
ไทยพาณิชย์ ช่วยลูกค้าทุกกลุ่ม
ธนาคารไทยพาณิชย์ ออกมาตรการเร่งด่วนเพื่อช่วยเหลือลูกค้าที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างไทยและกัมพูชา และอุทกภัยในพื้นที่ภาคเหนือ โดยให้ความช่วยเหลือทั้งกลุ่มลูกค้าบุคคล ลูกค้าสินเชื่อธุรกิจเพื่อผู้ประกอบการและลูกค้าผู้ประกอบการ SME ทั้งมาตรการพักชำระและสินเชื่อพิเศษเพื่อซ่อมแซมบ้านและกิจการอย่างเต็มที่
โดยให้ความช่วยเหลือสำหรับลูกค้าปัจจุบันและลูกค้าใหม่ ทั้งในรูปแบบการพักชำระหนี้ และการสนับสนุนสินเชื่อใหม่เพื่อซ่อมแซมที่อยู่อาศัย รวมถึงฟื้นฟูกิจการที่ได้รับผลกระทบ มีรายละเอียดดังนี้
กลุ่มลูกค้าบุคคล และกลุ่มลูกค้าสินเชื่อธุรกิจเพื่อผู้ประกอบการ ประกอบด้วย
1. สินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัย
– สำหรับลูกค้าปัจจุบัน – สินเชื่อบ้าน และสินเชื่อบ้านคือเงิน (My Home My Cash) พักชำระเงินต้นนาน 3 เดือน
– สำหรับลูกค้าใหม่ – สินเชื่อบ้านได้เพิ่มเพื่อซ่อมแซมบ้าน (สินเชื่อบ้านได้เพิ่ม สำหรับลูกค้าสินเชื่อบ้าน (Home Loan Top Up) หรือ สินเชื่อบ้านได้เพิ่ม สำหรับลูกค้าสินเชื่อบ้านคือเงิน (My Home My Cash Top Up)) ดอกเบี้ย 0% นาน 3 เดือน ฟรีค่าประเมินราคาหลักประกัน ได้แก่ บ้านเดี่ยว บ้านแฝด ทาวน์เฮ้าส์ทาวน์โฮม คอนโดมิเนียม และ อาคารพาณิชย์
2. สินเชื่อรถยนต์
สำหรับลูกค้าสินเชื่อรถยนต์ สามารถพักชำระหนี้สูงสุด 3 เดือน และขยายระยะเวลาในการผ่อนชำระสูงสุด 3 เดือน (รวมอายุผู้กู้ไม่เกิน 65 ปี)
3. สินเชื่อธุรกิจเพื่อผู้ประกอบการ (SSME)
– สำหรับลูกค้าสินเชื่อธุรกิจเพื่อผู้ประกอบการปัจจุบัน พักชำระเงินต้นสูงสุดนาน 3 เดือน และสินเชื่อเพื่อฟื้นฟูกิจการ ดอกเบี้ยคงที่เริ่มต้น 3.5% ต่อปี นาน 24 เดือน ระยะเวลากู้สูงสุด 10 ปี
– สำหรับลูกค้าสินเชื่อธุรกิจเพื่อผู้ประกอบการที่ต้องการขอสินเชื่อใหม่ (ยอดขายไม่เกิน 75 ล้านบาทต่อปี) สามารถขอสินเชื่อเพื่อฟื้นฟูกิจการภายใต้โครงการสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ (Soft Loan) โดยมีเงื่อนไข ดังนี้:
o อัตราดอกเบี้ยคงที่เริ่มต้น 3.5% ต่อปี ในช่วง 24 เดือนแรก ค่าธรรมเนียมการให้สินเชื่อ (Front-End Fee) 1%
o ระยะเวลากู้สูงสุดไม่เกิน 10 ปี
o วงเงินสูงสุด 40 ล้านบาทต่อราย (รวมวงเงินจากทุกสถาบันการเงินที่เข้าร่วมโครงการ)
o ใช้หลักทรัพย์ค้ำประกัน
o ลูกค้าต้องนำเงินกู้ไปใช้เพื่อฟื้นฟูกิจการที่ได้รับผลกระทบเท่านั้น ไม่สามารถนำไปชำระหนี้เดิม หรือ Refinance
o ต้องยื่นเอกสารแสดงความเสียหายหรือผลกระทบจากสถานการณ์ประกอบการพิจารณา
สามารถติดต่อขอเข้าร่วมโครงการได้ที่ธนาคารไทยพาณิชย์ทุกสาขาทั่วประเทศ หรือโทร SCB Customer Call Center โทร 02-777-7777 ได้ตั้งแต่วันที่ 25 กรกฎาคม 2568 – 31 ตุลาคม 2568
ลูกค้าผู้ประกอบการ SME
ธนาคารมีโครงการให้ความช่วยเหลือผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบทั้งทางตรง และทางอ้อม ผ่าน 4 มาตรการหลัก ประกอบด้วย 1) พักชำระเงินต้นสูงสุดนาน 6 เดือน 2) พักชำระเงินต้นและดอกเบี้ยสูงสุดนาน 3 เดือน 3) เพิ่มวงเงินหมุนเวียนชั่วคราว วงเงินสูงสุด 20% ของวงเงินหมุนเวียนเดิม และไม่เกิน 10 ล้านบาท 4) วงเงินกู้สำหรับปรับปรุง ซ่อมแซม หรือซื้อทดแทนทรัพย์สินที่เสียหายของกิจการ สูงสุด 20% ของวงเงินเดิม ไม่เกิน 10 ล้านบาท
ลูกค้าผู้ประกอบการ SME สามารถติดต่อขอเข้าร่วมโครงการได้ที่เจ้าหน้าที่ธุรกิจสัมพันธ์ และ SCB Business Call Center โทร 02-722-2222 ได้ตั้งแต่วันที่ 25 กรกฎาคม 2568 – 31 ธันวาคม 2568
กู้เท่าที่จำเป็นและชำระคืนไหว
สำหรับสินเชื่อบ้านได้เพิ่ม อัตราดอกเบี้ยที่แท้จริงอยู่ระหว่าง 4.906%- 13.879% ต่อปี โดยอัตราดอกเบี้ยลูกค้ารายย่อยชั้นดี (Minimum Retail Rate : MRR ) ปัจจุบันเท่ากับ 7.025%ต่อปี มีผลวันที่ 19 พฤษภาคม 2568 ซึ่งเป็นอัตราดอกเบี้ยลอยตัว สามารถเปลี่ยนแปลงเพิ่มขึ้นหรือลดลงได้ตามประกาศของธนาคาร รายละเอียดการคำนวณเพิ่มเติมดูได้ที่ เว็บไซต์ www.scb.co.th
กรุงศรี ออกมาตรการเร่งด่วน
กรุงศรี (ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) และบริษัทในเครือ) ออกมาตรการเร่งด่วนเพื่อช่วยเหลือลูกค้ากรุงศรี ครอบคลุมทั้งลูกค้าบุคคล และลูกค้าธุรกิจ SME ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์อุทกภัยฉับพลันจากอิทธิพลของพายุโซนร้อนวิภา และสถานการณ์ความไม่สงบบริเวณชายแดน
รายละเอียดมาตรการช่วยเหลือลูกค้าที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย และสถานการณ์ความไม่สงบบริเวณชายแดน ประกอบด้วย
ลูกค้าสินเชื่อบุคคล สินเชื่อบ้าน และสินเชื่อ SME รายย่อย
• ลดค่างวด ครอบคลุมดอกเบี้ยจ่ายในแต่ละเดือน สูงสุดระยะเวลา 6 เดือน หรือ
• พักชำระเงินต้น (ชำระเพียงดอกเบี้ย) สูงสุดระยะเวลา 3 เดือน
แจ้งความประสงค์ขอรับมาตรการช่วยเหลือได้ที่สาขาของธนาคารกรุงศรีอยุธยาทั่วประเทศ หรือ Krungsri Call Center 1572 ตั้งแต่วันนี้ ถึง 30 ธันวาคม 2568 โดยเงื่อนไขและเกณฑ์การพิจารณาลูกค้าแต่ละรายเป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่ธนาคารกำหนด
ลูกค้าสินเชื่อธุรกิจ SME
• ลดค่างวด ครอบคลุมดอกเบี้ยจ่ายในแต่ละเดือน สูงสุดระยะเวลา 6 เดือน หรือ
• พักชำระเงินต้น (ชำระเพียงดอกเบี้ย) สูงสุดระยะเวลา 6 เดือน
แจ้งความประสงค์ขอรับมาตรการช่วยเหลือได้ที่ผู้จัดการธุรกิจสัมพันธ์ (Relationship Manager) หรือ สอบถามโทร. 02-296-6262 หรือ 02-626-2626 ตั้งแต่วันนี้ ถึง 30 ธันวาคม 2568
ลูกค้าสินเชื่อกรุงศรี ออโต้
• พักชำระค่างวด เป็นระยะเวลา 3 เดือน
แจ้งความประสงค์ขอรับมาตรการช่วยเหลือ สอบถามรายละเอียดและเงื่อนไขเพิ่มเติม ได้ที่ กรุงศรี ออโต้
โทร. 02-740-7400 กด 3 ตั้งแต่วันนี้ ถึง 30 กันยายน 2568
ลูกค้าบัตรเครดิตและสินเชื่อส่วนบุคคลในกลุ่มกรุงศรี คอนซูมเมอร์
มาตรการที่ 1: พักชำระหนี้ นานสูงสุด 2 รอบบัญชี สำหรับลูกค้าที่มีสถานะบัญชีปกติ โดยพักชำระหนี้สูงสุดไม่เกิน 2 รอบบัญชี ระหว่างเดือนกรกฎาคม ถึง กันยายน 2568 โดยระหว่างเข้าร่วมมาตรการพักชำระดังกล่าว ดอกเบี้ยยังคงคำนวณตามอัตราปกติแบบลดต้นลดดอก
ทั้งนี้ ลูกค้าซึ่งประสงค์จะขอรับความช่วยเหลือจากโครงการดังกล่าว สามารถติดต่อมายังบริษัทฯ เพื่อลงทะเบียนแจ้งความจำนงภายใน 31 สิงหาคม 2568 ผ่านทางศูนย์บริการสมาชิกบัตรเครดิตและสินเชื่อในกลุ่มกรุงศรี
คอนซูมเมอร์ (ทุกวัน ตลอด 24 ชม.) หรือ Helpline : 02-714-5155 (ในเวลาทำการ จันทร์ถึงศุกร์ 8.30 –
17.30 น.) และจะได้รับการพิจารณาเป็นรายกรณี (การพิจารณาเป็นไปตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขของบริษัท)
มาตรการที่ 2: ปรับลดยอดผ่อนชำระรายเดือน ด้วยการขยายระยะเวลาในการผ่อนชำระ (ปรับปรุงโครงสร้างหนี้) (ทั้งนี้ ไม่รวมลูกค้าที่ได้รับการช่วยเหลือในมาตรการอื่นสูงสุดอยู่แล้ว) โดยลูกค้าที่สนใจเข้าร่วมมาตรการ สามารถติดต่อมายังบริษัทฯ เพื่อลงทะเบียนแจ้งความจำนง ผ่านทางศูนย์บริการสมาชิกบัตรฯ (ทุกวัน ตลอด 24 ชม.) หรือ Helpline: 02-714-5155 (ในเวลาทำการ จันทร์ถึงศุกร์ 8.30 – 17.30 น.) และจะได้รับการพิจารณาเป็นรายกรณี (การพิจารณาเป็นไปตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขของบริษัท)
ข้อมูลเพิ่มเติม สามารถติดตามได้จากเว็บไซต์ www.krungsriconsumer.com หรือติดต่อศูนย์บริการสมาชิกบัตรเครดิตและสินเชื่อในกลุ่มกรุงศรี คอนซูมเมอร์
-ศูนย์บริการสมาชิกบัตรเครดิต กรุงศรี 02-646-3555
-ศูนย์บริการสมาชิกบัตรกรุงศรีเฟิร์สช้อยส์ 02-345-6789
-ศูนย์บริการสมาชิกบัตรเครดิต เซ็นทรัล เดอะวัน 02-627-8111
-ศูนย์บริการสมาชิกบัตรเครดิตโลตัส1712
กสิกรไทย “พักชำระเงินต้น-ปรับยอดผ่อน”
นายรุ่งเรือง สุขเกิดกิจพิบูลย์ ผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกสิกรไทย เปิดเผยว่า จากสถานการณ์ความไม่สงบที่ชายแดนไทย-กัมพูชา และสถานการณ์อุทกภัยในภาคเหนือที่เกิดขึ้นจากอิทธิพลของพายุ “วิภา” ได้ส่งผลกระทบต่อทรัพย์สินและความเป็นอยู่ของประชาชนในหลายพื้นที่
ธนาคารกสิกรไทยตระหนักดีถึงความเดือดร้อนของลูกค้าที่ได้รับผลกระทบโดยตรง จึงรีบดำเนินการเร่งด่วนออกมาตรการช่วยเหลือลูกค้าทั้งลูกค้าบุคคลและลูกค้าธุรกิจ เพื่อช่วยแบ่งเบาภาระและช่วยให้ลูกค้าสามารถพลิกฟื้นกลับสู่สถานการณ์ปกติได้ในเร็ววัน โดยมีรายละเอียดมาตรการช่วยเหลือดังนี้
มาตรการช่วยเหลือลูกค้าบุคคล
1. สินเชื่อบ้านกสิกรไทย พักชำระเงินต้น จ่ายเฉพาะดอกเบี้ย สูงสุด 3 เดือน
2. สินเชื่อบ้านกู้เพิ่มได้เพื่อซ่อมแซมบ้าน อัตราดอกเบี้ย 0% 3 เดือน ฟรีค่าประเมินหลักประกัน
3. บัตรเครดิตกสิกรไทย สินเชื่อเงินด่วน Xpress Loan และบัตรเงินด่วน Xpress Cash พักชำระเงินต้น จ่ายเฉพาะดอกเบี้ย สูงสุด 3 เดือน
4. สินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์ ปรับลดยอดผ่อนชำระรายเดือนสูงสุด 50% ระยะเวลา 3 เดือน และขยายระยะเวลาผ่อนชำระ 3 เดือน
มาตรการช่วยเหลือลูกค้าธุรกิจ
1. วงเงินสินเชื่อเดิม พักชำระเงินต้น จ่ายเฉพาะดอกเบี้ย สูงสุด 3 เดือน
2. สินเชื่อเพื่อซ่อมแซมสถานประกอบการ ระยะเวลากู้สูงสุด 5 ปี ดอกเบี้ย 3.5% ใน 2 ปีแรก โดยให้พักชำระเงินต้น จ่ายเฉพาะดอกเบี้ย สูงสุด 3 เดือน
สำหรับลูกค้าที่ได้รับผลกระทบสามารถติดต่อเพื่อเข้าร่วมมาตรการได้ตั้งแต่วันนี้ – 31 ธันวาคม 2568 โดยลูกค้าบุคคลติดต่อได้ที่ K-Contact Center 02-8888888 ลูกค้าธุรกิจติดต่อที่ผู้ดูแลความสัมพันธ์ลูกค้าหรือ K-BIZ Contact Center 02-8888822 และลูกค้าสินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์ติดต่อที่ KLeasing Call Center 02-6969999
ธนาคารกรุงไทย ออกมาตรการด่วน
ธนาคารกรุงไทย ออกมาตรการช่วยเหลือลูกค้าบุคคลรายย่อย และผู้ประกอบการเอสเอ็มอี มุ่งบรรเทาความเดือดร้อน ช่วยลดภาระทางการเงิน ปรับดอกเบี้ย-ลดค่างวด-เสริมสภาพคล่องในการดำรงชีพและซ่อมแซมทรัพย์สินที่ได้รับความเสียหาย
นายเอกชัย เตชะวิริยะกุล ประธานผู้บริหาร Risk ธนาคารกรุงไทย เปิดเผยว่า ธนาคารกรุงไทย มีความห่วงใยพี่น้องประชาชน ที่ได้รับผลกระทบสถานการณ์น้ำท่วมเฉียบพลันจากพายุวิภา ส่งผลให้ในพื้นที่หลายจังหวัดของภาคเหนือมีฝนตกหนัก เกิดน้ำป่าไหลหลาก และระดับน้ำในแม่น้ำเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง สร้างความเสียหายต่อทรัพย์สิน การประกอบอาชีพ และการดำรงชีพของลูกค้า ประชาชน เป็นวงกว้าง
ธนาคารกรุงไทยได้ออกมาตรการทางการเงิน เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วม ครอบคลุมการ ลดภาระทางการเงิน ทั้งปรับลดค่างวดการผ่อนชำระ การปรับลดอัตราดอกเบี้ย และการให้วงเงินฉุกเฉินเสริมสภาพคล่องในการดำรงชีพ รวมถึงการซ่อมแซมที่อยู่อาศัยและทรัพย์สินที่ได้รับความเสียหาย
มาตรการแบ่งเบาภาระลูกค้าสินเชื่อปัจจุบัน
สินเชื่อบ้าน และ สินเชื่อธุรกิจ SSME ลดค่างวดลง 75% ของค่างวดปัจจุบันนาน 1 ปี และ
ลดดอกเบี้ยเป็น 0% ต่อปี นาน 3 เดือน หลังจากนั้น ดอกเบี้ยคงที่ 2.5% ต่อปี นาน 33 เดือน (รวมระยะเวลาดอกเบี้ยพิเศษ นาน 3 ปี)
สินเชื่อส่วนบุคคล ลดค่างวดลง 75% ของค่างวดปัจจุบัน นาน 1 ปี และ ลดดอกเบี้ย เป็น ดอกเบี้ยคงที่ 4.5% ต่อปี นาน 3 ปี
สินเชื่อธุรกิจ SME ให้ความช่วยเหลือ ทั้งการลดอัตราดอกเบี้ย ลดค่างวดการชำระหนี้ พักชำระเงินต้น ชำระเฉพาะดอกเบี้ย หรือพักชำระเงินต้น และ/หรือ พักชำระดอกเบี้ยบางส่วน ขยายระยะเวลาสัญญา/ปรับตารางผ่อนชำระหนี้ เป็นต้น โดยเงื่อนไขและเกณฑ์การพิจารณาลูกค้าแต่ละรายเป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่ธนาคารกำหนด ซึ่งธนาคารจะพิจารณาให้เหมาะสมกับลูกค้า
ลูกค้าธุรกิจ สามารถติดต่อผู้ดูแลธุรกิจสัมพันธ์ของท่าน (RM) เพื่อประสานงานให้ความช่วยเหลืออย่างเหมาะสม โดยธนาคารพิจารณาความช่วยเหลือให้สอดคล้องกับสถานการณ์ของลูกค้า
มาตรการสำหรับสินเชื่อเพื่อฟื้นฟูกิจการและซ่อมบ้าน
มาตรการสำหรับสินเชื่อเพื่อฟื้นฟูกิจการและซ่อมบ้าน
สินเชื่อบ้าน Top up สินเชื่อบ้านแลกเงิน และ สินเชื่อธุรกิจ SSME (Term Loan) ดอกเบี้ยคงที่ 0% ต่อปี นาน 3 เดือน หลังจากนั้น ดอกเบี้ยคงที่ 2.5% ต่อปี นาน 33 เดือน (รวมระยะเวลาดอกเบี้ยพิเศษ นาน 3 ปี กรณีสินเชื่อบ้าน ฟรีค่าประเมินและค่าจดจำนอง)
สินเชื่อส่วนบุคคล (Term Loan) ดอกเบี้ยคงที่ 4.5% ต่อปี นาน 3 ปี
สินเชื่อธุรกิจ SME (Term Loan) ระยะเวลาสูงสุดไม่เกิน 7 ปี ดอกเบี้ย 3.5% ต่อปี นาน 2 ปี หลังจากนั้น MLR-1% ต่อปี
ทั้งนี้ ลูกค้าสินเชื่อบ้านกรุงไทย และลูกค้าที่ซื้อประกันอัคคีภัยกับธนาคาร สามารถตรวจสอบความคุ้มครองจากกรมธรรม์ประกันอัคคีภัย และ แจ้งเคลมค่าสินไหมกับบริษัทประกันภัยได้ที่ บมจ. ชับบ์สามัคคีประกันภัย LINE @chubbthailand โทร 1758 กด 2 หรือ 02-611-4470 บมจ. กรุงไทยพานิชประกันภัย LINE @kpiclaim โทร 02- 624-1111 บมจ. ทิพยประกันภัย (DHIP)
LINE @dhipayainsurance แอปฯ Tip Flash Claim โทร 1736
แจ้งความประสงค์เข้าร่วมมาตรการความช่วยเหลือได้ที่ ธนาคารกรุงไทยทุกสาขา ตั้งแต่ 26 กรกฏาคม – 31 ธันวาคม 2568 Krungthai Contact Center โทร 02-111-1111
ทีทีบี ออกมาตรการ “ตั้งหลัก” เร่งด่วน
ทีเอ็มบีธนชาต หรือ ทีทีบี ได้เร่งออกมาตรการด่วน “ตั้งหลัก” ที่ครอบคลุม เพื่อให้ความช่วยเหลือบรรเทาความเดือดร้อน รวมทั้งเพิ่มสภาพคล่องให้ทั้งลูกค้าบุคคล ผู้ประกอบการธุรกิจและ SME
นายปิติ ตัณฑเกษม ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ทีเอ็มบีธนชาต เปิดเผยว่า ทีทีบีมีความห่วงใยลูกค้าที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ทั้ง 2 ซึ่งได้ส่งผลกระทบเป็นวงกว้างก่อให้เกิดความเสียหายต่อบ้าน ที่อยู่อาศัย ทรัพย์สิน และสถานประกอบธุรกิจ ซึ่งอาจมีภาระค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้น ธนาคารจึงให้ความช่วยเหลือลูกค้าเพื่อรับมือกับวิกฤตการณ์ครั้งนี้ โดยการออกมาตรการ “ตั้งหลัก” เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนที่เกิดขึ้นอย่างเร่งด่วน หวังให้สามารถฟื้นตัว กลับมาตั้งหลักและก้าวเดินต่อไปสู่การมีชีวิตทางการเงินที่ดีขึ้น
โดยมีรายละเอียดมาตรการด่วน “ตั้งหลัก” ดังนี้
มาตรการช่วยเหลือลูกค้าสินเชื่อ เพื่อแบ่งเบาภาระ
- ลูกค้าสินเชื่อบ้าน สามารถขอพักชำระเงินต้นได้ นาน 3 เดือน ชำระคืนแต่ดอกเบี้ยเท่านั้น หรือขอวงเงินกู้เพิ่ม เพื่อซ่อมแซมบ้าน ด้วยบัตรกดเงินสด ทีทีบี บ้านแลกเงิน ดอกเบี้ย 0% นาน 2 เดือนแรก กรณีลูกค้าถือบัตรกดเงินสด ทีทีบี บ้านแลกเงินอยู่แล้ว ทำรายการเบิกใช้เงินสดผ่านตู้ ATM หรือแอป ttb touch ดอกเบี้ย 0% นาน 2 เดือนแรกได้ทันที
- ลูกค้าสินเชื่อรถยนต์ สามารถขอพักชำระค่างวดได้ นาน 3 เดือน
- ลูกค้าสินเชื่อบุคคล / บัตรเครดิต สามารถขอพักชำระหนี้ได้ นาน 2 รอบบัญชี
- ลูกค้าสินเชื่อธุรกิจ หรือสินเชื่อ SME ประเภทสินเชื่อระยะยาว: จะได้รับการพิจารณาชำระแบบปลอดเงินต้น เป็นเวลาสูงสุด 6 เดือน หรือประเภทสินเชื่อหมุนเวียน: จะได้รับการพิจารณาขยายระยะเวลาชำระคืนเงินต้นสูงสุด 6 เดือน หรือประเภทสินเชื่อเช่าซื้อธุรกิจ: จะได้รับการพิจารณาขยายระยะเวลาชำระคืน หรือปรับลดยอดผ่อนชำระลงสูงสุด 70% ของยอดผ่อนชำระเดิม นาน 6 เดือน
ทั้งนี้ ลูกค้า SME ที่ต้องการซ่อมแซมสถานประกอบการไม่ว่าจะเป็นด้วยอุทกภัยหรือสถานการณ์ความไม่สงบชายแดนไทย-กัมพูชา สามารถขอสินเชื่อเพื่อฟื้นฟูกิจการเพื่อ SME ระยะเวลากู้สูงสุด 10 ปี ดอกเบี้ยคงที่ 3.5% ต่อปี เป็นระยะเวลา 2 ปี และชำระแบบปลอดเงินต้นนานสูงสุด 12 เดือน โดยหลักเกณฑ์และเงื่อนไขการพิจารณาสินเชื่อเป็นไปตามที่ธนาคารกำหนด
โดยลูกค้าสามารถติดต่อเจ้าหน้าที่บริหารความสัมพันธ์ลูกค้าธุรกิจของท่าน หรือศูนย์บริการลูกค้าธุรกิจ ทีทีบี เพื่อรับคำแนะนำเพิ่มเติม โทร. 0 2643 7000 (วันจันทร์ – วันเสาร์ เวลา 8:00 – 20:00 น.) ยกเว้นวันหยุดนักขัตฤกษ์และวันหยุดธนาคาร
มาตรการความคุ้มครอง สำหรับลูกค้าที่มีประกัน
- ลูกค้าสินเชื่อบ้าน ที่มีความคุ้มครองประกันอัคคีภัยสำหรับที่อยู่อาศัย และได้รับผลกระทบจากภัยน้ำท่วมกรณีเป็นลูกค้าสินเชื่อบ้านทีทีบี และทีเอ็มบี (เดิม) สามารถรับความคุ้มครองได้โดยอัตโนมัติ ภายใต้เงื่อนไขการมอบ “ประกันฟรี” แจ้งเคลมผ่านอลิอันซ์ อยุธยา ประกันภัย โทร. 1292 ลูกค้าที่ซื้อประกันภัยโดยตรงกับธนชาตประกันภัย รับความคุ้มครอง โดยตรวจสอบความคุ้มครองได้ที่ “เมนูประกัน” ในแอป ttb touch หรือแจ้งเคลมผ่านธนชาตประกันภัย โทร. 1519
- ลูกค้าประกันชีวิต / ประกันภัย กรณีเป็นลูกค้าผู้ถือกรมธรรม์ ที่ได้รับผลกระทบจากความไม่สงบในชายแดนไทย-กัมพูชา ติดต่อ พรูเด็นเชียลประกันชีวิต โทร. 1621และลูกค้าผู้ถือกรมธรรม์ ที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม ติดต่อ ธนชาตประกันภัย โทร. 1519 โดยสามารถตรวจสอบความคุ้มครองได้ที่ “เมนูประกัน” ในแอป ttb touch
- ลูกค้าธุรกิจทุกราย ที่มีประกันภัยความเสี่ยงภัยทรัพย์สิน ประเภทสรรพภัย ประเภทอัคคีภัย ขยายภัยน้ำท่วม กับ ทีทีบี โบรกเกอร์ รับความคุ้มครอง ความเสียหายที่เกิดจากน้ำท่วม ตามกรมธรรม์กำหนด หากมีความเสียหาย สามารถแจ้งเคลมได้ผ่าน ทีทีบี โบรกเกอร์ โทร. 0 2783 0200 หรือ 0 27830300 (วันจันทร์ – วันศุกร์ เวลา 8:30 – 17:30 น.)
- ลูกค้าที่มีประกันความเสี่ยงภัยทรัพย์สิน และ ประกันภัยรถยนต์ กับ ทีทีบี โบรกเกอร์ รับความคุ้มครอง ตามกรมธรรม์กำหนด แจ้งเคลมผ่าน ทีทีบี โบรกเกอร์ โทร. 0 2783 0200หรือ 0 2783 0300 (วันจันทร์ – วันศุกร์ เวลา 8:30 – 17:30 น.)
ทั้งนี้ ลูกค้าสามารถติดต่อเข้าร่วมมาตรการได้ตั้งแต่วันที่ 26 ก.ค. 68 – 31 ต.ค. 68 และสามารถติดต่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ผ่าน 3 ช่องทาง ได้แก่ แอป ttb touch ผ่าน Yindee เลือกติดต่อแชทกับทางเจ้าหน้าที่ หรือ ttb contact center 1428 หรือ สาขาทีทีบี ที่เปิดทำการ
ธนาคารยึดมั่นในแนวทางการให้สินเชื่ออย่างรับผิดชอบและเป็นธรรม (Responsible Lending) ของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) โดยสนับสนุนให้ลูกค้ากู้เท่าที่จำเป็นและชำระคืนไหว: ลูกค้าสินเชื่อบ้าน ที่ต้องการวงเงินกู้เพิ่ม ด้วยบัตรกดเงินสด ทีทีบี บ้านแลกเงิน ดอกเบี้ย 0% นาน 2 เดือนแรก เดือนที่ 3 เป็นต้นไป คิดอัตราดอกเบี้ย MRR + 0.52% ต่อปี โดย MRR ณ วันที่ 16 พ.ค. 68 = 7.555% ต่อปี
• สินเชื่อเพื่อฟื้นฟูกิจการเพื่อ SME ระยะเวลากู้สูงสุด10ปีดอกเบี้ยคงที่ 3.5% ต่อปี เป็นระยะเวลา 2 ปี ปีที่ 3 เป็นต้นไป อิงอัตราดอกเบี้ย MRR ตามปกติ และชำระแบบปลอดเงินต้นนานสูงสุด 12 เดือน
• อัตราดอกเบี้ยลอยตัวสามารถเปลี่ยนแปลงเพิ่มขึ้นหรือลดลงได้
• หลักเกณฑ์และเงื่อนไขการพิจารณาสินเชื่อเป็นไปตามที่ธนาคารกำหนด
• รายละเอียดเพิ่มเติมดูได้ที่เว็บไซต์ https://www.ttbbank.com/th/tang-luk