เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ทรัมป์ยังไม่ฟันธง เกาหลีเหนือ อยู่เบื้องหลังแฮก Binance
World ทรัมป์ยังไม่ฟันธง เกาหลีเหนือ อยู่เบื้องหลังแฮก Binance
CZ Binance ยกย่อง GULF พันธมิตรไทย พร้อมช่วยฝ่าวิกฤตแฮ็ก 6.3 พันล้านดอลลาร์
Tech CZ Binance ยกย่อง GULF พันธมิตรไทย พร้อมช่วยฝ่าวิกฤตแฮ็ก 6.3 พันล้านดอลลาร์
ผู้กองแคท จับมือ วชิราวุธ เดินหน้าวางมาตรฐานนางสาวไทย 2570
Biz Movement ผู้กองแคท จับมือ วชิราวุธ เดินหน้าวางมาตรฐานนางสาวไทย 2570
‘ภาวิช’ ชงร่าง กม.ศึกษาฯ ภาค ปชช.ให้ ‘เพื่อไทย’ ประกบ พ.ร.บ.ฉบับ ศธ.
News ‘ภาวิช’ ชงร่าง กม.ศึกษาฯ ภาค ปชช.ให้ ‘เพื่อไทย’ ประกบ พ.ร.บ.ฉบับ ศธ.
SIRI CAMPUS ออฟฟิศไม่ใช่แค่พื้นที่ทำงาน
Biz Movement SIRI CAMPUS ออฟฟิศไม่ใช่แค่พื้นที่ทำงาน
คุยกับ ‘กระทิง-เรืองโรจน์’ How To รับมือวิกฤตยุค ‘โลกปั่นป่วน’
Business คุยกับ ‘กระทิง-เรืองโรจน์’ How To รับมือวิกฤตยุค ‘โลกปั่นป่วน’
SUZUKI eVITARA รถอีวีที่ไม่ต้องปรับตัวเยอะ
Automotive SUZUKI eVITARA รถอีวีที่ไม่ต้องปรับตัวเยอะ
กองทัพภาคที่ 1 ซ้อมย่อยริ้วขบวนพระบรมราชอิสริยยศฯ แนะประชาชนเลี่ยงเส้นทาง
News กองทัพภาคที่ 1 ซ้อมย่อยริ้วขบวนพระบรมราชอิสริยยศฯ แนะประชาชนเลี่ยงเส้นทาง
นายกฯ ลงนาม ‘ไทย–ภูฏาน’ ร่วมมือด้าน พลังงานสะอาด-การเงินภาคเกษตร
Politics นายกฯ ลงนาม ‘ไทย–ภูฏาน’ ร่วมมือด้าน พลังงานสะอาด-การเงินภาคเกษตร
‘ความหวัง’ คือสิ่งที่ต้องลงมือ ‘สร้าง’
สามัญสำนึก ‘ความหวัง’ คือสิ่งที่ต้องลงมือ ‘สร้าง’
ดูทั้งหมด

เปิดแผนช่วยผู้ประกอบการ ครึ่งปีหลัง 68 รับปัญหาชายแดนไทย-กัมพูชา

01 ส.ค. 2568 | 14:41น.
นางอารดา เฟื่องทอง

กรมการค้าต่างประเทศ เผยถึงนโยบายช่วยเหลือผู้ประกอบการ หรือมาตรการส่งเสริมการค้าชายแดนไทย-กัมพูชา ในช่วงครึ่งปีหลัง 2568

นางอารดา เฟื่องทอง อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ กล่าวว่า กรมมีนโยบายช่วยเหลือผู้ประกอบการและกำหนดมาตรการส่งเสริมการค้าชายแดนไทย-กัมพูชา มาอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่เริ่มเกิดสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา จนถึงปัจจุบัน รวมทั้งได้กำหนดแผนการดำเนินงานในช่วงครึ่ง
ปีหลัง 2568 รายละเอียด ดังนี้

  1. การประสานงานฝ่ายความมั่นคง และสำนักงานพาณิชย์จังหวัด รวมทั้งสภาธุรกิจเอกชน
    ที่เกี่ยวข้อง เพื่อรวบรวมข้อมูลผลกระทบด้านการขนส่งในเส้นทางชายแดนด้านกัมพูชา รวมทั้งวิเคราะห์ข้อมูลค่าใช้จ่าย/ระยะเวลาในเส้นทางขนส่งที่เป็นทางเลือก สำหรับใช้ประกอบการพิจารณาช่วยเหลือของระดับนโยบาย

 

  1. เมื่อวันที่ 17 กรกฎาคม 2568 มีการจัดประชุมหารือกับภาคเอกชนที่จังหวัดสระแก้ว โดยมี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ (นายจตุพร บุรุษพัฒน์) เป็นประธาน เพื่อรับฟังผลกระทบและ
    ข้อเรียกร้องของเอกชนในจังหวัดชายแดนด้านกัมพูชา และสรุปนำเรียนนายกรัฐมนตรี

 

  1. การจัดมหกรรมการค้าชายแดนที่จังหวัดหนองคาย และเชียงใหม่ ในช่วงเดือนมิถุนายน และกรกฎาคม 2568 โดยมีกิจกรรมงานแสดงและจำหน่ายสินค้า และเจรจาจับคู่ธุรกิจ ซึ่งเป็นการสร้างโอกาสทางการค้า เพิ่มช่องทางและการเข้าถึงตลาดใหม่ให้ผู้ประกอบการไทยในจังหวัดต่าง ๆ ทดแทนการค้าด้านกัมพูชาที่ได้รับผลกระทบ โดยไม่มีค่าใช้จ่าย รวมทั้งกรมมีแผนจะจัดกิจกรรมดังกล่าวอีก 1 ครั้ง สำหรับภาคใต้ ที่บริเวณหน้าวัดมงคลมิ่งเมือง หัวสะพานตายาย อำเภอเมือง จังหวัดสตูล
    ระหว่างวันที่ 7-10 สิงหาคม 2568

 

  1. นอกจากนี้ ตั้งแต่เดือนกันยายน 2568 เป็นต้นไป กรมมีแผนการลงพื้นที่ประชุมหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อแก้ไขปัญหาอุปสรรคการค้าการลงทุนชายแดนของไทยกับประเทศเพื่อนบ้าน โดยเฉพาะผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ไทย-กัมพูชา และมีแผนการจัดมหกรรมการค้าชายแดนต่อเนื่องอีก 6 ครั้ง เพื่อส่งเสริมและผลักดันมูลค่าการค้าชายแดนผ่านแดนให้เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยการสร้างโอกาสทางการค้า เพิ่มช่องทางและขยายโอกาสในการเข้าถึงตลาดใหม่
    รวมทั้งมุ่งเน้นเชิญผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบจากการค้าด้านกัมพูชาเข้าร่วม ภายใต้ 2 แผนงานหลัก ซึ่งการเข้าร่วมงาน ไม่มีค่าใช้จ่าย รายละเอียดดังนี้

4.1 การจัดกิจกรรมขยายการค้าการลงทุนชายแดนและเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษ ประกอบด้วย กิจกรรมการประชุมหารือระหว่างภาครัฐและเอกชน งานแสดงและจำหน่ายสินค้า
การเจรจาจับคู่ธุรกิจ และการสัมมนาให้ความรู้ผู้ประกอบการ จำนวน 2 ครั้ง ในจังหวัดที่เป็นเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษชายแดน

4.2 การจัดกิจกรรมเสริมสร้างความเข้มแข็งและสร้างโอกาสทางการค้าให้ภาคธุรกิจ และผู้ประกอบการรายย่อยในพื้นที่ชายแดนหรือระเบียงเศรษฐกิจพิเศษ ประกอบด้วย กิจกรรมการประชุมติดตามสถานการณ์การค้าชายแดนไทย-ประเทศเพื่อนบ้าน (เมียนมา สปป.ลาว กัมพูชา และมาเลเซีย) งานแสดงและจำหน่ายสินค้า และการเสวนา/สัมมนาให้ความรู้ผู้ประกอบการ จำนวน 4 ครั้ง (ภาคละ 1 ครั้ง) ได้แก่ (1) ภาคเหนือ (2) ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (3) ภาคตะวันออก และ (4) ภาคใต้