เลขาธิการนายกฯชี้ ไทยผ่าน 2 วิกฤต ปะทะชายแดน-ภาษีทรัมป์ ลั่นยังไม่จบ ต้องพาประเทศไปข้างหน้า ไม่เสียเปรียบใคร
นพ.พรหมินทร์ เลิศสุริย์เดช เลขาธิการนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้า หลังสหรัฐอเมริกาประกาศอัตราภาษีไทย 19% ว่า วันนี้บ้านเมืองผ่านเรื่องใหญ่วิกฤต 2 เรื่องใหญ่ คือ เรื่องการปะทะกันที่ชายแดน มีการหยุดยิงและให้มีการพูดคุยความสงบก็จะกลับมา โดยประจักษ์พยานที่อยู่ในภาคสนาม ยังทำให้มีความระแวงสงสัยกันอยู่ แต่เชื่อว่าการประชุมคณะกรรมการชายแดนทั่วไป (GBC) ในวันนี้ จะเป็นจุดเริ่มต้นที่จะคุยกันเพื่อแก้ปัญหาด้วยการเจรจา
เรื่องที่ 2 วิกฤตการเจรจาภาษีทรัมป์ เป็นวิกฤตของหลายประเทศทั่วโลกไม่ใช่แค่เฉพาะไทย สำหรับประเทศไทย ได้ข้อยุติที่เป็นประโยชน์ต่อภาคเศรษฐกิจ แต่อุปสรรคเหล่านี้ยังไม่จบ และเป็นหน้าที่ของรัฐบาล เมื่อพ้นวิกฤตและได้คำตอบมาแล้ว ประเทศไทยจะดำเนินการค้า เปิดตลาดได้กว้างขึ้น ทำให้การส่งออกสามารถเทียบเคียงคู่แข่งได้ไม่มีอะไรเสียเปรียบ
หากดูให้ดีได้เปรียบบางประเทศเสียอีก ถือว่าเสมอกันในภูมิภาคนี้ที่จะส่งออก เรื่องนี้รัฐบาลจะต้องไปดูแลแก้ไขโครงสร้าง ตรงนี้เป็นจุดที่จะพาประเทศมองไปข้างหน้า เมื่อเราฝ่าตรงนี้มาได้ประชาชนต้องร่วมใจกันทั้งประเทศเป็นหนึ่งเดียว เพราะศัตรูของเราไม่ใช่คนในประเทศ เราต้องรวมใจกันเพื่อฟันฝ่าและมองถึงอนาคต วิกฤต 2 เรื่องนี้เป็นหัวเลี้ยวหัวต่อ ที่จะพาประเทศเดินทางไปสู่สิ่งที่ดีกว่า
เมื่อถามว่า เรื่องข้อตกลงและกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับเรื่องภาษีกับสหรัฐ ได้มีการส่งไปที่สภาหรือยัง นพ.พรหมินทร์กล่าวว่า เมื่อผ่านที่ประชุม ครม.นัดพิเศษ เมื่อวันที่ 1 ส.ค.ที่ผ่านมา ได้มีมติและทำความเข้าใจเนื้อหาและกรอบในการเจรจา ที่บอกว่าเรามีการเจรจาต่อไปแน่นอน เมื่อถึงขั้นตอนทางกฎหมายก็ต้องผ่านรัฐบาล ผ่านสภา เพื่อดำเนินการอย่างถูกต้องตามกฎหมาย
เมื่อถามว่า วิกฤต 2 เรื่องที่ผ่านมา จะต้องมีการปรับแผนการประชาสัมพันธ์การสื่อสารกับประชาชนอย่างไร หรือไม่ เพราะที่ผ่านมาดูเหมือนให้ข่าวซ้ำซ้อน นพ.พรหมินทร์กล่าวว่า การให้ข่าวในหน้างาน ในสถานการณ์ที่สู้รบกันอยู่ ไม่มีใครรายงานได้ดี แม้ในภาคสนามก็ยังมีปัญหา เพราะข่าวมาไม่ถึง ที่บอกว่าช้าก็มีการปรับเปลี่ยนแล้ว และต้องถือว่าหน่วยงานที่ให้ข่าวเป็นรัฐบาลไม่ได้แยก
โดยมี ศบ.ทก.เป็นศูนย์รวมทุกเรื่อง ทุกหน่วยงานทำงานร่วมกันเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน แต่ก็มีความพยายามที่จะชี้ให้เห็นว่าเราไม่เป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน ที่พูดซ้ำ ๆ กันไม่ใช่เพราะเขาพูดซ้ำ แต่เป็นเพราะมีการสร้างข่าวไม่เป็นจริงจึงต้องออกมาพูดซ้ำ ๆ กัน